Worldcup 2018 : ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ที่ ‘สุด’ ในทุกด้าน

Worldcup 2018 : ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ที่ ‘สุด’ ในทุกด้าน

จบลงไปหมาดๆสำหรับ ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ด้วยการคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ฝรั่งเศส หลังชนะ โครเอเชียไป 4-2 ตอกย้ำว่าสัจธรรมวงการลูกหนังอย่าง “ลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้” เพราะก่อนที่เกมนัดแรกของ Tournament นี้จะเริ่มขึ้น คงแทบไม่มีใครเชื่อว่า ทั้งสองทีมจะกลายมาคู่ชิงและยิงกันถึง 6 ประตู อย่างไรก็ตามตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา

ยังมีความสุดยอดของฟุตบอลโลกครั้งแรกในรัสเซีย อีกหลายอย่างที่จะทำให้เป็น FIFA Worldcup ในความทรงจำของคนทั่วโลกต่อไปอีกนาน

สุสานแชมป์เก่าที่พากันร่วงและเวทีแจ้งเกิดของดาวรุ่งดวงใหม่

นับรวมครั้งนี้ด้วย ฟุตบอลโลกจัดไปแล้ว 21 ครั้ง มีประเทศที่คว้าแชมป์ 8 ประเทศ คือ อุรุกวัย อิตาลี เยอรมนี บราซิล อาร์เจนติน่า สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศส โดยในจำนวนนี้ บราซิล เยอรมนี และอาร์เจนติน่า เข้าถึงรอบลึกๆ ได้ตลอด แต่ในฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่ที่เพิ่งจบไป 2 ทีมหลังทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ด้วยการไม่ผ่านรอบ 32 ทีม และไปได้แค่รอบ 16 ทีม ตามลำดับ

ในกรณีของ เยอรมนี เป็นข่าวที่สร้างความตกตะลึงมากสุด เพราะครองแชมป์มาเมื่อปี 2014 และเป็นการตกรอบ 32 ทีมครั้งแรกในรอบหลายสิบปี โดยมีการวิเคราะห์กันว่าเกิดจากหลายสาเหตุประกอบกัน ทั้งขาดความหลากหลาย นักเตะรุ่นพี่ชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อ 4 ปีก่อน เช่น Bastian Schweinsteiger และ Phliipp Lahm ที่อายุ 30 ปีขึ้นไปถึง 6 คนประกาศอำลาทีมชาติแล้ว

ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด Ozil

ประกอบกับรอยร้าวที่นักเตะเชื้อสายตุรกีอย่าง Mesut Ozil และ Illkay Gungogan สร้างขึ้นจากการถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดี Racepp Tayyip Erdogan ของตุรกี

อย่างไรก็ตามฟุตบอลโลกที่รัสเซียครั้งนี้กลับเป็นโอกาสให้ Kylian Mbappe กองหน้าดาวรุ่งของฝรั่งเศสได้โชว์ฝีเท้า ทั้งการล็อคหลบคู่แข่ง ความเร็ว และความเด็ดขาดในการทำประตู จนปฏิเสธไม่ได้ว่า หากขาด นักเตะวัย 19 ปีจาก Paris Saint-Germain ทัพ “ตราไก่” อาจไม่ได้แชมป์สมัยที่สองมาครอง

แบรนด์จีนดาหน้าบุกในสนาม Branding

ความเปลี่ยนในสนามที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ มาตรฐานของนักเตะแต่ละชาติขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น จนความห่างชั้นทางฟุตบอลเช่นในอดีตลดลง ทีมจากเอเชียเล่นกับทีมจากยุโรปได้อย่างสูสี ส่วนข้างสนามหากสังเกตดีๆ ก็จะพบความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน เพราะใน ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด มีแบรนด์ถึง 5 แบรนด์ที่ปรากฏชื่อหรือ Logo บนป้ายโฆษณาข้างสนาม แซงหน้าแบรนด์จากชาติอื่นทั้งหมด และบางแบรนด์หากไม่ใช่ชาวจีนก็จะไม่มีทางรู้จักเลย

ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด แบรนด์จีน

ทัพแบรนด์จีนที่ทัพสนามบุกใน FIFA Worldcup 2018 คือ Wanda Group ,Vivo ,Hisense ,Mengniu Daily และ Yadea โดยแบรนด์แรกทุ่มงบมหาศาลจนได้เป็น FIFA Partner ผู้สนับสนุนระดับสูงสุด เทียบเท่ากับแบรนด์คู่ Tournament มายาวนานอย่าง Adidas และ Coca-Cola

การหันหาจีนครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Castrol และ Sony ถอนตัวเพื่อปกป้องชื่อเสียง จากกรณีทุจริตของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เมื่อปี 2015 ประกอบกับแบรนด์จีนกลุ่มนี้ก็พร้อมทุ่มไม่อั้นเพื่อให้ได้ปรากฏสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก หลายล้านคน

VAR : Time Machine ช่วยตัดสินเกม

หลังเห็นว่าการใช้ Technology ช่วยตัดสิน อย่างระบบ Sensor ตรวจจับลูกฟุตบอลที่เส้นประตู (Goal Line) เพื่อให้ทราบว่าเกิดการทำประตูขึ้นแล้ว สามารถขจัดปัญหาจังหวะก้ำกึ่งที่เล็ดรอดสายตา และไม่ทำให้เสน่ห์ของการแข่งขันฟุตบอลลดลงไปตามที่กังวลกัน สหพันธ์ฟุตบอลนาชาติ (FIFA) จึงสานต่อแนวทางดังกล่าวใน ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุด ด้วยภาพวิดีโอช่วยผู้ตัดสิน (Video Assistant Referees – VAR) ซึ่งจะใช้ใน 4 กรณีคือ ลูกที่เข้าประตู การให้ลูกโทษ การให้ใบแดงและไม่แน่ใจว่านักเตะคนใดทำฟาล์ว

หากถึงจังหวะจะใช้ VAR ผู้ตัดสินจะชูนิ้วชี้ขึ้นแล้ววาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อส่งสัญญาณไปยังทีมวิดีโอส่วนกลางในกรุงมอสโควราว 7 คน ให้ดึงภาพช้าจากมุมที่บันทึกไว้ขึ้นมาดูข้างสนาม แล้วพิจารณาว่าเองจะตัดสินอย่างไร โดยปรากฏว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะนอกจากจังหวะก้ำกึ่งจะหมดไปแล้ว ยังทำให้หมดข้อกังขาว่าลูกใดเป็นจุดโทษอีกด้วย

Technology ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนของหลายเกม เช่น การใช้ VAR ตัดสินให้โครเอเชียเสียลูกโทษจากการทำ Handball ในเกมนัดชิง จนฝรั่งเศสขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 38 และชนะไป 4-2 ในที่สุด / bbc ,cnn ,fifa wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline