การบริหารโครงการที่พักอาศัยที่มีหลากหลายวัฒนธรรม

โลกที่ไร้พรมแดนในทุกวันนี้ส่งผลให้เกิดการผสมผสานของการอยู่อาศัยร่วมกันของคนทั้งโลกให้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เกิดการหลั่งไหลของวัฒนธรรมต่างๆ เข้าหากัน รวมถึงเกิดการโยกย้ายแหล่งที่อยู่ไปทั่วทุกมุมโลก ทั้งจากการเดินทางเพื่อหน้าที่การงาน และการท่องเที่ยว เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกวันนี้เราตื่นเช้าขึ้นมาพบว่าตัวเราเองอยู่ท่ามกลางผู้คนจากหลากชาติหลายภาษา

ดังนั้นการเรียนรู้วัฒนธรรมของกันและกันเพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขจึงเป็นเรื่องที่จะหยิบยกมาคุยกันในวันนี้ โดยเฉพาะท่านที่มีหน้าที่ดูแลหรือบริหารโครงการที่พักอาศัยที่มีผู้อาศัยหลากหลายชาตินั้น ต่างทราบดีว่าการใส่ใจในรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละวัฒนธรรมจะช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

 

จากการเก็บข้อมูลจำนวนยูนิตเสนอขาย ยอดขายและการปล่อยเช่าของพลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2556-2560) พบว่า จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทยมีการขยายตัว โดยส่วนใหญ่ซื้อคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัยเอง ถึง 72% และซื้อเพื่อลงทุน 28% ในส่วนนี้เป็นการปล่อยเช่า 21% และขายต่อ 7%

นอกจากนี้ จากข้อมูลการลงทะเบียนลูกบ้านผ่านระบบ Property Management System (PMS) ในโครงการที่ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ บริหารจัดการ โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาตินั้น มีสัดส่วนผู้พักอาศัยเป็นชาวต่างชาติ ถึง 30 – 50% จากจำนวนผู้พักอาศัยทั้งหมด ซึ่งชาวต่างชาติที่มาจากต่างท้องที่นั้นแน่นอนว่ามีรูปแบบพฤติกรรมการอยู่อาศัยที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ต่างกันไป เช่น คนญี่ปุ่นยึดมั่นในกฎระเบียบการอาศัยอยู่ร่วมกัน  ชาวตะวันตกเน้นการเคารพผู้อื่น ให้ความสำคัญกับการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งในส่วนของรูปแบบที่อยู่อาศัยนั้นชาวต่างชาติส่วนใหญ่มักจะอาศัยในทำเลที่มีคนชาติเดียวกันอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เพื่อความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย

เช่น ในโซนทองหล่อ พบว่ามีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมาก เพราะเป็นทำเลที่สามารถเดินทางไปทำงานและไปสถานที่สำคัญได้โดยสะดวก และมีร้านค้าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ครบครัน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ เป็นครอบครัว และมีความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านชาติเดียวกันในลักษณะอยู่เป็นชุมชน และมีการร่วมกิจกรรมที่ทั้งครอบครัวและเพื่อนบ้านสามารถทำร่วมกันได้ ดังนั้นหากโครงการใดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากก็ต้องเตรียมการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

สำหรับการบริหารจัดการในขั้นต้นนั้นเรื่องการสื่อสารถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะการสื่อสารถือเป็นสิ่งแรกที่ทำให้แต่ละคนเข้าใจซึ่งกันและกัน ดังนั้นหน้าที่ของผู้บริหารโครงการที่พักอาศัยจึงต้องเป็นตัวกลางในการสื่อสารให้ลูกบ้านจากทุกชาติทุกภาษารับทราบกฎของการอยู่ร่วมกัน มีความเข้าใจความต่างในแต่ละวัฒนธรรม โดยผู้บริหารโครงการต้องมีการอบรมเพิ่มความรู้พนักงานอยู่เสมอ รวมถึงเพิ่มบุคลากรที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา เช่น สามารถสื่อสารภาษาเดียวกับลูกบ้านที่เป็นชาวต่างชาติเช่น ชาวจีน หรือญี่ปุ่นได้

 

อย่างไรก็ตาม ในธุรกิจของการบริหารจัดการอาคารสำหรับที่อยู่อาศัยเองก็ได้มีการพัฒนาเพื่อยกระดับการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความหลากหลายทั้งภาษาและวัฒนธรรม ขอยกตัวอย่างสิ่งที่พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในฐานะผู้ให้บริหารโครงการที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มากเป็นอันดับต้นๆ สิ่งที่เราทำในด่านแรกตั้งแต่ลูกบ้านชาวต่างชาติย้ายเข้ามาอยู่ในโครงการคือ จัดให้มีการลงทะเบียนลูกบ้าน และแจ้งกฎระเบียบการพักอาศัยร่วมกัน สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ โดยจัดทำเป็น Infographic ที่เข้าใจง่าย และสื่อสารพูดคุยให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัยเพื่อให้ลูกบ้านรับทราบและมีความเข้าใจอันดี

นอกจากนี้ สิ่งที่เราทำอย่างต่อเนื่องคือการอบรมเพิ่มความรู้ของบุคลากรทั้งด้านงานบริการที่ยกระดับการบริการให้เทียบเท่ากับโรงแรม 5 ดาว ให้บริการด้วย Butler มืออาชีพ รวมถึงอบรมให้พนักงานสามารถสื่อสารได้มากกว่า 2 ภาษา เพื่อรองรับความต้องการของลูกบ้าน มี Help Desk ที่มีพนักงานสามารถสื่อสารภาษาที่ 3 ได้

รวมถึงมีกิจกรรมในแคมเปญ Beautiful Community – ความสุขเริ่มที่บ้าน ที่ให้ลูกบ้านได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการเปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกัน ให้เกิดความรู้สึกในการอยู่ร่วมกันในชุมชนเดียวกัน ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นจะสอดคล้องกับความต้องการของลูกบ้านชาวต่างชาติ เช่น กิจกรรมทำขนมไทย กิจกรรมตามเทศกาลอย่างวันลอยกระทง กิจกรรม DIY ที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งครอบครัว หรือกิจกรรมพิเศษในเทศกาลสำคัญของชาวต่างชาติ เช่น กิจกรรมทานาบาตะ เทศกาลขอพรจากดวงดาวของญี่ปุ่น เป็นต้น

 

การเรียนรู้และเข้าใจในความต่างของแต่ละวัฒนธรรมนับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้บริหารโครงการที่พักอาศัยสามารถดูแลความเป็นอยู่ของลูกบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะความเข้าใจคือจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชนที่พักอาศัย นอกจากนั้นแล้วยังต้องใช้ความสามารถในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยทุกชาติ และความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการให้ลูกบ้านทุกคนสามารถอาศัยอยู่ร่วมกันในความแตกต่างทางวัฒนธรรมได้อย่างมีความสุข


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer