เผยเบื้องลึกแนวคิด “Tailor Made Network” หนึ่งเดียวในไทย กับเครือข่ายมือถือที่ตัดเย็บอย่างประณีต เพื่อคนไทย

เคยมีคำถามในใจบ้างไหมว่า ทำไม… เอไอเอส ถึงเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือที่ครองอันดับหนึ่ง มายาวนานถึง 28 ปี  นับตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2533 ที่เอไอเอสเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายมือถือครั้งแรกในประเทศไทย

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ของเอไอเอส คือการมองไกลกว่าแค่การแข่งขันเพื่อเป็นที่ 1  เพราะมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการปักหมุดให้ประเทศไทยเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมด้านสื่อสารที่องค์กรด้านเทเลคอมชั้นนำทั่วโลกหันมอง และให้การยอมรับ!  

 “เราทำงานอย่างหนักเพื่อจะพิสูจน์ตัวเองในสนามระดับโลกนี้ ด้วยแนวคิด Network Innovator ที่ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีจากบริษัทผู้ผลิตของต่างประเทศ มาติดตั้งบนสถานีฐาน และใช้งานเลยแบบรายอื่นๆ แต่เรามองจากพฤติกรรมของลูกค้าคนไทย พื้นที่การอยู่อาศัย เรียกได้ว่าทั้ง Demographic และ Geographic ที่ย่อมไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ เราจึงพิถีพิถันในการปรับประยุกต์ใช้ รวมถึงคิดค้นต่อยอดนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อ Adapt ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานอย่างที่เราเรียกว่า Tailor Made Network

เพราะโจทย์ของเราคือ เมื่อมีการประชุมกับ Vendor หรือ Telecom Partner ในภูมิภาค จะทำอย่างไรให้ชื่อของเอไอเอสกลายเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยีเครือข่ายเป็นรายแรก ที่พาร์ตเนอร์รายอื่นยกให้เป็นต้นแบบ และอีกหนึ่งเป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือมอบประสบการณ์ให้คนไทยได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด โดยเฉพาะลูกค้าเอไอเอส ที่จะได้สัมผัสคุณภาพการใช้งานเครือข่ายที่แตกต่างจากคู่แข่งอยู่เสมอ”

คุณวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอสกล่าว

 

จากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ กว่า 20 ปี ที่การันตีผลงานนวัตกรรมเครือข่ายของเอไอเอส ด้วยการก้าวขึ้นเป็น The First Innovation Network ที่สามารถพัฒนา และให้บริการเป็นรายแรกของโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายนวัตกรรมได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกให้การยอมรับ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014…

  • เอไอเอสได้ออกไอเดีย พัฒนาร่วมกับหัวเว่ย เพื่อดีไซน์เสาส่งสัญญาณเครือข่ายใหม่จากเดิมเป็นเสาที่กระจายสัญญาณผ่าน 3 Sectors เพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 6 Sectors ซึ่งเป็นรายแรกของโลกที่ให้บริการจริง ซึ่งทำให้สามารถรักษามาตรฐานประสิทธิภาพการให้บริการกับลูกค้าทั้ง 40 กว่าล้านรายได้ แม้จะอยู่ในช่วงที่เอไอเอสกำลังขยายเครือข่าย 3G บนคลื่น 2100 MHz ซึ่งอาจมีข้อจำกัดเรื่องคลื่นความถี่อยู่บ้าง จึงเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2015…

  • ริเริ่มนำ Dual Band Network มาใช้กับเครือข่ายเอไอเอสเป็นรายแรกของโลก โดยเป็นการรวมอุปกรณ์ที่รับ-ส่งสัญญาณของคลื่น 1800MHz และ 2100MHz ไว้ในตัวเดียวกัน เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง จากเดิมที่อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณจะต้องติดตั้งแยกคลื่นละตัว และนวัตกรรมในรูปแบบนี้ในปัจจุบันได้ถูกโอเปอเรเตอร์นำไปใช้ทั่วโลก

ในปี 2016….

  • การเป็นรายแรกของโลกไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้ โดยเอไอเอสได้นำเทคโนโลยี MIMO 4X4 มาใช้ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับส่งข้อมูลเร็วกว่าเครือข่าย 4G ถึง 2 เท่า และทำให้เอไอเอสได้กลายเป็นโอเปอเรเตอร์ที่ประกาศการให้บริการเครือข่าย 4.5G เป็นทางการรายแรกของโลก ที่ให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลถึง 1 Gbps

ในปี 2017…

  • เอไอเอสยังต่อยอดความสำเร็จด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี 4G Massive MIMO 32T32R ในระบบ FDD ที่สามารถให้บริการบนความเร็วที่เพิ่มขึ้นจาก 4G เดิม 5-8 เท่า (ขึ้นอยู่กับมือถือที่ใช้งาน) เพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ยุค 5G ในอนาคตได้เป็นรายแรกของโลกเช่นกัน

  • ในปีเดียวกันนี้ ยังมีอีกความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ปฏิวัติวงการเครือข่ายมือถือในประเทศไทยไปอีกขั้น เมื่อเอไอเอสประกาศเปิดตัวเครือข่าย AIS NEXT G นวัตกรรมเครือข่ายที่นำความเร็วของ AIS 4G ADVANCE และ AIS SUPER WiFi มารวมกัน ทำให้คนไทยได้ใช้เครือข่ายที่เร็ว แรง ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสามารถให้บริการทั่วประเทศไทยได้ทันที ในพื้นซึ่งมีสัญญาณ 4G ซึ่งครอบคลุมแล้วกว่า 98% และพื้นที่ที่มี AIS SUPER WiFi ซึ่งมีให้บริการทั่วประเทศมากกว่า 10,000 จุด อย่างไรก็ตาม อาจจะยังมีข้อจำกัดเรื่องรุ่นมือถือที่รองรับการใช้งานอยู่บ้าง

 

ไฮไลต์สำคัญของ ปี 2018….

  • ดังนั้นเอไอเอสจึงก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องดีไวซ์ ด้วยการเปิดตัวแอป “AIS NEXT G” พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทุกแบรนด์ ให้คนไทยทุกคนที่ใช้แอนดรอยด์สามารถใช้งาน NEXT G ได้ทันที แค่โหลดแอปฯ

“จุดเริ่มต้นของ NEXT G มาจากแนวคิดของเราที่ว่าเมื่อในพื้นที่เดียวกันมีสัญญาณเน็ตให้ใช้ถึง 2 เครือข่าย คือ 4G และ WiFi ทำไมเราถึงไม่เอาความเร็วทั้งสองอย่างมารวมกัน เพื่อให้ลูกค้าได้สปีดเร็วขึ้นไปอีก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่เราภาคภูมิใจอย่างมาก โดยนับเป็นรายแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และของไทย” คุณวสิษฐ์กล่าว

  • ในวันที่ IoT ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันคนทั่วโลกมากขึ้น เอไอเอส ได้ประกาศความพร้อมให้บริการ AIS IoT เชิงพาณิชย์รายแรกและรายเดียวในประเทศไทยผ่านโครงการร่วมมือ AIS IoT Alliance Program ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 700 องค์กร ซึ่ง GSMA ได้ออกมารับรองว่าเอไอเอส เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายรายแรกและรายเดียวในไทยที่มีทั้งเครือข่าย NB-IoT และ eMTC ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว
  • เมื่อเร็วๆ นี้ หลังเอไอเอสประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่หลักในการให้บริการ 4G ด้วยสนนราคารวม 12,511 ล้านบาท เอไอเอสขึ้นแท่นเป็นค่ายมือถือที่มีคลื่น 1800 MHz จำนวน 40 MHz (20 MHz x 2) มากที่สุดในอุตสาหกรรมทันที และการันตีได้ว่าสามารถให้บริการ 4G ที่ดีที่สุด ด้วยแบนด์วิธที่กว้างที่สุด สามารถรองรับและมอบคุณภาพให้กับลูกค้าได้มากที่สุดนั่นเอง

สรุป

การรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ไม่ใช่งานง่ายๆ เอไอเอสแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และทำงานอย่างหนัก จนวันนี้นอกจากจะรั้งอันดับ 1 ของประเทศแล้ว การมุ่งมั่นผลักดันให้ชื่อของประเทศไทยไปอยู่บนแผนที่โลกในฐานะผู้นำนวัตกรรมได้ ต้องอาศัยความกล้าคิด และกล้าทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ นำมาใช้งานได้จริง ซึ่งเป็นบทพิสูจน์แล้วว่า นวัตกรรมด้านสื่อสารฝีมือคนไทยก็สามารถก้าวสู่มาตรฐานโลกได้เช่นกัน


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer