ผลไม้สกัด รวมมิตร Presenter เข้มข้น

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นครั้งแรกที่คนไทยรู้จัก “ผลไม้สกัด” ด้วยการแตกไลน์สินค้าของ BRAND’S ที่ไม่คิดจะหยุดนิ่งอยู่แค่การเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดซุปไก่สกัดและรังนกเพียงอย่างเดียว 

ด้วยการเป็น “แชมป์” ใน 2 ตลาดนี้ทำให้ BRAND’S มั่นใจว่า Branding ตัวเองก็แข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพอื่นๆ จึงเลือกจะเป็นรายแรกในเมืองขาย “ผลไม้สกัด” 

เริ่มจาก 3 สาววีต้าสู่ซุปตาร์ตัวท้อป 

“แบรนด์ วีต้า” จึงเกิดขึ้นโดยเริ่มต้น 3 รสชาติ พรุน พลัส, เบอร์รี่, และ บาลานซ์ พร้อมกับคัดเลือก 3 สาววีต้ามาช่วยสื่อสารด้วยวลี “ไม่เข้มข้น เราไม่นอน” จนกลายเป็นคำฮิตติดปากในช่วงนั้น

จากนั้น “แบรนด์ วีต้า” ก็ระดมใช้ Presenter รัวๆ ไม่ว่าจะเป็น ชมพู่ อารยา, แพรี่ พาย, ณเดชน์ คูกิมิยะ,นิษฐา จิรยั่งยืน, ฌอห์ณ จินดาโชติ,ใหม่ ดาวิกา และอีกหลายๆ คน

จะเห็นว่า Presenter ของ “แบรนด์วีต้า” จะเน้นไปที่บุคคลรูปร่างดี, สุขภาพดี มีความสดใส,และเป็นขวัญใจของกลุ่มผู้หญิงอายุ 18 – 35 ปี ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของตลาดเครื่องดื่มประเภทนี้

และ Presenter แต่ละคนล้วนแต่เป็นดาราระดับแถวหน้าของเมืองไทย เป้าหมายก็เพื่อหวังให้ Presenter เหล่านี้ช่วยดึงดูดความสนใจผู้บริโภคและให้สินค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ในแต่ละปี “แบรนด์ วีต้า” จะใช้งบการตลาดอยู่ที่ 200 ล้านบาท

ที่สำคัญ Presenter ทุกคนที่ถูกเลือก จะต้องมีความน่าเชื่อถือสูง เพราะสินค้าอย่างผลไม้สกัดนอกจากสิ่งที่ต้องขายคือ Image ของสินค้าแล้วนั้น อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กันเลยคือ Benefit ของแต่ละรสชาตินั้นต้องดื่มแล้วเห็นผลจริงตามที่โฆษณาไว้

เป้าหมายก็เพื่อให้ Presenter เคลมให้ลูกค้าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่งว่า “แบรนด์ วีต้า” ดื่มแล้วเห็นผลตรงตาม Benefit ที่โฆษณาไว้ 

และกลยุทธ์การตลาดสารพัด Presenter ก็ดูจะประสบความสำเร็จ เพราะยอดขายของ “แบรนด์ วีต้า” เติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี แถมยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 80% 

แน่นอนย่อมหมายถึง “แบรนด์ วีต้า” คือผู้ควบคุมตลาดนี้ และหากยอดขายตัวเองเติบโตมากเท่าไร มูลค่าตลาดก็จะเติบโตตามเท่านั้น

 

“สก็อต เพรียวเร่” มาทีหลังแต่ขอ “จัดเต็ม”

สำหรับ “สก็อต” เองก็ไม่พลาดในตลาดผลไม้สกัด ถึงจะเป็นผู้เดินตามมาทีหลัง แต่ “สก็อต” ก็ขอเอาจริงกับสนามนี้

เพราะฐานลูกค้าหลักของสินค้าประเภทนี้คือกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุ 18- 35 ปี และมีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ผิดกับกลุ่มลูกค้ารังนกและซุปไก่ ที่ฐานลูกค้าอายุดูมากกว่า แถมไลฟ์สไตล์ก็แตกต่างกันออกไป

การเข้ามาในธุรกิจผลไม้สกัดนอกจากจะเป็นธุรกิจใหม่ที่จะมาช่วยสร้างรายได้แล้วนั้น ยังช่วยทำให้ Corporate Brand ของสก็อต ดูวัยรุ่นและสดใสมากกว่าในอดีตที่ขายแค่รังนกและซุปไก่

 “สก็อต เพรียวเร่” จึงเกิดขึ้น โดยมาทีหลังจากที่ “แบรนด์ วีต้า” ทำตลาดมาได้สัก 3 -4 ปี

“สก็อต” ได้เรียนรู้จาก BRAND’S ว่าธุรกิจผลไม้สกัดหนึ่งในกุญแจความสำเร็จคือต้องมี Presenter มาช่วยสร้าง Branding และขับเคลื่อนยอดขาย

เพียงแต่ “สก็อต เพรียวเร่” เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยการใช้ Presenter เกาหลี ในการขับเคลื่อนสินค้าใหม่ต่างจาก “แบรนด์วีต้า” ที่เลือกซุปตาร์ 5 ดาวแถวหน้าเมืองไทย

โดยช่วงเปิดตัวสินค้าเลือกใช้เกิร์ล กรุ๊ป เกาหลี วง  4 minutes หลังจากนั้น 2 ปีถัดมาเลือกใช้บอยแบรนด์ เกาหลี วง CNBLUE โดยหวังกระแส K POP จะทำให้สาวๆ วัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานอายุ 16 -30 ปีที่เป็นฐานลูกค้าหลักทดลองซื้อ 

เมื่อทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักด้วยศิลปิน K POP จึงเปลี่ยนมาใช้ Presenter ดาราไทยอย่าง เจมส์ จิรายุ,พอร์ช ศรัณย์,เจมส์ มาร์ ซึ่งเป็นดาราชายยอดนิยมติดอันดับต้นๆ ในหัวใจสาวๆ 

เพียงแต่ในแง่การสื่อสารต้องยอมรับว่า “แบรนด์ วีต้า” ใช้งบโฆษณาและกิจกรรมการตลาดแต่ละปีอยู่ที่ 200 ล้านบาทอัพ ในขณะที่ “สก็อต เพียวเร่” ใช้อยู่ประมาณ 100 -150 ล้านบาท แถมยังเป็นผู้มาทีหลัง

ตำแหน่งเบอร์สองในตลาดแถมมียอดขายที่ห่างไกลจาก “แบรนด์ วีต้า” จึงเป็นอะไรที่ “สก็อต เพรียวเร่” ต้องยอมรับความเป็นจริง

 

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer