H&M Shock Sale : ทางกู้วิกฤตเฉพาะหน้าของ Fast Fashion Brand ที่ยัง Fast ไม่พอ

ในมุมมองของผู้บริโภค Sale คือคำดีต่อใจเพราะช่วยแบ่งเบาภาระการใช้จ่าย เพราะจะได้ของดีมาครองในราคาประหยัดแต่ถ้าแบรนด์ใดนำคำนี้มาใช้ นั่นหมายความว่ามีปัญหาสินค้าค้าง Stock เกิดขึ้น และต้องเร่งจัดการโดยเร็ว ล่าสุด H&M ถึงคราวต้องใช้แนวทางนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ จากเหตุผลมากมายประกอบกัน

จะว่าไปวิกฤตครั้งนี้ก็เหมือนตลกร้าย เพราะเป็นวิกฤตที่โดยหลักใหญ่ใจความแล้วเกิดจากแบรนด์สัญชาติสวีเดนเร็วไม่พอ ทั้งที่เป็นแบรนด์ชั้นนำในธุรกิจแฟชั่นค้าปลีกซื้อง่ายขายคล่อง (Fast Fashion) ซึ่งความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ

ปรับตัวช้าและสภาพอากาศไม่เป็นใจ

แบรนด์อายุ 71 ปี ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 4,500 แห่งเผยว่า สินค้าที่ยังขายไม่ได้มีมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 128,000 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อน 13% ซึ่งมีสาเหตุมาจากอากาศหนาวเย็นฉับพลัน (Cold Snap) ในแถบยุโรป และสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายออกไปในไตรมาสแรกเป็นสินค้าลดราคา คาดว่าจะทำให้กำไรครึ่งแรกของปีนี้ลดลง 28% โดยทาง Karl-Johan Persson ประธานบริหาร (CEO) ยอมรับว่า “เป็นความท้าทายที่มากเกินกว่าที่คาดไว้ แต่หวังว่าครึ่งหลังของปีและในระยะยาวสถานการณ์จะกลับดีขึ้น”

ด้านนักวิเคราะห์เศรษฐกิจและในธุรกิจค้าปลีกหลายคนให้ทัศนะไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นวิกฤตที่เกิดจาก H&M เองปรับตัวช้า ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมในปัจจุบันผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทาง Online มากขึ้น ต่างจากค่าย E-Commerce ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคโดยเฉพาะ Millennial ประชากรโลกส่วนใหญ่ในยุคนี้ได้มากกว่า ทั้งในเรื่องความสะดวก และความหลากหลายของสินค้า รวมถึงความเร็วในการจัดส่ง

การรุกหนักของเหล่า E-Commerce ทั้งประเภทที่มีสินค้าหลากหลายอย่าง Amazon กับ Alibaba หรือ Asos ที่เน้นสินค้าแฟชั่น ยังทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกหันไป Online Shopping ผ่านทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Mobile Device กันมากขึ้น ฉุดจำนวนคนเข้าไปจับจ่ายซื้อของในห้างสรรพสินค้าลดลง จนห้างสรรรพสินค้าหลายแห่งยอดขายตก ขณะที่บางส่วนก็ต้องปิดตัว

H&M Down

Omni-Channel และระบบ Logistic ที่ดีคือทางออกระยะยาว

จากเคยได้ชื่อว่ามาพลิกโฉม (Disrupt) วงการแฟชั่น ด้วยสินค้าราคาเข้าถึงได้ และวางจำหน่ายในเวลาที่รวดเร็วแต่ปัจจุบันแบรนด์ Fast Fashion ต่างต้องปรับตัวให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค ที่ไม่ทนรอกับอะไรก็ตามที่ช้าและไม่สะดวก เพื่อไม่ให้ตกเป็นฝ่ายถูก Disrupt เสียเอง โดยทั้ง Zara ,Uniqlo และ H&M ต่างมีช่องทาง E-Commerce ของตัวเอง

ปัจจัยที่จะสินว่าแบรนด์ Fast Fashion ไหนจะแค่รอด รุ่งหรือร่วง อยู่ที่การบริหารจัดการให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ทุกช่องทาง (Omni-Channel) แบบไม่ติดขัด ทุกที่และทุกเวลา ขณะเดียวกันต้องทำให้สินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วผ่านระบบ Logistic ที่ดีและมีวิธีที่ทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้าไปซื้อสินค้าตามสาขาไม่ลดลงไปมากกว่านี้ด้วย / cnn ,reuters ,businessoffashions ,thegaurdians ,wikipedia

พเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer