สงครามหม้อต้มเดือดปุดๆ นีโอสุกี้ ใส่เกียร์บู๊ ถ้าจะสู้ต้องสู้ที่ความต่าง

ยิ่งคนรักสุขภาพมากขึ้น สุกี้แอนด์ชาบูสไตล์ก็กลายเป็นเมนูประจำของคนไทยมากขึ้น ไม่ต้องแปลกใจถ้าวันนี้ส่องชั้นฟู้ดคอร์ดตามโมเดิร์นเทรดแล้วจะเห็นหม้อต้มสุกี้เดือดปุดๆ เต็มไปหมด แต่บอกเลยว่าหม้อเดือดไม่เท่าไร ที่เดือดกว่าหม้อก็เกมการแข่งขันนี่ล่ะ

ปัจจุบันมูลค่าตลาดสุกี้ ในเมืองไทยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 15,000-20,000  ล้านบาท แถมภาพรวมการเติบโตก็ดูหอมหวานใช้ได้ ตัวเลขอยู่ที่ 10 % ต่อปี แต่ก็อย่างที่บอกว่ายิ่งการเติบโตดีเท่าไร เจ้าใหม่ๆก็เกิดขึ้นเยอะ เจ้าเก่าเน้นคุณภาพเน้นขยายสาขา ส่วนเจ้าใหม่ก็ต้องเล่นเกมราคาตามระเบียบ หม้อสุกี้เลยกลายเป็น “ทะเลเลือด” Red Ocean ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นน่าสนใจดูเหมือนว่าเกมราคาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์คนไทยเท่าใดนัก เพราะจริงๆแล้วตัวเลขที่เติบโต 10% อาจไม่ได้มาจากจำนวนคนหันมานั่งกินสุกี้มากขึ้น แต่มาจากการปรับราคาของเจ้าใหญ่ๆ พร้อมคุณภาพที่อัพเกรดขึ้น ด้วยจำนวนเชนหลายสาขาก็ทำให้มูลค่าตลาดรวมสูงขึ้น

ถึงแม้ “เจ้าเล็กใหม่ๆ”ผุดเป็นดอกเห็ด ทำราคาหวือหวา แต่สุดท้าย..ลูกค้าก็แฮปปี้ที่จะหอบครอบครัวมานั่ง “เจ้าใหญ่ดั้งเดิม” อยู่ดี นี่ก็แปลชัดเจนว่าลูกค้าเลือก คุณภาพมากกว่าราคา ส่วนน้องใหม่ที่เดินเกมผิดก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านตามระเบียบ

ดังนั้น โจทย์ไม่ได้อยู่ว่าแพงหรือถูก แต่อยู่ที่ว่าเจ้าไหนสร้าง “ความคุ้มค่า” ได้มากกว่า เจ้านั้นจึงจะอยู่รอด! และนี่คือสิ่งที่ “นีโอสุกี้” แบรนด์  A la carte อันดับสอง ที่กำลังเร่งเครื่องเพื่อสร้างความคุ้มค่าพิชิตใจลูกค้ามากที่สุด

 

แตกต่างด้วยคุณภาพและความหลากหลาย

สาวกนีโอสุกี้จะทราบดีว่าแบรนด์นี้ ไม่ใช่แค่ราคาที่เข้าถึงได้ดี แต่ทีเด็ดคือ น้ำซุปหลายแบบ น้ำจิ้มที่มีให้เลือกจุใจ

เรื่องความแตกต่างเป็นจุดสำคัญมาก เพราะอย่างที่ทราบว่าเบอร์หนึ่งในตลาดแข็งแกร่งขนาดไหน ดังนั้นถ้าจะสร้างกลุ่มลูกค้าของตัวเองขึ้นมาได้ นอกจากคุณภาพสินค้าต้องไม่แพ้กันแล้ว “ซิกเนเจอร์”เป็นสิ่งที่ต้องมี

นีโอสุกี้เลือกที่จะสร้างน้ำซุปกับน้ำจิ้มให้เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งเป็นเจ้าแรกในกลุ่ม A la carte ที่มีน้ำจิ้มให้เลือกหลากหลายที่สุด ให้ลูกค้าเลือกสบายๆตามสไตล์

ณัฐพล กัปปิยจรรยา กรรมการผู้จัดการบริษัท นีโอ สุกี้ไทยเรสเทอรองส์ จำกัด

ด้านเมนูอาหาร เนื้อสัตว์ในเมนูก็ตั้งใจที่จะรังสรรค์ให้แตกต่างกับเบอร์หนึ่งอย่างชัดเจน มีเนื้อหลากหลายส่วนและมีการลงรายละเอียดสินค้าให้ดูโฮมเมดมากที่สุด นอกจากความอร่อยที่ไม่แพ้กันแล้ว ยังสร้างการจดจำว่าถ้ามานีโอสุกี้ ไม่เหมือนเจ้าไหนแน่นอน

 

5 ปี เดินเครื่องรีแบรนด์ ขยายสาขาทั้งไทยและต่างประเทศ

ยุคสมัยเปลี่ยน การปรับตัวก็ต้องเปลี่ยน หลังจากปีที่ผ่านมาแบรนด์นีโอสุกี้มีการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ ให้ความสำคัญกับการปรับภาพลักษณ์ที่ไม่ใช่แค่ภาพของสุกี้-ชาบู แต่มุ่งสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารประเภทสุกี้-ชาบู และทุกๆ เมนูที่เกี่ยวกับการผ่านนํ้าซุปร้อนในหม้อต้ม ซึ่งมีแบรนด์ใหม่ถึงสองแบรนด์คือกังฟู กับซุนวู

ส่วนบรรยากาศในร้าน ก็มีปรับโฉมในร้านให้ดูทันสมัยขึ้น พร้อมกับแคมเปญสนับสนุนการขายอย่างต่อเนื่อง บอกเลยว่าถ้าใครชอบสุกี้ ชอบชาบู ควรต้องตามเพจ เพราะจะมีแคมเปญที่น่าสนใจมามอบให้ลูกค้าเสมอๆ

 

สำหรับโดยแผนธุรกิจ นีโอสุกี้จะยังคงเดินหน้าลงทุนใหม่เรื่อยๆ ซึ่งในปลายปีนี้จะลงทุนเพิ่มอีก 1 สาขา ที่จ.เชียงใหม่  รวมบริษัทจะมีสาขาทั้งสิ้นภายในปี 21 สาขา นอกจากนี้ยังขายแฟรนส์ไชส์ ให้กับอินโดนีเซีย และเวียดนาม อีก 2 สาขา โดยเฉพาะตลาดเวียดนามยอดขายดีมาก เพราะตั้งอยู่ใกล้แหล่งนิคมอุตสาหกรรม

ล่าสุดได้เปิดแผนการตลาด 5 ปี คือลำดับแรกจะเข้านำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนในการดำเนินธุรกิจต่อไป ขณะเดียวกันได้เตรียมลงทุนทั้งสิ้น 150 ล้านบาท ล่าสุดได้ลงทุนตั้งโรงงานไปแล้ว 50 ล้าน ที่จ.นนทบุรี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต เนื่องจากที่โรงงานพระราม 3 ผลิตได้จำนวนจำกัด ไม่เพียงพอต่อธุรกิจที่ขยายตัวไป

ส่วนแผนดังกล่าว คาดว่าจะนำแบรนด์ใหม่ๆ มาเสริมอีกประมาณ 2 แบรนด์ รวมเป็น 5 แบรนด์ แต่จะเน้นที่เป็นแบรนด์ที่มาจากยุโรป และอเมริกา เน้นอาหารที่รับประทานง่าย เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่วนการลงทุนใหม่ๆ ในประเทศจะเน้นหนักไปที่โซนบางซื่อ บางนา ลาดพร้าว  ส่วนต่างจังหวัดเล็งไว้ที่ จ.ขอนแก่น นครราชสีมา ซึ่งจะเน้นเข้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่ทำการตลาดมาอย่างดีแล้ว

ทั้งหมดเป็นความเคลื่อนไหวของฝั่งนีโอสุกี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ คือการวางรากฐานสร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นความคุ้มค่า มองเห็นคุณภาพและความแตกต่าง  ซึ่งที่นี่จัดให้ไม่อั้น!


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer