Line–Twitter เมื่อโฆษณาดิจิทัล ไม่ได้มีแค่ Facebook

กระแส Digital Advertising ได้เติบโตตามการใช้งานของประชากรโซเชียลที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้นทุกลมหายใจ

จากการรายงานของ ETDA พบว่าปีนี้คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ต 10.05 ชั่วโมงต่อวัน เพิ่มจากปีที่ผ่านมา 3.41 ชั่วโมง

และเมื่อมองในมุม Digital Advertising คาดการณ์ปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นที่ 21% ด้วยมูลค่า 14,973 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการใช้จ่ายให้กับโฆษณาดิจิทัลไปแล้วทั้งสิ้น 6,684 ล้านบาท

ภายใต้การเติบโตนี้ Facebook ยังคงเป็นโซเชียลมีเดียอันดับหนึ่งที่นักการตลาดและนักโฆษณาดิจิทัล เลือกใช้เป็นอันดับต้นๆ 

แต่เมื่อมองลึกลงไปกลับพบว่า โซเชียลมีเดียอย่าง Line / Twitter และ Instagram มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ

Twitter ครองแชมป์ เติบโตสูงสุด Twitter เติบโต 276% มูลค่า 90 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 26 ล้านบาท Line เติบโต 83% มูลค่า 1,147 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 627 ล้านบาท Instagram Ad เติบโต 77% มูลค่า 71 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 40 ล้านบาท Search เติบโต 38% มูลค่า 1,424 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1,034 ล้านบาท Creative เติบโต 36% มูลค่า 1,340 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 984 ล้านบาท Youtube เติบโต 28% มูลค่า 2,690 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 2,105 ล้านบาท Social เติบโต 16% มูลค่า 1,179 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1,020 ล้านบาท Display เติบโต 13% มูลค่า 1,517 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 1,340 ล้านบาท Facebook เติบโต 10% มูลค่า 4,479 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 4,084 ล้านบาท Online VDO เติบโต 8% มูลค่า 791 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 729 ล้านบาท Instant Messaging ลดลง 55% มูลค่า 2 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 3 ล้านบาท Native Ads ลดลง 44% มูลค่า 132 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 235 ล้านบาท Other ลดลง 42% มูลค่า 102 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา 175 ล้านบาท *มูลค่า Advertising Spend ที่มา DAAT, สิงหาคม 2018

 

สิ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มอื่นๆ มีการเติบโตด้านเม็ดเงินโฆษณาอย่างน่าสนใจ มาจาก

นักการตลาดและนักโฆษณาดิจิทัลเริ่มมองเห็นเฟซบุ๊กเป็นเหมือน Red Ocean ที่แบรนด์ทุกแบรนด์ต่างใช้ Facebook ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้มากถึง 51 ล้านราย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในระดับแมส

การแย่งชิงพื้นที่หน้า Feed บน Facebook จำเป็นต้อง bid ราคาสูงขึ้น เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายที่ใช้งาน Facebook มองเห็น จากจำกัด Organic Reach ของแบรนด์ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กมองเห็นน้อยลง

ทำให้นักการตลาดเริ่มมองหาแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีผู้ใช้ที่น้อยกว่า แต่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายกว่า เป็นสื่อเสริมในการทำตลาดมากขึ้น

ซึ่ง Twitter และ Line เป็นคำตอบของเรื่องนี้ จากยอดการเติบโตมากถึง 276% และ 83% ตามลำดับ

ส่วน Instagram เติบโต 77% เป็นการเติบโตที่ส่วนใหญ่มีผลพวงมาจาก Facebook ที่เปิดให้ผู้ลงโฆษณาสามารถเลือกลงโฆษณาทั้ง 2 แพลตฟอร์มได้พร้อมๆ กัน ทำให้นักการตลาดลองที่จะหาฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่าน Instagram จากความสะดวกสบายที่ Facebook อำนวยให้

 

คนไทยใช้เน็ตกับโซเชียลไหน Facebook 51 ล้านราย Line 42.7 ล้านราย Twitter 20 ล้านราย Instagram 13.6 ล้านราย ที่มา : Marketeer รวบรวม *Facebook อ้างอิงจาก Facebook ประเทศไทย พฤษภาคม 2561 Line อ้างอิงจาก Line ประเทศไทย สิงหาคม 2561 Twitter อ้างอิงจาก งานสัมมนา DAAT Day 2018 สิงหาคม 2561 Instagram อ้างอิงจาก Thoth Zocial กุมภาพันธ์ 2561

 

และเมื่อดูจากยอดผู้ใช้  Twitter ปัจจุบันมีผู้ใช้มากถึง 20 ล้านราย จาก 12 ล้านรายในต้นปี  และ Line 42.7 ล้านราย จาก 41 ล้านรายในปีที่ผ่านมา นั่นแสดงให้เห็นถึงการเติบโตด้านยอดผู้ใช้และเม็ดเงินโฆษณา

แล้ว สองแพลตฟอร์มนี้ทำอย่างไร

 

Twitter เครื่องมือสร้างกระแส

ในต้นปี Twitter มียอดผู้ใช้ 12 ล้านราย จากรายงานของ Thoth Zocial ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ส่วนสิงหาคม 2561 ในงานสัมมนา DAAT Day 2018 ได้เปิดเผยข้อมูลว่า Twitter มียอดผู้ใช้มากถึง 20 ล้านราย ซึ่งเป็นยอดการเติบโตที่ผลักดันให้มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาใน Twitter สูงถึง 276% เกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

การเติบโตนี้มาจากนักการตลาดที่มองว่า Twitter เป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงอิทธิพลอีกแพลตฟอร์มหนึ่ง ถ้ารู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์

เพราะจุดเด่นของ Twitter คือ

ประชากร Twitter สัดส่วนมากถึง 68% เป็นกลุ่มอายุ 18-34 ปี ที่มีความต้องการอัพเดตเรื่องที่สนใจอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นเหตุการณ์ถ้ำหลวง Twitter ได้ถูกหยิบมาใช้งานในฐานะเครื่องมือในการสื่อสารที่อัพเดตข่าวสารอย่างรวดเร็ว ที่ช่วยกระจายข่าวสารจากประเทศไทยไปเป็นข่าวระดับสากลผ่าน hashtag (#)

และผู้ใช้งาน Twitter มากกว่า 69% กลุ่มที่ชอบพูดคุยกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนกับข้อมูลใหม่ๆ ที่ตัวเองหามาได้ ซึ่งเป็นจุดขายที่ Twitter ได้บอกกับแบรนด์ที่สนใจมาลงโฆษณา

ซึ่งพฤติกรรมของประชากร Twitter ที่นิยมติด hashtag ในสิ่งที่สนใจ เพื่อให้ผู้ใช้งาน Twitter อื่นๆ คลิกไปยัง #เพื่อตามไล่อ่านเรื่องที่สนใจเรื่องเดียวกันได้ง่าย จนเกิดเป็นปรากฎการณ์ Twitter Trend

โดยนักการตลาดสามารถใช้ Twitter Trend ในการสื่อสารผ่าน 2 รูปแบบ คือ

1. เกาะกระแสตาม Twitter Trend เช่น ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา #เมีย2018 เป็น hashtag ที่มีการ Tweet จำนวนมาก Twitter ของ 7-eleven Thailand ได้เกาะกระแสด้วยการถ่ายรูปเกี๊ยวน้ำ พร้อมมือถือเปิดหน้าจอละครเมีย 2018 และแคปชั่นว่า

เกี๊ยวเธอกับเขามันอาจจะเก่า งั้นเปลี่ยนมากินเกี๊ยวเราได้นะ ต้องกินเกี๊ยวแบบไหนถึงได้เป็นแบบวศิน TT #เมีย2018

ซึ่งการติด #เมีย2018 ของ 7-eleven ทำให้คนที่ตามอ่าน Twitter ใน #เมีย2018 ได้เห็นแบรนด์ 7-eleven ไปในตัว

2. ซื้อพื้นที่ Twitter Trend ในการสร้างกระแสแคมเปญ หรือ Big Idea ที่ต้องการสื่อสาร

Twitter ได้อาศัยพฤติกรรมผู้ใช้ Twitter นิยมไล่กดอ่านเรื่องราวต่างๆ ใน hashtag ยอดนิยม ผ่าน Twitter Trend มาเป็นจุดที่สร้างรายได้กลับมาให้กับแพลตฟอร์ม

โดยแบรนด์ที่ต้องการสร้างกระแสให้กับแคมเปญโฆษณา และใช้เป็นการส่งเสริม Big Idea ของงานโฆษณา สามารถซื้อพื้นที่ใน Twitter Trend เพื่อนำ hashtag ที่แบรนด์คิดขึ้นมาเอง ขึ้นไปอยู่ในพื้นที่อันดับต้นๆ ของ hashtag ที่คนพูดถึงได้โดยไม่ต้องรอเวลาให้คนพูดถึง hashtag นั้นมากๆ เสียก่อน

ซึ่งการสร้างกระแสให้กับแคมเปญ Twitter ตอบโจทย์ในจุดนี้ได้ดีกว่า Facebook และ Youtube

แต่การสร้างกระแสผ่าน hashtag ชนะชัย ไชยปัญญา บริษัท มีเดียโดนัทส์ ตัวแทนอย่างเป็นทางการของ Twitter ประเทศไทย ได้แนะนำว่า hashtag ที่น่าสนใจให้คนคลิกเข้าไปติดตามต่อจะต้องเป็น hashtag ที่

– คงความอยากรู้อยากเห็น อย่างเช่น #อัพนมมาแล้ว ซึ่งเป็น #ที่ แบรนด์นมข้นหวานคาร์เนชั่นใช้สื่อสารเพื่อเปิดตัวสินค้าใหม่ คาร์เนชั่นพลัส

– ไม่มีชื่อแบรนด์เข้ามาอยู่ใน hashtag เพราะจะได้รับความสนใจมากกว่า เป็นต้น

นอกจากการขายพื้นที่โฆษณาใน Twitter Trend แล้วปีนี้ Twitter ได้ปรับตัวเองสู้ในแพลตฟอร์ม วิดิโอ มากขึ้นด้วยการจับมือกับคอนเทนต์พาร์ตเนอร์ในการถ่ายทอดสดรายการใน Twitter

โดยเริ่มต้น Twitter ได้จับมือรายการกีฬา ONE Championship และเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ก่อนที่จะขยายไปยังคอนเทนต์พาร์ตเนอร์อื่นๆ

ซึ่งเป็นไปได้ว่าในอนาคต Twitter จะมีการถ่ายทอดสดรายการต่างๆ จากเกาหลี เพื่อมาเอาใจกลุ่มแฟนคลับเกาหลี ที่มีจำนวนมากในแพลตฟอร์มนี้

และการร่วมมือกับคอนเทนต์พาร์ตเนอร์ยังต่อยอดรายได้ให้กับ Twitter ในการขายโฆษณาในรูปแบบ pre-roll ได้อีกด้วย

 

Line บวกทุกบริการคือพาร์ตเนอร์ชั้นดีของโฆษณาดิจิทัล

ในปีนี้ DAAT เชื่อว่า Line มีการเติบโต 83% ด้านมูลค่าโฆษณาดิจิทัลจากผู้ใช้ไลน์ทั้งสิ้น 42.7 ล้านราย ที่ใช้งานไลน์เฉลี่ยวันละ 63 นาที

ซึ่งการเติบโตนี้มาจากการเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เด็กที่เพิ่งอ่านออกเขียนได้ไปจนถึงผู้สูงอายุ และคนต่างจังหวัด ที่เดิมใช้มือถือเพื่อโทรหากัน เปลี่ยนเป็นใช้ Line Call โทรหากันแทนเพื่อประหยัดค่าโทร

นอกจากแชทไลน์ซึ่งเป็นบริการหลักแล้ว ในแพลตฟอร์มไลน์ยังมีโปรดักท์หลากหลายที่ให้บริการกับแบรนด์ใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่นอกเหนือจากสติ๊กเกอร์ ที่ปัจจุบัน Sponsored sticker เติบโตมากถึง 23% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

เช่น Official Account ที่สามารถส่งถึงผู้ติดตามแบบระบุชื่อได้ เอื้อประโยชน์ในการทำ Personal Marketing จากการที่ไลน์ยอมเปิดหลังบ้านให้แบรนด์เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลผู้ใช้ไลน์

และ Line @ สำหรับแบรนด์ใช้สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าแบบ Two way communication

Line TV เป็นแพลตฟอร์มดูทีวีออนไลน์ที่มีจุดเด่นคือมีคอนเทนต์ที่เป็น Official จากช่องทีวีพาร์ตเนอร์จำนวนมาก โดยละครเรื่องเมีย 2018 เป็นละครที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในแง่ของผู้ชมย้อนหลัง

รวมถึงบริการอื่นๆ อีกทั้ง Line Game, Line Pay, Line Man และ Line Today ที่มีผู้ใช้ 32 ล้านราย ทำให้แบรนด์ไม่ได้มองไลน์เป็นเพียงช่องทางโฆษณาแต่มองเป็นพาร์ตเนอร์ที่สามารถต่อยอดให้กับแบรนด์ไปยังบริการต่างๆ ที่ไลน์มีให้บริการได้

เพราะนอกจากไลน์จะมีบริการที่หลากหลายแล้ว ในด้านการแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ไลน์ยังมีเครื่องมือการตลาดอำนวยความสะดวกให้นักการตลาด และนักโฆษณาดิจิทัลในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

อย่างในงาน DAAT Day 2018 ที่ผ่านมา ไลน์ได้เปิดบริการใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์การตลาดที่แตกต่างกันไป ได้แก่

Line Customer Connect บริการ Call Center บน Official Account ของแบรนด์ ซึ่งในบริการนี้ แบรนด์สามารถเลือกการตอบกลับด้วย AI หรือใช้บุคคลจริงๆ ในการตอบกลับด้วย Text และสามารถรับสายจากลูกค้าผ่าน Line Call ใน Official Account ได้

Line Notification Services บริการแจ้งอัพเดตสถานะต่างๆ ตามที่ผู้ใช้แต่ละบุคคลเลือก โดยบริการนี้จะเป็นการส่งข้อความผ่าน Line Official Account ของแบรนด์ไปแจ้งเตือน โดยที่บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องกดติดตาม Line Official Account นั้นๆ

อย่างเช่น เมื่อสั่งอาหารจาก Line Man มีการส่งข้อความจาก Official Account ของ Line Man มาแจ้งสถานการณ์จัดส่ง เป็นต้น

Line Data Official Account บริการในรูปแบบ CRM ที่เชื่อมต่อฐานข้อมูลของผู้ติดตาม Official Account ของแบรนด์ ทั้งในเรื่องของไลฟ์สไตล์และความชอบ เพื่อให้แบรนด์ได้รู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น และแบรนด์สามารถสื่อสารกับกลุ่มผู้ตามใน Official Account  ในรูปแบบ Personalized ได้

และ Line Coupon Sticker บริการที่ให้ลูกค้าส่งสติ๊กเกอร์ที่ไลน์พัฒนาขึ้นมาร่วมกับแบรนด์ที่สนใจไปยัง Official Account Line Coupon เพื่อเปลี่ยนเป็นคูปองส่วนลดที่แบรนด์มอบให้กับผู้ส่ง โดยแบรนด์ไม่จำเป็นต้องมี Official Account เป็นของตัวเอง ซึ่งบริการนี้ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะสามารถใช้งานได้จริงในปลายปีนี้

ทั้งนี้ ด้วยบริการใหม่ๆ ทั้งหมด ไลน์ประเทศไทยเชื่อว่าจะเข้ามาเป็นหนึ่งในทางเลือกให้กับนักการตลาดในการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มไลน์ได้อย่างดี

เกมจากนี้ต่อไป Facebook อาจจะไม่ใช่คำตอบของนักการตลาดออนไลน์ทั้งหมด

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer