รู้ 4 วิธีทำแบรนด์ใน Instagram ให้ปัง! แบบไม่ต้องเสียตังค์ไปเรียนคอร์สแพงๆ

“เพราะ Instagramคือ โพรงกระต่ายที่คุณคาดไม่ถึง” ปฏิเสธไม่ได้ว่า Instagram กลายมาเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการทำการตลาดยุคปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะเห็นแต่แม่ค้าออนไลน์ที่มาจากไอจี และมีวลีฮิตติดปากว่า “ฝากร้าน” ทั้งเวลาที่แจกนามบัตรในร้านค้าปกติเองก็จะมีช่องทางการติดต่ออย่าง Instagramพ่วงเข้าไปด้วย

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ Instagramมีผลด้านบวกในทางธุรกิจ และต่อยอดในการทำ SMEs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ? เรามีคำตอบ

ในแง่การเป็นผู้ประกอบการนั้นก็ถือว่ามีกำไรมาก ผลจากการสำรวจจาก Hootsuite ปี 2018 พบว่า Instagram เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คนไทยใช้มากที่สุดอันดับ 5 คิดเป็น 50% จากทั้งหมด รองจากอันดับ 4 FB Messenger ที่คิดเป็น 55% อันดับ 3 LINE 68% อันดับ 2 Youtube 72% และอันดับ 1 อย่าง Facebook 75%

เหตุที่ Instagram เป็นทำเลทองของนักทำธุรกิจเป็นเพราะ Instagramเป็นพื้นที่ของการลงรูปภาพและวิดีโอสั้นโดยเฉพาะ สามารถขายและโฆษณาสินค้า/บริการได้อย่างตรงไปตรงมาจากการจ้างคนดัง (Celeb) หรือผู้มีอิทธิพลทางความคิด (Influencer) มารีวิวสินค้าให้กับแบรนด์

ยิ่งในปัจจุบัน Facebook มีการอัปเดตอัลกอริทึมต่างๆ ทำให้เข้าถึงผู้คนได้น้อยลง ส่งผลกระทบต่อเจ้าของแบรนด์ที่ต้องแบ่งต้นทุนมาทำโฆษณากับ Facebook เพิ่มเติม

นอกจากนี้อัลกอริทึมของ Instagramยังถูกพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับการทำตลาดออนไลน์อยู่ตลอดเวลา อย่างเช่น ในอดีตสามารถลงรูปภาพได้ครั้งละ 1 รูปภาพ แต่ในปัจจุบันมีฟีเจอร์ “Multiple Photos and Videos” ที่สามารถลงรูปภาพได้สูงสุด 10 รูปภาพต่อครั้ง หรือสามารถเล่นกับ Story IG ได้โดยมีการแนบลิงก์ร้านค้า และเลื่อนขึ้น “Swipe Up” จากหน้า Story เข้าในเว็บไซต์ร้านค้าได้ทันที

จากการอัปเดตล่าสุดมีลูกเล่นใหม่ที่ทำออกมาเพื่อร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะโดยมีการแสดงราคาต่อสินค้าแต่ละชิ้น สามารถกดดูรายละเอียด และสั่งซื้อได้ทันที ถือว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขายได้เป็นอย่างมาก

หากคุณเริ่มสนใจในการทำธุรกิจตลาดออนไลน์ผ่าน Instagramแล้วล่ะก็ อย่ารอช้าที่จะเรียนรู้ 4 วิธีต่อจากนี้

  1. สร้างการเข้าถึง (Reach) และการมีส่วนร่วม (Engagement) ให้กับผู้บริโภค

เมื่อสร้างบัญชีสำหรับธุรกิจ (Business Account) แล้ว คุณจะสามารถเข้าถึงสถิติสรุปที่สำคัญต่างๆ ทั้งหมดได้ โดยความสามารถนี้จะแตกต่างจากบัญชีปกติ (General Account) เพราะทาง Instagramจะรวบรวมและคำนวณข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยข้อมูลที่ Instagram จะนำมาวิเคราะห์ให้ มีดังนี้

– ยอดเข้าถึง (Reach) ผู้บริโภคโดยรวมทั้งหมด

– ยอดผู้บริโภคที่แสดงปฏิกิริยาตอบกลับ (Like/Follow/Comment)

– ยอดเข้าถึงผู้บริโภคเก่า/ใหม่

– ผลรวมของจำนวนโพสต์ทั้งหมดที่ถูกเข้าถึง

รายละเอียดของวิธีการดำเนินการของโปรโมชั่นที่ถูกนำเสนอออกไป

โดยจำแนกเป็นลักษณะทางประชากรของผู้บริโภคได้ทั้งสถานที่ที่ถูกเข้าถึงมากที่สุด ช่วงอายุ เพศ ช่วงเวลาที่เข้าดู วัน/เวลาที่ออนไลน์ส่วนใหญ่

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ มีประโยชน์อย่างมากในการกำหนดกลยุทธ์ในการเลือกช่วงเวลาโพสต์ให้ตรงกับเวลาของผู้บริโภค และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยคัดเลือกจากคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคสนใจหรือเลือกเปิดรับ นอกจากนี้ ยังไม่เสียต้นทุนในการจ้างบริษัทวิจัยอื่นๆ ในการวิเคราะห์ผล เพราะ Instagramได้จัดการส่วนนี้ไว้ให้เสร็จเรียบร้อย

  1. ตรงประเด็น ทั้ง “คำบรรยาย” และ “แฮชแท็ก #Hashtags”

ในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยข้อมูลทำให้ในบางครั้งสารโฆษณาผลิตภัณฑ์ถูกแทนที่ด้วยสารต่างๆ หลากหลายประเภท และถูกกลบหายไปในที่สุด การสร้างแฮชแท็ก หรือแคปชั่น ที่น่าสนใจเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดและสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเห็น Message ได้มากยิ่งขึ้น ง่ายต่อการค้นหาและเกิดเป็น Community สำหรับคนที่มีความชอบเดียวกันและสามารถกระจายสินค้าต่อกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

หลักการเขียนแคปชั่นนั้นให้เจาะไปที่สาระสำคัญ (Key Message) ที่ต้องการ และตามด้วย “#” เช่น เมื่อแบรนด์ต้องการมอบบางอย่างในเชิงพาณิชย์ ทั้งสิทธิพิเศษ โปรโมชั่น ของรางวัล การใช้ประโยชน์จากพรีเซนเตอร์ ฯลฯ จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการจะได้รับสิ่งพิเศษ หรือของฟรี นั้นมาจากการติดแฮชแท็ก “#” เกิดเป็นการเข้าร่วมแคมเปญนั้นแบบจงใจ หรือในรูปแบบที่แบรนด์ไม่ได้ต้องการขายสินค้าอย่างตรงไปตรงมา ก็จะเน้นจุดประสงค์ของการตั้ง แฮชแท็ก “#” เพื่อทำการโปรโมตแบรนด์มากกว่า

เช่น ให้เล่าความประทับใจจาก ‘สารบางอย่างที่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์’ ตามด้วย “#” ที่อาจจะเป็น Tagline ชื่อแคมเปญ หรือชื่อแบรนด์ เพื่อให้เกิดการกระจายและส่งต่อ Message ออกไปให้มากที่สุด

  1. สร้างคอนเทนต์ให้โดนใจด้วย Story IG

การเล่าเรื่องใน Story IG ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว แต่ต้องไปในทางเดียวกันของแบรนด์ (Positioning) ภาพโดยรวมที่นำเสนอออกไปจึงต้องพิถีพิถันในการคัดเลือกเพราะสามารถสื่อถึงตัวแบรนด์ได้ในอีกรูปแบบ และประยุกต์ให้เข้ากับข้อมูลที่ต้องการสื่อสารด้วย

เช่น การบอกถึงโปรโมชั่นใหม่ ประกาศ หรือเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะเมื่อผู้รับสารรับรู้และเกิดความชอบต่อ Story IG ของแบรนด์นั้นๆ ก็จะตามมาด้วยการ Follow กลายเป็นหนึ่งในผู้ติดตาม ถูกเก็บในยอดสถิติเพื่อสร้างฐานข้อมูลในการสร้างกลยุทธ์ จนทำให้เกิดพฤติกรรมการซื้อได้ในที่สุด

และจากฟีเจอร์ที่ Instagramเพิ่มขึ้นมาถือว่าเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้าง Engagement ให้กับผู้บริโภค โดยการเลื่อน “Swipe Up” เพื่อเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ของทางแบรนด์ได้โดยตรง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญที่ง่ายต่อการเข้าถึงและเพิ่มยอดขายของแบรนด์

  1. IGTV ช่องทางการโปรโมตใหม่ล่าสุดจาก Instagram

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดจาก Instagramที่จะทำให้ผู้ใช้บริการทุกคนเปรียบเสมือนเจ้าของ Channel โดยบัญชีผู้ใช้ที่มีฐานผู้ติดตาม (Follower) ไม่มาก จะสามารถอัปโหลดวิดีโอความยาวสูงสุดไม่เกิน 10 นาที แต่ถ้ามีฐานผู้ติดตาม (Follower) มากกว่าหลักหมื่นเป็นต้นไป จะสามารถอัปโหลดได้นานที่สุด 1 ชั่วโมง

โดยเจ้าของ Channel จะต้องทำการโหลดแอปพลิเคชั่น IGTV ที่แยกออกมาก่อนเพื่อสร้างช่องรายการ โดยผู้ติดตามของบัญชีนั้นไม่จำเป็นจะต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ก็สามารถรับชมจาก Instagram โดยตรงได้เลย

เหตุที่ Instagram สร้าง IGTV นี้ขึ้นมาเพราะนอกจากจะต้องการดึงให้ผู้ใช้บริการหันมาสร้างคอนเทนต์ใน IGTV มากกว่า Snapchat และ Youtube ที่มีมาแต่เดิมแล้ว ยังเป็นการสร้างช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพเต็มที่เพราะฐานผู้ติดตาม (Follower) เดิมที่มีอยู่แล้วเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายและเกิดพฤติกรรมการซื้อที่มากกว่าทั่วไป สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และให้ความหลากหลายกับผู้บริโภคได้มากขึ้น

ถือเป็นผลลัพธ์ของการตลาดรูปแบบใหม่ที่ผลักดันจนเกิดเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยธุรกิจขนาดเล็กให้ยกระดับได้ดียิ่งขึ้น

จากที่กล่าวมาทั้งหมดต้องบอกว่า Instagramถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่น่าสนใจทั้งจาก SMEs ผู้เริ่มต้น หรือผู้ประกอบการที่มีอยู่มาตั้งแต่เดิมเพื่อขยายฐานการตลาด และส่งเสริมช่องทางการขายให้มีมากยิ่งขึ้นควบคู่ไปกับประสิทธิภาพในการทำการตลาดในรูปแบบออนไลน์และดิจิทัลเพื่อให้เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมและความต้องการที่หลากหลาย

เกิดการรับรู้ของสินค้าหรือบริการ ทำให้เกิดความสนใจ ค้นหาข้อมูล จนเกิดพฤติกรรมการซื้อ และแชร์ผลลัพธ์ที่ได้จากแบรนด์ออกไปในที่สุด

Via: blog.influenceandco.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer