The Meg : ความสำเร็จครั้งล่าสุดของหนังฉลามอาละวาดบน Box Office    

ปัจจุบันโอกาสของหนังที่ไม่ใช่ภาคต่อจากเรื่องที่ใครๆ ก็รู้จัก อย่าง Star Wars ไร้พลังนักแสดงดังระดับแม่เหล็ก หรือไม่มีตัวละคร Super Hero จากการ์ตูนเรื่องดัง จะขึ้นถึงอันดับหนึ่งหนังทำเงินในสหรัฐและทั่วโลกในสัปดาห์แรกที่ฉาย ยากกว่าในอดีตมาก เพราะนอกจากสู้กับหนังโรงด้วยกันแล้ว ยังต้องสู้กับการรุกหนักจาก Video Streaming อีก แต่ในสุดสัปดาห์ที่ 2 ของสิงหาคม The Meg ทำได้ ผ่านตัวเลขรายได้ทั่วโลก 142 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 4,686 ล้านบาท)

มีหลายเหตุผลที่ทำให้ การอาละวาดบนตาราง Box Office ครั้งล่าสุดของ ’หนังฉลาม’ น่าสนใจ ทั้งที่มาที่ไป เบื้องหลังความสำเร็จ และทำไมหนังที่มีนักล่าแห่งท่องทะเลจึงเป็น Zombie Idea ที่ไม่เคยตายไปจากวงการภาพยนตร์   

ฉลามยักษ์ที่ต้องว่ายฝ่าทะเลอุปสรรค กว่าจะได้ขึ้นจอใหญ่

                The Meg สร้างจากนิยายขายดีเมื่อปี 1997 ของ Steve Allen ศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ Megalodon ฉลามดุร้ายขนาด 70 ฟุต ที่เหลือรอดมาจากยุคไดโนเสาร์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในร่องน้ำลึกในมหาสมุทรแปซิฟิก โดย Allen ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Jaws ต้นฉบับหนังฉลามเรื่องดังเมื่อปี 1975 กับการต่อยอดจากข่าวการพบ Mariana Trench ร่องลึกก้นมหาสมุทรซึ่งลึกที่สุดในโลก

The Meg Novel

               ไม่นานหลังนิยายออกสู่ตลาด Disney เป็นบริษัทแรกที่ซื้อบทประพันธ์มาทำเป็นหนัง โดยวางให้เป็นหนังตื่นเต้นระทึกขวัญแต่ดูได้ทั้งครอบครัว แต่การพัฒนาบทไม่คืบหน้า สิทธิในบทประพันธ์จึงกลับไปอยู่ที่ Allen อยู่หลายปี จนกระทั่งปี 2005 ก็มีข่าวว่า New Line Cinema ซึ่งเคยประสบความสำเร็จกับ Deep Blue Sea หนังฉลามกลายพันธ์เมื่อปี 1999 ซื้อบทประพันธ์มาและวางตัว Jan De Bont ผู้กำกับชาวดัตช์ที่สร้างชื่อมาจาก Speed หนัง Action เรื่องดังยุค 90 ให้มากำกับ

The Meg Steve Allen  

             ล่วงมาถึงปี 2015 The Meg ตกเป็นข่าวอีกครั้ง หลัง Warner วางตัวให้ Eli Roth ผู้กำกับหนังสยองขวัญรุ่นใหม่คนดังมากุมบังเหียน ทว่าข่าวก็เงียบหายไปอีก จนในที่สุด Project ก็เปิดกล้องด้วยการที่ Belle Avery – Producer ปรับบทให้เรื่องไปเกิดที่จีนแทนที่จะเป็นญี่ปุ่น และเดินทางไปจีนถึง 22 ครั้งเพื่อหาบริษัทร่วมทุน ซึ่งปรากฏว่าเป็น Gravity Film บริษัทภาพยนตร์สัญชาติจีนที่ขอมาร่วมหัวจมท้ายด้วย โดยมี John Turteltuab เจ้าของผลงาน National Treasure ทั้ง 2 ภาค มานั่งเก้าอี้ผู้กำกับ

การอาละวาดของฉลามยักษ์ลูกครึ่งบนตาราง Box Office ทั่วโลก

                การรอคอยกว่า 20 ปีของ Allen สิ้นสุดลง หลัง Gravity Film เข้ามามีส่วนร่วมใน Project นี้ โดย Jiang Wei ประธาน Gravity Film กล่าวว่า “เป็น Project ที่เหมาะกับการทำหนังร่วมทุน เพราะเป็นหนัง Sci-Fi ฉลาม เนื้อเรื่องเกิดในจีน มีนักแสดงชาวจีนรับบทสำคัญ และไม่แตะประเด็นอ่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวกับจีนเลย จึงมีแนวโน้มที่จะทำเงินทั้งในจีน สหรัฐ และทั่วโลกได้”

The Meg Chinese Cast

               คาดการณ์ของ Jiang Wei เป็นจริง โดยแม้เปิดตัวไม่น่าประทับใจ คว้าอันดับ 3 ของหนังทำเงินในจีนสุดสัปดาห์แรกของสิงหาคม ด้วยตัวเลขรายได้ 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 495 ล้านบาท) แต่สัปดาห์ถัดมา สามารถขึ้นถึงอันดับ 1 หนังทำเงินในสหรัฐฯ ด้วยตัวเลขรายได้ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,485 ล้านบาท) เบียด Mission : Impossible – Fallout ที่ครองแชมป์มา 2 สัปดาห์ลงไปเป็นเบอร์สอง

Jiang Wei

Jiang Wei (คนที่ 2 จากขวา) 

              ในสัปดาห์ต่อมาแม้เสียแชมป์ให้ Crazy Rich Asians แต่ The Meg ยังทำเงินเพิ่มอีก 21 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 693 ล้านบาท) ซึ่งหากรวมกับรายได้ทั่วโลก หนังที่ผู้กำกับอย่างให้เป็นหนังฉลามที่ดีสุดอันดับ 2 รองจาก Jaws ทำเงินไปแล้ว 321 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 10,593 ล้านบาท) ซึ่งทำให้ผู้บริหารของ Warner ยิ้มออก เพราะคุ้มกับทุนสร้างราว 180 ล้านเหรียญ (ราว 5,960 ล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว 

The Meg Poster

ทำไม The Meg ไม่ใช่ฉลามตัวสุดท้ายที่ได้ขึ้นจอใหญ่

            ความสำเร็จของ The Meg เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการร่วมทุนกับจีน เลือกจังหวะเวลาฉายดี (สัปดาห์เดียวกัน ไม่มีหนังฟอร์มใหญ่เข้าใหม่หรือหนังแนวเดียวกันเลย) ชื่อของ Jason Statham ที่ยังขายได้และนักแสดงคนนี้ยังว่ายน้ำอย่างคล่องแคล่วเพราะเป็นนักว่ายน้ำทีมชาติอังกฤษมาก่อน ประกอบกับ Computer Graphic (CG) ที่สมจริง โดยเฉพาะตัวฉลาม CG ที่น่ากลัวแต่ไม่น่าเกลียด และวางตัวเป็นหนังปิดช่วงหน้าร้อนที่ดูได้สนุกคุ้มค่าตั๋ว

                อีกปัจจัยที่ทำให้ The Meg ครองหัวตารางหนังทำเงินคือ ผู้ชมยังอยากได้ความตื่นเต้นและลุ้นระทึกไปกับการเอาตัวรอดจากฉลาม ยืนยันได้จาก ปี 2016 The Shallows ทำเงินได้ถึง 115 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 3,795 ล้านบาท) จากทุ่นสร้างเพียง ตามด้วย Meters Down ในปีถัดมา ที่ทำเงินไปกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 1,320 ล้านบาท) จากทุ่นสร้างเพียง 17 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 561 ล้านบาท)

               ขณะเดียวกันวงจร Demand และ Supply ของหนังฉลามอาละวาด ทั้งเพื่อเอาใจแฟนพันธ์แท้และเพื่อรองรับความต้องการคอหนังเกรด B ที่อยากดูหนังเนื้อหาเกินจริงแต่สนุกเพื่อคลายเครียดก็ไม่เคยหมดไป จากจอโทรทัศน์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Syfy – Cable TV เน้นรายการที่สร้างจากนิยายวิทยาศาสตร์หรือเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ ในสหรัฐ ยังให้ทุนสร้างหนังออกอากาศทางโทรทัศน์ (Tele-Movie) Sharknado มาแล้วถึง 6 ภาค

The Meg Poster 2

จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคต The Meg อาจมีภาคต่อ และคงมีหนังตระกูลเดียวกันทยอยออกมาเป็น Surprise Hit อีกบน Box Office /hollywoodreporter ,theringer ,Bloomberg ,variety ,nbcnews ,indiewire ,Wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer