
ในช่วง 7 ปีก่อน ตลาด D Segment มีสัดส่วนจากตลาดรวมที่ประมาณ 5% แต่ในปัจจุบันเหลือเพียง 2-3%
เป็นผลมาจากการที่มีรถรุ่นใหม่ๆ เติมใน Segment ต่างๆ เข้ามาเรื่อยๆ และมีการปรับราคาจากแบรนด์ทางยุโรป เหลือเพียง 2 ล้านต้นๆ ทำให้ตลาด D Segment ในไทย จากเดิมราคาเฉลี่ย 1-.18 ล้านบาท ขยายเป็น 1.4-2.5 ล้านบาท ซึ่งทำให้ตลาด D Segment นั้นมีการแข่งขันกันสูงขึ้น

มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า
“คัมรี ได้กลายเป็นรถรุ่นสำคัญของโตโยต้าในระดับโลกที่ได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้นในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย โดยปัจจุบันมีจำนวนยอดจำหน่ายสะสมของรถคัมรีทั่วโลกก้าวเข้าสู่ 20 ล้านคัน* (*ข้อมูลยอดขายสะสมรวมทั่วโลกตั้งแต่ ปี 2525 ถึงกันยายนปี 2561)”
สำหรับในประเทศไทยนั้น คัมรี ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์เป็นครั้งแรกในปี 2536 โดย คัมรี ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทย ที่มองหารถยนต์หรูที่มาพร้อมกับประสบการณ์เหนือระดับ และด้วยกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ คัมรี เจนเนอเรชั่นที่ 4 ถูกนำมาประกอบในประเทศไทยเมื่อปี 2542
ยิ่งไปกว่านั้น โตโยต้ายังเป็นผู้บุกเบิกยนตรกรรมระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2552 คัมรี ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 200,000 คัน

ตั้งเป้าเดือนละ 650 คัน
ด้านวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า
“โตโยต้าตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ที่ไม่ได้มองเพียงดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ความสะดวกสบาย หรือระบบความปลอดภัยเท่านั้น ลูกค้ากลุ่มนี้ยังมองหาความสบายใจ โดยไร้ความกังวลตลอดการใช้งานอีกด้วย”
ดังนั้น คัมรีใหม่ จึงเป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกที่มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ควบคุมได้ดังใจ

อันเป็นผลมาจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ออกแบบทุกองค์ประกอบใหม่ทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้เรายังมอบประสบการณ์การครอบครองที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าคัมรีทุกท่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผ่าน “Ultimate Ownership Package”
ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วันแรกของการครอบครอง ตลอดระยะเวลาการใช้งาน ได้แก่ การขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5 ปี การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี การให้ค่าแรงเช็กระยะฟรีถึง 5 ปี และการรับประกันมูลค่ารถยนต์ไฮบริดในอนาคต (Guaranteed Future Value)
นอกจากประสบการณ์การครอบครองตัวรถแล้ว คัมรียังมีกิจกรรม “The Ultimate Experience” ที่จะมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบเหนือระดับ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจคัมรีอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมแพ็กเกจทางเลือกไว้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง TRD Sportivo สำหรับลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างอย่างมีสไตล์ และแพ็กเกจประกันภัยระยะยาวผ่านโปรแกรม Convini Insure ที่รวมประกันภัยระยะยาว 3 ปีและแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปีเข้าไว้ด้วยกัน
ซึ่งทั้งหมดนี้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระรวมในค่างวดได้ หรือประกันภัยแบบขับน้อย จ่ายน้อย (Pay As You Drive Insurance) ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าที่ใช้รถน้อยอีกด้วย
และสำหรับเป้ายอดขายได้ตั้งเป้าไว้ที่เดือนละ 650 คัน
โดย คัมรี ใหม่ มาทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่
รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,799,000 บาท
รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,639,000 บาท
รุ่น 2.5G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,589,000 บาท
รุ่น 2.0G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,445,000 บาท

–

