“ไอศกรีม” หอมหวาน ได้ด้วย “ตลาดพรีเมี่ยม”

ด้วยอากาศที่ร้อนของประเทศไทยที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยที่ 33 องศาตลาดทั้งปี ทำให้ไอศกรีมเป็นตัวเลือกแรกๆ เพื่อดับความร้อนและด้วยความที่เป็นไอศกรีมนั้นหากินได้ทั่วไปทั้งรถเข็น ทั้งตู้แช่ จึงได้รับความนิยมทานเป็นของหวาน หลังมื้ออาหารหลัก

และถ้ามองกลับมาดูด้านตัวเลขเห็นได้ว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการบริโภคไอศกรีมน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับอากาศที่เฉลี่ย 33 องศา

โดยคนไทยรับประทานไอศกรีมเฉลี่ยเพียง 2 ลิตร/คน/ปี เมื่อเทียบกับชาวสิงคโปร์แล้วมีการรับประทานมากกว่าคนไทยถึง 6 เท่า และถ้าเปรียบเทียบกับ ชาว USA แล้วรับประทานมากกว่าถึง 10 เท่า

ตลาดพรีเมื่ยม แรงขับหลักของ ตลาดไอศกรีม

ถ้าหากกล่าวถึงไอศกรีมในประเทศไทยเราคงเห็นกันอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น แบบไม่มีแบรนด์ที่ขายทั่วไป, แบบ Local Brand, แบบแบรนด์ที่อยู่ในห้างแบบ Mass และแบบพรีเมี่ยมแบรนด์ อย่าง ฮาเก้น-ดาส เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนั้นมีมูลค่ารวมมากกว่า 9,000 ล้านบาท และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย Single Digit ทุกๆปี

โดยตลาดรวม 9,000 ล้านบาทนั้นถูกแบ่งเป็น พรีเมี่ยมแบรนด์ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ถูกคาดการณ์ว่าตลาดรวมจะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 6% และตลาดพรีเมี่ยมแบรนด์โตประมาณ 30%

แต่สำหรับพรีเมี่ยมไอศกรีม (ราคาเกิน 100 บาท) เองกลับเติบโตได้เฉลี่ย 30-40% ในทุกๆ ปี  เป็นผลมาจากการรุกตลาดของ ฮาเก้น-ดาส เป็นหลัก รวมทั้งการเข้ามาของแบรนด์พรีเมี่ยมต่างๆ เช่น Ben & Jerry’s และ Movenpick ที่ทำให้ ตลาดพรีเมี่ยมไอศกรีม คึกคักอีกด้วย

ทำไมตลาดพรีเมี่ยมไอศกรีมถึงโต?

ถ้ากล่าวถึงตลาดไอศกรีมนั้นมีหลากหลายตลาดและหลายหลายราคามาก 5-10 บาทก็มี หรือแพงไปในราคาระดับ ร้อยบาท หรือที่เรียกว่าพรีเมี่ยมไอศกรีม ก็มี ทำให้ผู้บริโภคสามารถมีช่องทางได้หลาก

แต่ถ้าถามว่าทำไมพรีเมี่ยมไอศกรีม จึงโตกว่าตลาดรวม ตอบได้ง่ายๆ คือ เป็นผลมาจากการที่ลูกค้าโหยหาความแปลกใหม่ ต้องการลองอะไรใหม่ๆ รสชาติและความแปลกใหม่ของไอศกรีม ทำให้พวกเรายินดีที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้ลองความแปลกใหม่

และอีกหนึ่งกลุ่ม คือ กลุ่มที่ทานไอศกรีมจริงจังไม่เกี่ยงเรื่องราคา แต่โหยหาในคุณภาพของไอศกรีมที่ดีขึ้น รวมถึงการมองหาความพิเศษที่แตกต่างจากไอศกรีมทั่วไป ซึ่งปัจจุบันจะเป็นกลุ่ม Young Gen และ กลุ่มคนวัยทำงานเป็นหลัก

ถ้ามาพูดถึงในตลาดรวมที่จะโตขึ้นประมาณ 6% จะเห็นได้ว่าสัดส่วนของพรีเมี่ยมนั้นยังน้อยแต่สามารถ Drive ตลาดรวมได้ 1-2% ส่วนที่เหลืออีก 4% จะสามารถโตได้ตามเป้าหรือไม่คงขึ้นอยู่กับการทำตลาดของแบรนด์ไอศกรีมทั่วไป เนื่องจากไอศกรีม Mass เป็นไอศกรีมที่ทุกคนสามารถบริโภคได้ทุกที่ ทุกเวลา และใช้การตัดสินใจที่ไม่นาน


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer