“สยามพิวรรธน์” ผนึก “ไซม่อน” ร่วมสร้าง Luxury Premium Outlet แห่งแรกในประเทศไทย

ปี 2561 เป็นปีแห่งการเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องของ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เจ้าของและผู้บริหารโครงการค้าปลีกที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของโครงการไอคอนสยาม

โดยเน้นกลยุทธ์จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจระดับแถวหน้าของโลกเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ในฐานะ ‘ผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย’ ของวงการผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกของประเทศไทย

มุ่งเน้นผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับแนวหน้าของโลก

ชลชาติ เมฆสุภะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการลงทุน บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ภาพรวมของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีกของไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในหลายประเทศทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล  ทำให้เกิดการแข่งขันในรูปแบบใหม่ที่มาจากทุกมุมโลก”

หากแต่ในปี 2561 ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกในประเทศไทยยังมีความแข็งแกร่งและเติบโต เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง กำลังซื้อของผู้บริโภคระดับกลางที่เพิ่มมากขึ้น และปัจจัยสนับสนุนที่เกิดจากการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ  ประกอบกับอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวในประเทศไทยยังเป็นแรงผลักดันที่สำคัญอีกด้วย

ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปีที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์ได้ดำเนินงานตามทิศทางและกลยุทธ์ด้านการลงทุนที่เคยประกาศไว้ ให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเดินหน้าทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มีคุณภาพระดับ Premium ใน Prime Location

โดยเน้นการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ทั้งโครงการที่เกี่ยวกับความบันเทิงระดับโลก ศิลปวัฒนธรรม และธุรกิจค้าปลีกหลายๆ ประเภท โดยทุกโครงการของสยามพิวรรธน์จะต้องเพิ่มมูลค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างทั้งต่อธุรกิจของคู่ค้า ผู้ประกอบการ ชุมชนพื้นที่โดยรอบ และประเทศชาติ   

“สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศของ “สยามพิวรรธน์ “ขณะนี้ได้มีนักลงทุนหลายรายโดยเฉพาะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน พม่า เวียดนาม และมาเลเซีย ติดต่อให้สยามพิวรรธน์เข้าไปร่วมทุนและร่วมพัฒนาศูนย์การค้า และเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ”

ซึ่งปัจจัยที่จะทำให้เกิดการร่วมทุน คือ ผู้ร่วมทุนและทำเลที่ตั้งว่ามีศักยภาพเหมาะสมที่สุด ไม่มีปัจจัยเรื่องการเมืองหรือเศรษฐกิจที่มีภาวะเศรษฐกิจผันผวน โดยประเทศที่มีโอกาสมากสุดที่สยามพิวรรธน์มองเห็น คือ ประเทศเวียดนาม เนื่องจากมีการขยายตัวเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี โดยในอีก 3 ปีต่อจากนี้ สยามพิวรรธน์จะมีความชัดเจนในการออกไปร่วมทุน

นอกจากนี้ สยามพิวรรธน์กำลังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อธุรกิจหรือโครงการในไทยและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีก เพื่อแตกไลน์สู่ธุรกิจใหม่ๆ โดยที่ซื้อมาแล้ว อาทิ ธุรกิจแฟชั่น เครื่องสำอาง F&B และ AUDIROTIUM เป็นต้น

ผนึก “ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป หรือไซม่อน” ลุยโครงการ Luxury Premium Outlet

และนี่คือก้าวสำคัญ เมื่อสยามพิวรรธน์เดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทที่มีแนวคิดสมัยใหม่และประสบความสำเร็จสูง ด้วยการประกาศเซ็นสัญญาร่วมทุน ไซม่อน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ในการสร้างโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านชอปปิ้ง กินดื่ม บันเทิง และมิกซ์ยูส สร้างลักชัวรีพรีเมียมเอาท์เล็ตแห่งแรกในประเทศไทย

ถือเป็นการร่วมทุนครั้งประวัติศาสตร์ของวงการ ที่บริษัท HIGH PROFILE สัญชาติอเมริกัน ตัดสินใจเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการค้าปลีกในประเทศไทย  ซึ่งเป็นการเสริมความแกร่งให้แก่สยามพิวรรธน์ และช่วยตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างดียิ่งขึ้น ทั้งยังนำมาสู่การแลกเปลี่ยนความรู้ในการบริหารจัดการ นวัตกรรม เทคโนโลยีในระดับโลกอย่างแท้จริง

โดยโครงการสยามพิวรรธน์-ไซม่อน ลักชัวรี พรีเมียม เอาท์เล็ตแห่งแรกนี้ จะตั้งอยู่บนถนนไฮเวย์ของกรุงเทพมหานคร ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ บนพื้นที่ 150 ไร่ ซึ่งจะแบ่งเป็น 3 ส่วน โดยจะเริ่มพัฒนาในส่วนแรก คือ ลักชัวรีพรีเมียมเอาท์เล็ต บนพื้นที่ 50,000 ตารางเมตร

โดยในเฟสแรก ส่วนที่เป็น Luxury Premium Outle ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสรุปแบบก่อสร้าง และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2561 นี้ โดยใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่งประมาณ 9 เดือน ก่อนเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม ปี 2562 ส่วนที่สองของโครงการคือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่มีศูนย์การแสดงระดับโลก พร้อมภัตตาคารร้านอาหาร การแสดง เพื่อพบปะสังสรรค์และมิกซ์ยูส และในส่วนที่สามเป็นโครงการบ้านจัดสรรบนพื้นที่กว่า 50 ไร่ จะซึ่งอยู่ในขั้นตอนเจรจากับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 2-3 ราย และคาดว่าจะเปิดบริการในปี 2563-2564

ทั้งนี้ในส่วนเอาท์เล็ตจะใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท ส่วนรูปแบบนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการ โดย Luxury Premium Outlet นี้จะเน้นดีไซน์ที่แปลกใหม่และไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน

ขณะเดียวกันความร่วมมือกับไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ในครั้งนี้ จะร่วมพัฒนาเอาท์เล็ต 3 แห่งใน 5 ปี คือ กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ เน้นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว และใกล้สนามบิน รวมลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท

ลักชัวรีพรีเมียมเอาท์เล็ตแห่งแรกนี้จะประกอบไปด้วยร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน ทั้งร้านค้าลักชัวรีแบรนด์ระดับโลก และแบรนด์ของดีไซเนอร์ที่เป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมมากที่สุด รวมถึงแบรนด์ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล และแบรนด์ไทยต่างๆ ที่ได้รับความนิยม

ในโครงการจะเป็นพื้นที่ที่เรียกได้ว่าเป็นโอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์ ผสมผสานพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ การนัดสังสรรค์และกินดื่ม รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสาระและความบันเทิงต่างๆ นำเสนอให้แก่ผู้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวให้ได้เข้ามาใช้เวลาในสถานที่แห่งนี้

ซึ่งผู้มาเยี่ยมเยือนโครงการจะได้เพลิดเพลินไปกับสินค้าที่หลากหลายที่มอบส่วนลด 25-70% ทุกวัน ทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากดีไซเนอร์ต่างๆ รองเท้า แอคเซสเซอรี่แฟชั่น ผลิตภัณฑ์เครื่องหนัง แบรนด์พิเศษต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ที่พบได้ในพรีเมียมเอาท์เล็ตปัจจุบันของไซม่อนในที่ต่างๆ ทั่วโลก

ทำไม “ไซม่อน” เลือกร่วมทุนในประเทศไทย 

ไซม่อนมองว่า พรีเมียมเอาท์เล็ตมีความเหมาะสมอย่างมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของประชากร และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากกว่า 35 ล้านคนเดินทางมาท่องเที่ยว และมองหาสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสมคุ้มค่า โดยเฉพาะกลุ่มคุณผู้หญิง ที่เวลาออกท่องเที่ยวแล้วต้องมองหาเอาท์เล็ต เพื่อให้ได้ช้อปติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ซึ่งไซม่อนได้คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการมากถึง 15,000 คนต่อวัน และเป็นคนไทย 60% และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ 40%

เบื้องต้นสยามพิวรรธน์และไซม่อนจะช่วยกันขายพื้นที่ในโครงการตาม Connection ที่มีอยู่ ซึ่งภายในเอาท์เล็ตนอกจากแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศแล้ว จะมีแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมร่วมอยู่ด้วย

สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่จะถูกพัฒนาในโครงการ สยามพิวรรธน์ได้เผยว่า มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ตามจีบอยู่ แต่ยังขอพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ก่อน

นอกจากนี้ ไซม่อนยังจะมีส่วนร่วมในการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกของไทย โดยนำเอาทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญชั้นสูงของบริษัทผู้นำอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก มาผสมผสานกับการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านคุณค่าที่ได้จากการดำเนินงานของสยามพิวรรธน์อีกด้วย

และนี่คือบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของกลุ่มสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกของประเทศไทย ด้วยการผนึกกำลังพันธมิตรระดับแนวหน้าของโลกที่ไม่ใช่ใครก็ทำได้  พร้อมที่จะมาสร้างความแปลกใหม่ความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้มาเยือน

การร่วมทุนระหว่างสยามพิวรรธน์กับไซม่อนถือเป็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยเล็งเห็นร่วมกันว่าอนาคตของธุรกิจค้าปลีกจะเป็นการพัฒนาที่เป็นมากกว่าการชอปปิ้ง แต่จะเป็นสถานที่ที่เอื้อประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และประเทศชาติ

พร้อมมุ่งหวังที่จะร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับทั้งผู้ประกอบการร้านค้า พันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงาน องค์กรต่างๆ เพื่อพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อโลกและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นสร้างประโยชน์สูงสุดต่อชุมชนและสังคม อีกทั้งยังป็นจุดหมายปลายทางที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้มาเยือนได้มาสังสรรค์ สนุกสนาน เรียนรู้ และสร้างสรรค์กิจกรรมที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบของตนเอง

 

ทำความรู้จักกับไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป

ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป คือยักษ์ใหญ่ในวงการค้าปลีกของโลก เป็นบริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกอันดับหนึ่งของโลก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค มีโครงการอยู่ในพอร์ตฟอลิโอ มากกว่า 230 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วโลก ซึ่งสามารถสร้างยอดขายบนพื้นที่โครงการต่างๆ เหล่านั้นได้กว่า 2 ล้านล้านบาท และมี Market Cap (มูลค่าตามราคาตลาด) มากกว่า 2.7 แสนล้านบาท มีพื้นที่สำหรับให้เช่า กว่า 18 ล้านตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่สำหรับให้เช่าของค้าปลีกในประเทศไทยทั้งประเทศรวมกัน ถึงประมาณ 5 เท่า และหากดูเฉพาะพรีเมี่ยมเอาท์เล็ตที่ไซม่อนเป็นเจ้าของก็มีอยู่ถึง 96 แห่งทั่วโลก โดย 15 แห่งอยู่ในเอเชีย คือที่ญี่ปุ่น 9 แห่ง เกาหลี 4 แห่ง และมาเลเซีย 2 แห่ง โดยเอาท์เล็ตในเอเชียที่คุ้นหูนักช้อปไทย ได้แก่ Gotemba Premium Outlet ที่ญี่ปุ่น Yeoju ที่เกาหลี และ Johor ที่มาเลเซีย

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer