เทียบฟอร์ม Big C VS Tesco Lotus ใคร “ใหญ่” กว่ากัน

บ่อยครั้งที่มักจะได้ยินคำถามระหว่าง บิ๊กซี กับ เทสโก้ โลตัส ใครขายสินค้าราคาถูกกว่ากัน

ส่วนอีกหนึ่งคำถามที่ฮิตไม่แพ้กันนั้นคือระหว่าง Big C กับ Tesco Lotus ใครมีสาขาและมีรายได้มากกว่ากัน 

จะเห็นว่า Tesco Lotus มีสาขาทิ้งห่าง Big C เกือบเท่าตัว 

การมีสาขาเยอะกว่าก็ย่อมทำให้ Tesco Lotus มีพื้นที่และโอกาสในการขายมากกว่า (ไม่นับช่องทางออนไลน์ที่ทั้ง 2 รายนี้มี โดยปัจจุบันยอดขายทางออนไลน์ไม่ถึง 1% จากรายได้ทั้งหมดของ 2 ยักษ์ใหญ่)

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ Tesco Lotus ก็ย่อมมีรายได้มากกว่า Big C จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปี 2559 ระบุว่า

Tesco Lotus  มีรายได้ 208,163 ล้านบาท กำไร 8,320 ล้านบาท

Big C  มีรายได้ 121,000 ล้านบาท กำไร 6,300 ล้านบาท

โดย Big C เข้ามาทำธุรกิจในไทยก่อน โดยเกิดจากเครือเซ็นทรัลและเครืออิมพีเรียลเมื่อ พ.ศ. 2536

จนมาถึงในปี 2540 เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง จึงได้ขายหุ้นให้แก่บริษัท Casino Guichard-Perrachon ผู้ประกอบการค้าปลีกอันดับสองของฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันผู้ถือหุ้นใหญ่คือ “เจริญ สิริวัฒนภักดี”

ส่วนในปีต่อมา 2537  Lotus จึงเกิดขึ้น โดยมี CP เป็นหุ้นส่วนใหญ่จากนั้นในปี 2541 มีการขายหุ้น ให้กับกลุ่ม Tesco ใน ปี พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อมาเป็น Tesco Lotus

แม้จะเข้ามาทำธุรกิจในเวลาไล่เลี่ยกัน แถมมีการเปลี่ยนมือเจ้าของมาแล้วคนละครั้ง แต่ Tesco Lotus ก็เลือกจะลงทุนในการขยายสาขามากกว่า Big C

ส่วนรูปแบบการขับเคี่ยวของ 2 ยักษ์ใหญ่ในตลาดค้าปลีก ณ ปัจจุบันเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนในยุค 4.0 นั่นคือการลดสปีดการขยายสาขาในไซส์ใหญ่อย่าง hypermarket เนื่องจากมีต้นทุนในการก่อสร้างและต้นทุนพนักงานสูง อีกทั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาข้อมูลจากสมาคมค้าปลีกยังระบุว่า hypermarket เติบโตแค่ 1-2%

ในขณะที่ร้านขนาดเล็ก Mini Big C-Tesco Lotus express และร้านสะดวกซื้อยังเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5-7% เพราะการเติบโตของคอนโดมิเนียม อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคชอบความสะดวกสบาย

แต่ที่เป็นจุดเปลี่ยนของวงการค้าปลีกเมืองไทยนั้นคือ ทุกรายกำลังเร่งเสริมออปชันสารพัดในช่องทางขายออนไลน์ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่น, ความสะดวกสบายในการจ่ายเงิน, ฯลฯ 

เหตุผลอาจจะไม่เท่ากับธนาคารที่กำลังขับคลื่อนไปสู่ยุค “ธนาคารบน Smartphone” เพื่อลดจำนวนสาขาตัวเอง

ส่วนค้าปลีกอย่าง บิ๊กซี กับ เทสโก้ โลตัส อาจไม่ใช่การปิดสาขาเหมือนธนาคาร แต่คือลดจำนวนการขยายสาขาขนาดใหญ่อย่าง Hypermarket ให้น้อยลงกว่าเดิม ซึ่งเป็นต้นทุนในการทำธุรกิจของตัวเองสูงเป็นอันดับ 1 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer