รู้จัก “ตลาดไมซ์” ที่ปีนี้มีมูลค่าทะลุ 2 แสนล้านบาท

ตลาด MICE ปี 2561 มีมูลค่าเท่าไร ?

ถ้ากล่าวถึงธุรกิจไมซ์ หรือ MICE หลายๆ ท่านคงอาจจะคุ้นหู แต่อีกหลายๆ ท่านคงอาจจะ เอ๊ะ! คืออะไร?

MICE เป็นตัวย่อที่มาจาก M = Meeting, I = Incentives, C = Conventions และ E = Exhibitions กล่าวรวมๆ คือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุม การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล การประชุมนานาชาติ และการจัดนิทรรศการ นั้นเอง

ไมซ์ยังเป็นอีกหนึ่งสาขาของอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยว ที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากธุรกิจไมซ์เป็นธุรกิจการเดินทางท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและใช้จ่าย ในแต่ละทริปนั้นค่อนข้างสูงกว่าการท่องเที่ยวประเภทอื่น

ในประเทศไทยก็ได้มีสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ดูแลและช่วยผลักดันให้ตลาดเติบโตขึ้นทุกๆ ปี

“ไมซ์” โตจากความพร้อมของตลาด

จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บ ได้ให้ภาพรวมของตลาดไมซ์ ดังนี้

ภาพรวมของอุตสาหกรรมไมซ์ปี 2561 มีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศรวม 34,267,307 ราย สร้างรายได้ให้ประเทศไทยรวม 212,924 ล้านบาท เป็นผลจากการสนับสนุนของรัฐบาลที่ต้องการให้ธุรกิจไมซ์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

โดยประเทศไทยมีความพร้อมและมาตรฐานของสถานที่จัดงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า ทั้งในกรุงเทพฯ และไมซ์ซิตี้อีก 4 แห่ง รวมถึงความเป็นมืออาชีพของบุคลากรไมซ์ ที่มีความสามารถและได้มาตรฐานมากขึ้น ทำให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างชาติให้ความมั่นใจประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงาน

ขณะเดียวกันภายในประเทศเองยังมีนโยบายส่งเสริมการประชุมในจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้างการกระจายรายได้ และก่อให้เกิดความเข้มแข็งของภาคชุมชนด้วย

“นักเดินทางต่างประเทศ” จำนวนน้อย แต่ใช้จ่ายเยอะ

ในปี 2561 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศทั้งสิ้น 1,255,985 ราย เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 19.85% ก่อให้เกิดรายได้จากการใช้จ่าย 95,623 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 8.10% มีระยะพำนักเฉลี่ย 5 วัน และค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป 76,135 บาท

โดยกลุ่มหลักที่เข้ามาในประเทศไทยเป็นนักเดินทางธุรกิจชาวเอเชีย 85.77% ของจำนวนนักเดินทางทั้งหมด ซึ่ง 10 อันดับของประเทศที่เดินทางเข้ามาคือ จีน 214,877 ราย อินเดีย 152,638 ราย มาเลเซีย 146,387 ราย สิงคโปร์ 84,211 ราย และเกาหลี 71,141 ราย เวียดนาม 55,306 ราย สปป.ลาว 55,125 ราย ญี่ปุ่น 51,361 ราย อินโดนีเซีย 51,320 ราย และฟิลิปปินส์ 42,398 ราย

ทั้งยังมีจำนวนนักเดินทางกลุ่มไมซ์จาก 5 ประเทศที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจและมีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ได้แก่ แคนาดา เติบโต 309.97%  กัมพูชา เติบโต 182.25% เมียนมา เติบโต 137.32% เวียดนาม เติบโตร้อยละ 109.26% และนิวซีแลนด์เติบโตร้อยละ 78.92% ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่ม CLMV กำลังเกิดการขยายตัวและมีการเดินทางด้านธุรกิจระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น

“คนไทย” กลุ่มใหญ่ในการขับเคลื่อนตลาด

ส่วนนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในประเทศมีจำนวน 33,011,322 ราย ก่อให้เกิดรายได้ในระบบเศรษฐกิจ 117,301 ล้านบาท ซึ่งในแง่ของรายได้นั้นมีการเติบโต 28.89% เป็นผลมาจากความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยอันเกิดมาจากการขยายตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยวในระดับสูง

ในปีนี้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ GDP มีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 20.5 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวร้อยละ 4 ทำให้ภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนมีความมั่นใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น รวมทั้งนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐในการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวและอบรมสัมมนาใน 55 เมืองรองให้สามารถลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายจากการจัดประชุมสัมมนาได้ 100%

ปี 2562 ตลาดไมซ์ยังคงโตอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในปี 2562 ประเทศไทยจะมีโอกาสต้อนรับเฉพาะนักเดินทางกลุ่มไมซ์ รวมทั้งสิ้นประมาณ 35,982,000 คน และสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศได้ประมาณ 221,500 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นนักเดินทางกลุ่มไมซ์ต่างประเทศประมาณ 1,320,000 คน สร้างรายได้ให้ประเทศได้ 100,500 ล้านบาท ส่วนนักเดินทางชาวไทยที่เข้าร่วมงานไมซ์ในประเทศ นั้นคาดว่าจะมีประมาณ 34,662,000 คน สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศ 121,000 ล้านบาท

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer