ฝัน…ที่ออกแบบไม่ได้ของ “เฮียฮ้อ” เมื่อช่อง 8 จะเป็นศูนย์การค้าผ่านจอ TV

ความฝันในยุค 90 ของ เฮียฮ้อ – สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ เจ้าของอาณาจักร RS คือการเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ พร้อมกับสร้าง Content ด้านบันเทิงที่ตัวเองถนัดเพื่อเก็บเม็ดเงินโฆษณา

และแล้วฝันของ “เฮียฮ้อ” ก็เป็นจริงขึ้นมาในยุคทีวีดิจิทัล กับการเป็นเจ้าของช่อง 8 แต่ใครจะคิดว่าการครอบครองสื่อทีวีในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่วาดฝันไว้ในอดีต

การมาของสื่อออนไลน์และบรรดาช่องที่มีถึง 25 ช่อง ต่างเปิดเกมแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณา ทางออกของ ช่อง 8 และภาพรวมของธุรกิจ RS คือต้องหลุดออกจากกรอบเดิมๆ ที่ตัวเองอยู่ในวงล้อมของ Red Ocean และเทรนด์ Digital Disruption

กรอบเดิมๆ ที่ว่าก็คือ “ธุรกิจสื่อ” แต่วันนี้ RS ได้ยื่นเรื่องต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอย้ายหมวดเปลี่ยนสถานะของตัวเองจากบริษัทใน “กลุ่มสื่อ” มาเป็น “กลุ่มพาณิชย์” พร้อมคำประกาศของ “เฮียฮ้อ”

“ช่อง 8 จะเป็นเสมือนศูนย์การค้าขนาดใหญ่ให้คนช้อปผ่านจอทีวี” ขณะเดียวกันก็จะเน้นขายสินค้าในธุรกิจ “สุขภาพและความงาม” แบรนด์ที่ RS สร้างมากับมืออย่าง “ไลฟ์ สตาร์”

ที่น่าสนใจการ Move ไปสู่การเป็นจอทีวีศูนย์การค้าแบบเข้มข้นไม่ใช่แค่ช่อง 8 แต่ยังมีช่อง “สปริงนิวส์” จากเดิมเป็นช่องข่าว แต่พอเปลี่ยนเจ้าของคนใหม่มาเป็น “ทีวีไดเร็ค” ที่ถือหุ้นถึง 90% 

จึงมีการเตรียมปรับผังรายการหลังจากจบดีลเรียบร้อย ในช่วงต้นปีหน้าด้วยการเพิ่มรายการประเภททีวีโฮมช้อปปิ้ง มีเวลาออกอากาศนานถึง 12 ชั่วโมงต่อวัน ( สปริงนิวส์จะมีการเปลี่ยนชื่อช่องเร็วๆ นี้) 

ทำไมช่อง 8 และ “สปริงนิวส์” ถึงต้องเปลี่ยนสัญญาณภาพทางธุรกิจ TV ของตัวเองมาเป็น “ทีวีศูนย์การค้า”

เพราะหากมองดูภาพรวมตลาด ทีวี โฮมช้อปปิ้ง นั้นมีอัตราเติบโตแบบ Hi-Speed ผิดกับภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาในตลาดทีวีดิจิทัลแม้จะเติบโตแต่ก็ไม่หวือหวา อีกทั้งเม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ยังอยู่ในมือ 3 ช่องหลัก อย่างช่อง 3 และ 7 สุดท้ายคือ Workpoint 

และเมื่อช่อง 8 ไม่ได้มีเรตติ้งที่ร้อนแรงติดอยู่ใน 3 อันดับแรกๆ ที่จะโกยเม็ดเงินโฆษณาได้เป็นกอบเป็นกำ การผลิตรายการประเภท “ขายด่วน เพียงโทรหาเราตอนนี้” พร้อมกับนำสินค้าความงามและสุขภาพตัวเองอย่าง “ไลฟ์สตาร์” เป็นหัวหอกในการเสนอขายผ่านจอทีวี รองลงมาคือสินค้าของบริษัทอื่นๆ ที่เป็นพันธมิตร 

จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของ RS 

ก็ในเมื่อรายได้โฆษณาไม่ได้มากมายอย่างที่คิด แถมต้นทุนการผลิต Content ประเภทละครและรายการวาไรตี้ก็สูง การผลิตรายการ “ขายของด่วน” ซึ่งต้นทุนการผลิตต่ำกว่า จึงเป็นรายได้เสริมหรือบางช่องอาจจะมองว่าเป็นรายได้หลัก ก็ขึ้นอยู่กับวิถีทางของแต่ละช่อง

RS เองนับตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์ “ไลฟ์สตาร์” สินค้าความงาม นอกจากผลิตสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างถี่ยิบและต่อเนื่อง ก็ยังมีสินค้าใหม่ในกลุ่ม Home and Lifestyle และมีช่องทางขายนอกจากจอ TV ก็ยังมีออนไลน์ รวมไปถึงตัวแทนจำหน่ายแบบขายตรง ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีถึง 10,000 คน

และที่น่าสนใจรู้หรือไม่ว่าแบรนด์ “ไลฟ์สตาร์” ของ RS ยังเป็นผู้ซื้อเวลาโฆษณาสินค้าในช่อง 8 โดยวางงบโฆษณาจำนวน 500 ล้านบาทในปี 2018

การเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและการใช้เงินโฆษณาสินค้าผ่านช่อง 8 ของตัวเอง ทำให้ธุรกิจสุขภาพและความงามเติบโตแบบก้าวกระโดด 

จากในปี 2015 ธุรกิจสุขภาพความงามเพิ่งเริ่มต้นมีรายได้ 232 ล้านบาท จากนั้นก็เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมีการตั้งเป้าว่าเมื่อจบปี 2018 จะมีรายได้ 2,500 ล้านบาท

กลายเป็นรายได้หลักอันดับ 1 ที่หล่อเลี้ยงบริษัท RS แทนที่ธุรกิจเพลงในอดีต

ดังนั้น เฮียฮ้อจึงคิดว่าในเมื่อขายสินค้าความงามและสุขภาพได้ ทำไมในอนาคตจะขาย อาหาร RTE จะขายเครื่องใช้ไฟฟ้า, ขายขนม และอีกสารพัดอย่างไม่ได้ แต่จะเป็นรูปแบบผลิตเองหรือขายให้แบรนด์อื่นๆ ก็คงต้องมาพิจารณากันอีกที

ถึงอย่างไรก็ตาม ใช่ว่าช่อง 8 จะพลิกเกมจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลดรายการละคร, กีฬา และรายการอื่นๆ ให้เหลือน้อยลงแล้วนำรายการ Home shoping อัดแน่น

ตรงกันข้ามยังให้ความสำคัญในการปรุง Content เหล่านี้อย่างจริงจังเพื่อเพิ่มเรตติ้งในช่องตัวเอง เพราะถ้าเรตติ้งดีก็ช่วยให้ผู้ชมทั่วประเทศเห็นและรู้จักสินค้าของ RS และสินค้าของพันธมิตรมากขึ้น ผ่านโฆษณาและการ Tie in ไปยังละครและรายการอื่นๆ  

ก็เพราะโมเดลศูนย์การค้าช่อง 8 ไม่ได้มีหน้าร้านขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัล หรือ สยามพารากอน

แต่เลือกจะขายสินค้าที่มีอยู่ถึง 180 รายการ ผ่านทีวีช่อง 8 และช่องทางอื่นๆ

ในขณะที่สื่ออื่นๆ ที่ไม่ใช่ TV อย่างวิทยุ, Event, รวมถึงศิลปินดาราที่มีอยู่ในมือ จะเป็นเครื่องมือในการสร้างการรับรู้และสร้างแบรนด์ให้สินค้าต่างๆ

ซึ่งโมเดลนี้ก็ไม่ต่างจากยุค 90 ที่ RS เองก็ใช้สื่อทุกอย่างที่มีอยู่ในมือตัวเองโปรโมตศิลปินตัวเองจนสร้างยอดขาย 1 ล้านตลับเป็นว่าเล่น

เพียงแต่ตอนนี้เปลี่ยนจาก “ศิลปิน” มาเป็นสินค้า ก็เท่านั้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer