โรงหนัง ฉายหนังอย่างเดียวไม่พอ ต้องสนุกขึ้น

คนไทยเข้าโรงหนังเพื่อดูหนังเฉลี่ย 0.55 เรื่องต่อปี ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับเกาหลีที่มีอัตราดูหนังเฉลี่ย 4.27 เรื่องต่อคนต่อปี

ถ้าปีไหนไม่มีหนังฟอร์มยักษ์เรียกแขกมากนัก เชื่อว่าอัตราเฉลี่ยในการชมหนังของคนไทยยิ่งน้อยลงไปอีก

ยิ่งและอาจจะยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีกนิด ถ้า Netflix iFlix และวิดีโอออนดีมานด์อื่นๆ มีซีรีย์ ที่น่าสนใจมานำเสนออย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อคนติดซีรีย์จากวิดีโอออนดีมานด์ โอกาสการออกจากบ้านไปเข้าโรงหนังก็คงจะลดน้อยถอยลง

ทางออกของธุรกิจของโรงหนัง คือทำอย่างไรให้คนที่ไม่ค่อยได้ดูหนัง ออกจากบ้านมาดู และทำให้คนที่ดูหนังอยู่แล้ว ยอมจ่ายเงินดูหนังบ่อยขึ้น

เพราะการที่ตั๋วหนังถูกจำหน่ายออกไปในปริมาณที่มากเท่าไร นอกจากจะสร้างรายได้จากการจำหน่ายตั๋วแล้ว รายได้โรงหนัง ยังมาจากสื่อโฆษณา และป๊อปคอร์น

ซึ่งผลสรุปของทางออกนี้คือการทำให้โรงหนังดูสนุกขึ้น เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่า การมาโรงหนังได้อะไรมากกว่าการชมภาพยนตร์จากจอทีวีจอยักษ์ที่บ้าน

 

เมเจอร์สนุกด้วย Segmentation สร้าง รายได้โรงหนัง

เกมการตลาดของเมเจอร์ในปีนี้ คือการปรับกลยุทธ์สู่การตลาดในรูปแบบ Segmentation อย่างชัดเจน ด้วยการสรรหาบริการใหม่ๆ ให้บริการกับลูกค้าเมเจอร์ ที่นอกเหนือจากการนำจอ LED ความละเอียด 4K มาทดลองนำร่องให้บริการ 1 โรง ที่สยามพารากอน การขยายโรงหนังไปยังสาขาใหม่ๆ โดยเฉพาะต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า

เพราะเป้าหมายของเมเจอร์ ในปีนี้คือ การเติบโต10% ด้านรายได้ และยอดจำหน่ายตั๋วมากกว่า 34 ล้านใบ จาก 32 ล้านใบในปีที่ผ่านมา

 

กลยุทธ์ Segmentation ของเมเจอร์ในครึ่งปีแรก เริ่มจากการเปิดตัวหนังเด็ก ซึ่งเป็นโรงหนังที่ฉายหนังที่เหมาะสมกับเด็กอายุ 5-12 ปีโดยเฉพาะ และภายในโรงมีทั้งสไลด์เดอร์  และบ่อบอลในโรงให้เด็กๆ ดูหนังไปเล่นไปแบบไม่รบกวนใคร เปิดสาขาสาขาแรกที่เมกะบางนา และมองขยายเพิ่มอีกสอง-สามสาขา ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต และรังสิต

การเข้ามาจับ Segment เด็กในครั้งนี้ เมเจอร์เห็นถึงช่องว่างในตลาด จากผู้ปกครองบางกลุ่มไม่กล้าพาเด็กเข้าโรงไปดูหนังด้วย เพราะกลัวไปรบกวนผู้ชมท่านอื่นที่ต้องการดูหนังอย่างสงบ

และเมเจอร์เชื่อว่าโรงหนังเด็กจะเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ที่มาพร้อมครอบครัวได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากโรงหนังเด็กที่เป็นเครื่องมือในการขยายไปยังฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ แล้ว เมเจอร์ยังผลักดันให้ลูกค้าเก่าที่นิยมดูหนังให้มาดูหนังบ่อยขึ้น ผ่านบริการ movie on demand ให้ลูกค้าสามารถโหวตหนังที่อยากดู ให้กลับฉายอีกรอบได้ ถ้าจำนวนผู้แสดงความสนใจมากกว่า 100 คน ต่อหนัง 1 เรื่อง

บริการ movie on demand มาจากการมองเห็นโอกาสในสัญญาที่ค่ายหนังต้องเว้นระยะ 90 วันในการนำหนังไปลงแพลตฟอร์มอื่นๆ นับจากวันที่หนังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ มาสร้างรายได้ให้เกิดอีกครั้ง โดยเมเจอร์คิดราคาค่าตั๋วในเรทราคาต่ำสุดของโรงภาพยนตร์ในแต่ละโรง

เพราะปกติแล้วหนังทั่วไปจะมีอายุอยู่ในโรงหนังเพียง เดือนเท่านั้น ก่อนที่จะหนังใหม่เข้ามาแทนที่ ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่สั้น จนลูกค้าที่อยากจะดูหนังบางคนมาดูหนังไม่ทันในช่วงที่เข้าฉาย และทำให้เมเจอร์ได้สูญเสียรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ไป

ซึ่งก่อนเปิดตัว movie on demand เมเจอร์ได้ทดลองบริการนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2560 และพบว่ามีผู้สนใจมาดูหนังย้อนหลังเฉลี่ยเดือนละ 800 ใบ เลยทีเดียว

นอกจากนี้เมเจอร์ยังได้ขยายบริการ movie on demand ไปยังภาพยนตร์ที่ได้รางวัล ภาพยนตร์บอลิวูด และคอนเสิร์ตในอนาคต เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการมาโรงหนังสนุกกว่าเดิม

แบรนด์โรงภาพยนตร์

SF ซื้อตั๋ว ดูหนังต้องสะดวก

ในปีนี้ เอสเอฟ วางเป้าหมายรายได้ 5,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 4,200 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มจำนวนตั๋วชมภาพยนตร์ให้ได้มากกว่า 20 ล้านใบที่ทำได้ในปีที่ผ่านมา

ซึ่งการเพิ่มจำนวนตั๋วชมภาพยนตร์ของเอสเอฟ มาจาก 3 ทางหลัก บนงบลงทุน 700 ล้านบาท ได้แก่  

1.ขยายสาขา เป็น 562 สาขาในสิ้นปี จากปัจจุบันมี 57 สาขา 371 โรงภาพยนตร์ รวมกว่า 81,300 ที่นั่ง (อัพเดทมิถุนายน 2561)

2.เปิดตัวซิกม่า ซีเนสเตเดี้ยม โรงภาพยนตร์จอใหญ่ความละเอียดระดับ 4K และมีที่วางระหว่างแถวที่กว้างขึ้น เริ่มต้นสาขาละ 1 โรง โดยเลือกจากสาขาที่มีผู้ใช้บริการสูงอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลพระราม9 และเซ็นทรัลเชียงใหม่ก่อนขยายไปยังสาขาอื่นๆ  พร้อมกับปรับปรุงโรงหนังเดิมให้มีความใหม่ น่าใช้บริการ

3.ปรับการซื้อตั๋วจากหน้า Box Office สู่ e-ticket ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ลูกค้ากลุ่มอายุ 18-25 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสัดส่วนมากถึง 60% ของลูกค้าเอสเอฟทั้งหมด ให้สามารถซื้อตั๋วและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชั่น และตู้ Kiosk ได้

ทั้งนี้การบุกตลาดของเอสเอฟ ถือเป็นการเปิดโลกโรงภาพยนตร์ให้ลูกค้าไม่ได้มองเอสเอฟ เป็นโรงภาพยนตร์ที่ค่อยข้างเชยอีกต่อไป

 


 

อ่านคอนเทนต์การตลาด อ่าน MarketeerOnline.co

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline