mMilk รายได้เท่าไร

ถามนิด เวลาคุณดื่มนมโค แล้วรู้สึกปวดท้อง ท้องเสีย หลังจากดื่มนมบ้างไหม

ถ้าไม่ ถือว่า โชคดี เพราะคนไทย ไม่น้อย ที่ดื่มนมแล้วเป็นเช่นนั้น

ซึ่งอาการนี้ทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะการแพ้น้ำตาลแลคโตสที่มีอยู่ในนมโค จากพันธุกรรมของคนไทยส่วนใหญ่จะขาดเอนไซม์ที่ย่อยแลคโตสที่ว่านี้

อัตราการแพ้น้ำตาลแลคโตสของคนไทย เชื่อว่าเป็นหนึ่งที่ทำให้คนไทยดื่มนมน้อยลง โดยเฉพาะวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่ไม่นิยมดื่มนมเท่าไรนัก

ทำให้ในปีที่ผ่านมา คนไทยบริโภคนมเฉลี่ยต่อปีเพียง 18 ลิตร เป็นอันดับที่ 68 ของโลก และมูลค่าตลาดนมโคพร้อมดื่มในมีมูลค่า 45,000 ล้านบาทเท่านั้น

แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจคือ คนไทยแพ้น้ำตาลแลคโตสจำนวนมาก แต่แบรนด์ผลิตนมรายใหญ่กลับไม่เคยคิดถึงเซ็กเมนต์นมคนแพ้แลคโตส แต่กลับแข่งขันในตลาดนี้ด้วยการเปิดตัวนมโครสชาติใหม่ๆ เสียมากกว่า ส่วนหนึ่งอาจเพราะแบรนด์นมรายใหญ่ไม่แน่ใจว่าเมื่อลงทุนด้านเครื่องจักรในการนำน้ำนมโคมาผ่านกระบวนการย่อยสลายน้ำตาลแลคโตสไปแล้ว ตลาดจะให้การตอบรับแค่ไหน

จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา กลับมีแบรนด์ mMilk จากบริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ไม่คุ้นหู เปิดตัวนมโค ปราศจากน้ำตาลแลคโตสออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย ที่มี Pain Point ท้องอืด ท้องเสีย จากการดื่มนมเพราะร่างกายขาดเอนไซม์ที่ย่อยแลคโตส

ซึ่งการมาของ mMilk กับจุดเด่นนมโคสำหรับคนแพ้น้ำตาลแลคโตส ได้กลายเป็นตัวฉุดฉนวนให้แบรนด์นมหลักอย่างซีพี เมจิ เห็นโอกาสทางการตลาด ออกนมสำหรับคนแพ้แลคโตสออกมาแข่งขันด้วย

Marketeer วิเคราะห์ว่าสิ่งที่ทำให้ mMilk ประสบความสำเร็จในตลาด นมปราศจากแลคโตส มาจาก

1.คนไทยมีอัตราการแพ้แลคโตส จำนวนมาก และต้องหันไปดื่มนมประเภทอื่นที่ไม่ใช่นมโคแทน เพราะไม่มีแบรนด์นมโครายไหนผลิตนมประเภทนี้ออกมาตอบโจทย์

2.ใช้นมพาสเจอร์ไรส์เปิดตลาด ดีไซน์แพคเก็จที่สวยสะดุดตา และดูน่าดื่ม ต่างจากแพคเก็จนมโคพาสเจอร์ไรส์อื่นๆ และใช้ช่องทาง 7/11 เป็นช่องทางหลักในการแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระยะแรก โดยขนาดที่มีจำหน่ายใน 7/11 คือ 80มิลลิลิตร เหมาะสำหรับทดลองดื่ม

3.มีการพัฒนาสูตร ขยายโปรดักท์ไลน์อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มีเพียงนมโครสจืดปราศจากแลคโตสสูตรปกติ สูตรไขมันต่ำ สูตรไขมันศูนย์เปอร์เซ็นต์

 โดยปัจจุบันมีนมปราศจากแลคโตสสูตรนมเปรี้ยว สูตรรสโกโก้ ผสมสตรอว์เบอร์รี เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มที่ไม่ชอบดื่มนมรสจืด

และเพิ่มนมในรูปแบบ UHT เข้ามาเป็นทางเลือก แก้ไขจุดด้อยของนมพาสเจอร์ไรส์ที่มีอายุสั้น และต้องแช่เย็นอยู่เสมอเพื่อคงสภาพนม

4.ขยายไปยังตลาดนมโคทั่วไป และนมปราศจากแลคโตสแต่งกลิ่นผ่านซับแบรนด์ใหม่ๆ เพื่อแยกนมประเภทต่างๆ ออกจากกันอย่างชัดเจน

โดยแบรนด์ mMilk เป็นนมปราศจากแลตโตส รสชาติต่างๆ

แบรนด์ Milk นมปราศจากแลตโตส กลิ่นซากุระ

แบรนด์ Milk and Me นมโคทั่วไป

แต่การมีซับแบรนด์ออกมาถึง3 แบรนด์ Marketeer มองว่ามีข้อเสียคือจะสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคได้

และถ้าจะให้แนะนำ ภายใต้ mMilk ทั้งหมด น่ารวมนมทุกสูตรที่เป็นนม ปราศจากแลคโตสทั้งหมด และแยกอีกแบรนด์หนึ่งขึ้นมาเพื่อจำหน่ายนมโคทั่วไป ก็พอ

เมื่อดูจากรายได้ของ บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด จดทะเบียนนามบริษัทโดย ระเบียบ เจริญดอน พบว่าในปีที่ผ่านมามีรายได้มากถึง 2.5 พันล้านบาท

รายได้ของ บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ 2556 994,257,329.42 2557 1,607,944,284.00 2558 1,889,773,250.00 2559 2,164,811,299.00 2560 2,526,499,624.00 ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ จากบริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด

ซึ่งรายได้นี้ไม่ใช้มาจากยอดจำหน่ายนม mMilk เพียงอย่างเดียว เพราะบริษัทนี้ เป็นบริษัทที่รับผลิตให้กับนมโรงเรียน ที่มีโรงงานนมมากถึง 5 จังหวัด ในประเทศไทย แต่ mMilk ก็คือหนึ่งทำให้บริษัทเติบโต

บอกได้เลยว่ากรณีศึกษาของนม mMilk เติบโตได้เพราะการต่อยอด จากธุรกิจเดิมที่มีอยู่อย่างน้ำนมโคมาพัฒนาเป็นโปรดักท์ไลน์ใหม่ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง

 


อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน Marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer