สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ได้เวลา พฤกษาบิ้วท์ แบรนด์ “Love”

สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์  สร้างแบรนด์ “Love” ให้กับโปรดักท์ ในบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก “ยูนิลีเวอร์” มานานถึง 26ปี

วันนี้เธอกำลังเข้ามาสร้างแบรนด์ “Love” ให้กับพฤกษา บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย  ในตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เป็นตำแหน่งใหม่ที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นครั้งแรก มีฐานะรองจากทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มฯ เท่านั้น

ตลอดการเดินทาง 25  ปี พฤกษาได้ให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างแบรนด์มาโดยตลอด

วันนี้ เมื่อองค์กรได้เปลี่ยนเป็นบริษัทโฮลดิ้งเพื่อเตรียมทำธุรกิจต่างๆ นอกเหนือจากธุรกิจที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างรายได้ระยะยาวให้กับองค์กร ความเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และเป็น 1 ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคจึงยิ่งทวีความสำคัญ

เลือดใหม่ของพฤกษาคราวนี้เลยไม่ใช่ “นายช่าง” หรือ “วิศวกร”  แต่เป็นนักการตลาด นักสร้างแบรนด์ ที่เคยเป็นซีอีโอผู้หญิงคนแรกของบริษัทยูนิลีเวอร์  องค์กรยักษ์ใหญ่ของโลกที่จะเข้ามาเป็นแม่ทัพในการจัดกระบวนทัพใหม่หมดในเรื่องแบรนด์ทั้งองค์กร

 “แบรนด์” สำคัญยิ่งกว่า  “รายได้”

จากเดิมวิสัยทัศน์หลักส่วนใหญ่ ของผู้บริหารทางด้านอสังหาริมทรัพย์ จะให้ความสำคัญในเรื่อง โลเคชั่น รูปแบบที่อยู่อาศัย ราคา และกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก รวมทั้งตัวเลขยอดขายและกำไร โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 53,742 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 13% และรายได้ 50,500 ล้านบาท หรือเติบโต มากกว่า10% รวมถึงการเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้เติบโตมากกว่า13.5%

แค่นั้นยังไม่พอ ในยุคนี้ สุพัตราบอกว่า พฤกษาจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องเมกกะเทรนด์  4 เรื่องหลักด้วยคือ

1.Total Experience Management is the Key เซลล์ และ Marketing  ต้องสร้างประสบการณ์จริงให้กับลูกบ้านผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นการเยี่ยมชมโครงการใหม่ผ่านระบบ VR รวมถึงการสั่งการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านผ่านระบบ AI เป็นต้น

2.Connected Consumer อีก 5 ปีข้างหน้า ตลาดสมาร์ทโฮมจะเติบโตขึ้นจากปัจจุบัน 121.38  แสนล้าน เพิ่มเป็น 1.37 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับทุกอย่าง เป็นเทรนด์ที่พฤกษาต้องจับให้ได้ เพราะจะทำให้แบรนด์มีเสน่ห์น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะคนในเมือง

3. Purposeful Brand องค์กรใดที่ขายของอย่างเดียวไม่ยั่งยืนแน่นอนเพราะผู้บริโภคที่มีการศึกษา จะมีจิตสาธารณะมากขึ้นอยากช่วยเหลือสังคม ดังนั้นพฤกษาเองต้องมีแบรนด์ที่มีความจริงใจ โปร่งใส  และมีจิตสำนึกในเรื่องสังคมด้วยเพื่อให้แบรนด์เติบโตยั่งยืนผ่าน Purposeful Brand

4. Silver Marketing เมื่อแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุกำลังมา อีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีคนกลุ่มนี้ 20 ล้านคน หลายโครงการเตรียมทำโครงการเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้แล้ว  ส่วนพฤกษา มีการทำธุรกิจโรงพยาบาล ที่ช่วยตอบสนองเทรนด์ดังกล่าวได้อย่างดี

 

จาก 48 แบรนด์ลดเหลือเพียง 14 แบรนด์

ในอดีตพฤกษามีโปรดักท์แบรนด์มากมาย ถึง 48 แบรนด์  ปัจจุบันลดเหลือเพียง 14 แบรนด์  ที่ชัดเจนและแข็งแกร่ง พร้อมจับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือราคา  โดยบ้านเดี่ยวมีแบรนด์ The PALM passorn The Plant  ทาวเฮ้าส์  มีแบรนด์ PATIO  The CONNECT  Pruksa VILLE  บ้านพฤกษา ส่วนทาวน์เฮ้าส์มี  URBANO The PRIVACY The TREE และ PLUM condo  ส่วนแบรนด์พรีเมียมจะมี  PALM  HOW, The Reserve เเละ Chapter ONE

สุพัตรายืนยันว่าการลดแบรนด์ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นและ segmentation ง่ายขึ้น

ในปีที่ผ่านมาพฤกษาใช้งบดิจิตัลไปประมาณ 172 ล้านบาทมียอดขายที่มาจากสื่อดิจิทัล16,101 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าถึง 98%     ส่วน ปีนี้จะใช้ประมาณ 370 ล้านหรือประมาณ 25-26 %  ของงบทั้งหมด

“บริษัทยังทุ่มงบประมาณ 1,200 ล้านบาท เพื่อทำตลาด สร้างแบรนด์ และโฆษณา และเมื่อครั้งนี้ เราโฟกัสแบรนด์น้อยลง เงินที่จะลงไปก็จะไม่กระจาย สามารถเอาไปปั้นแบรนด์ที่เหลืออยู่ ให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น”

 

กำจัดจุดอ่อน เพิ่มความเชื่อมั่น                      

ถึงแม้พฤกษาสามารถสร้างยอดขายได้เป็นอันดับต้นๆของเมืองไทย   แต่การทำตลาดแบบmass ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งทาวเฮ้าส์  บ้าน  และคอนโดมิเนียมมานาน โดยมีจำนวนที่สร้างเสร็จแล้วไม่ต่ำกว่า 400 -500 โครงการ  กำลังแอคทีพประมาณ  100กว่าโครงการ และมียอดโอนปีละไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นยูนิต  ทำให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น กลายเป็นเรื่องร้องเรียนออกมาเป็นระยะๆ

“กลายเป็นภาพพจน์ที่ไม่ดีของบริษัททั้งที่เฉลี่ยต่อโครงการต่อยูนิตก็ไม่ได้ต่างกับแบรนด์อื่น แต่จากจำนวนโครงการที่มีจำนวนมากทำให้ดูเหมือนกับว่าเรามีเคสเยอะ  ปีนี้เป็นปีที่จะเอาจริงในเรื่อง ลด ปัญหา (Defect) ลง 30-50% จากปีก่อน และภายใน 3-5 ปีข้างหน้าจะทำให้เหลือศูนย์ (Zero Defect)พราะเราต้องใส่ใจในเรื่องคุณภาพของการบริการด้วยไม่ใช่จะรีแบรนด์ อย่างเดียว แต่ต้องปรับทั้งกระบวนการทำงานของพฤกษา”

พฤกษาเคยเป็นแบรนด์ ที่เป็นผู้นำในเรื่องเทคโนโลยีของการสร้างบ้าน แต่ต่อไปต้องต่อยอดในเรื่อง อินโนเวชันอื่นๆด้วย ทั้งการก่อสร้างและการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุกระดับ    รวมทั้งการร่วมมือ (Collaboration) กับแบรนด์ยักษ์ใหญ่อื่นๆมากขึ้น เช่น สีทาบ้านจะผนึกสี TOA ใช้ในโครงการ  ร่วมมือกับ SCG  พัฒนาวัสดุก่อสร้าง คอนกรีต เป็นต้น  เพื่อทำให้แบรนด์พฤกษาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงยกระดับ “แบรนด์” ให้ดีขึ้นด้วย

“ การสร้างแบรนด์เลิฟให้องค์กรไม่ยากหรอกค่ะเพราะผู้บริหารและพนักงานที่นี่ มีความกระตือรือร้นในการเปลี่ยนแปลง ยอมรับในสิ่งใหม่ๆ และต้องการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ นับว่า เป็นคุณสมบัติที่ดีขององค์กร และคุณทองมาจะพูดเสมอว่าลองเถอะผิดถูกไม่เป็นไรอย่างน้อย จะได้ปรับให้ถูกต้อง”

  พฤกษาพยายามสร้างแบรนด์มาหลายครั้ง  ครั้งนี้เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่ง เธอยังทิ้งท้ายว่า รอความพร้อมอีกนิดเร็วๆนี้ พฤกษาจะประกาศรีแบรนด์องค์กร ผ่านแคมเปญใหญ่อีกครั้ง  โปรดติดตาม

 

ชื่อเธอ คือ”แบรนด์”

ในแวดวงการตลาดของเมืองไทย  ใครๆก็ต้องรู้จัก “คุณจุ๋ม” “พี่จุ๋ม” สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ ผู้หญิงรูปร่างเล็กๆบางๆ อายุ 54 ปีคนนี้  เพราะโปรไฟล์ชีวิตการทำงานของเธอเรียกว่าไม่ธรรมดา เป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

ก่อนที่จะเข้ามามีอิทธิพลทางความคิดต่อสังคมไทย ในเรื่องการทำมาร์เก็ตติ้งและสร้างแบรนด์ เธอเป็นเด็กสาวชาวอำเภอบางคล้า ฉะเชิงเทรา เรียนจบระดับ ปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี มหาวิทยาอัสสัมชัญ (ABAC) ปริญญาโท บริหารธุรกิจ สาขาการตลาด Georgia State University, USA     และผ่าน คอร์สผู้นำธุรกิจโลก มามากมายหลายหลักสูตร  เช่นจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด  คอร์สผู้นำธุรกิจระดับโลก เจาะตลาดเอเซีย โดยรัฐบาลสิงคโปร์   คอร์สผู้นำหญิงโลก โดยสถาบันอินเซส (INSEAD) ที่ประเทศอังกฤษ

ในปี 1992 เธอได้เข้าร่วมทำงานกับบริษัท ยูนิลีเวอร์ ในตำแหน่งผู้จัดการวิจัยตลาดผลิตภัณฑ์เส้นผม ศูนย์นวัตกรรมเส้นผม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้    และได้ก้าวขึ้นเป็น รองประธานกรรมการบริหาร ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล บริษัท ยูนิลีเวอร์ประเทศมาเลเซีย

เป็นรองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนาแบรนด์ ผลิตภัณฑ์อาหาร ภูมิภาคจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือน อาหารและไอศกรีม

และก้าวไปสู่ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทยในปี 2014-  2017

สินค้าดังๆ หลายตัวของยูนิลีเวอร์เช่น คะนอร์  บรีส  และไอศกรีม “แม็กนั่ม” ที่กลับมาดังสนั่นโซเชียลเมื่อ2-3ปีก่อน  คือผลงานส่วนหนึ่งในการบิ้วท์แบรนด์ของเธอ

ก่อนที่ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ แห่งพฤกษา จะชักชวนเธอเข้ามาร่วมงานเมื่อปีที่ผ่านมา สุพัตรา อยู่ในตำแหน่งประธานที่ปรึกษาด้านนโยบายความยั่งยืน ของกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย  ที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องนโยบายขับเคลื่อนธุรกิจคู่ความยั่งยืน

นอกจากชีวิตที่โลดแล่นบนเส้นทางของโลกธุรกิจ สุพัตรายังแบ่งเวลาให้หนทางของการสร้างเสบียงบุญด้วยในหลายโครงการเช่น ในปีที่ผ่านมาเธอเป็นผู้นำโครงการผ่าตัดต้อตาและเป็นอาสาสมัคร เพื่อคืนการมองเห็น เหมือนให้ชีวิตใหม่ แด่ผู้ยากไร้และครอบครัว ทั้งหมด 934 คน (772 คนที่เนปาล และ 162 คนที่จังหวัดสิงห์บุรี) และขณะนี้ยังสนใจที่จะช่วยเหลือสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย   ที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2521 โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ให้ผ่านพ้นวิกฤตและหนทางแก้ปัญหาชีวิต อีกด้วย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer