การแข่งขันของตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต นอกจากจะแข่งขันกันเองระหว่างบิ๊กซีกับเทสโก้ โลตัส แล้วยังต้องแข่งขันกับซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าออนไลน์ ที่ต่างใช้กลยุทธ์ด้านราคาและความสะดวกสบายในการเดินทางเข้ามาแย่งชิงเม็ดเงินผู้บริโภคให้เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากไฮเปอร์มาร์เก็ตที่มีจุดขายด้านความหลากหลายและราคาถูกไป

นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตยังถูกเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเข้ามาสร้างแรงกระทบให้กับธุรกิจจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่น้อยลง

ส่วนในปีหน้าสมาคมค้าปลีกคาดการณ์ว่าค้าปลีกจะกลับมาเติบโต 4-6% จากกำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มกลับมา

และการเติบโตที่ว่านี้คือโอกาสของไฮเปอร์มาร์เก็ตเช่นกัน

เพื่อสอดรับการเติบโต บิ๊กซี ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่ด้วยการนำ Data Analytic มาเป็นจุดสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งในด้านข้อมูลวิเคราะห์ให้กับพาร์ตเนอร์และการเข้าถึงลูกค้าแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น

บิ๊กซีจึงได้จัดตั้งบริษัท C Smart Solution ซึ่งเป็นบริษัทที่บิ๊กซีจัดตั้งขึ้นมาใหม่และถือหุ้นในบริษัทนี้ 100% เพื่อให้บริการ Data Analytic กับพาร์ตเนอร์ทางการค้า และตัวบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในการนำข้อมูลในการจับจ่ายสินค้าของลูกค้าบิ๊กซี เมื่อเทียบกับตลาดรวมเพื่อนำมาวิเคราะห์และนำเสนอกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการสร้างยอดจำหน่ายให้เติบโต

โดย C Smart Solution ได้เซ็นสัญญากับเดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) ​เริ่มสัญญา 1 มกราคม 2019 ในการนำระบบ Nielsen Connect ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Data Analytic ใหม่ของนีลเส็นนำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการจับจ่ายสินค้าและพฤติกรรมผู้บริโภคให้กับบิ๊กซี โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นแพลตฟอร์มระดับโกบอลที่นีลเส็นมีแผนจะเปิดตัวให้บริการทั่วโลกในอนาคต

การจับมือกับนีลเส็นในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่บิ๊กซีนำระบบ Data Analytic มาใช้ เพราะที่ผ่านมาบิ๊กซีได้ทำ Data Analytic ร่วมกับบริษัท Data Analytic อีกบริษัทหนึ่งที่จะหมดสัญญาในสิ้นเดือนธันวาคม 2018

การที่บิ๊กซีไม่ต่อสัญญาบริษัทเดิม อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ให้เหตุผลว่าระบบของบริษัทเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของบิ๊กซีในปัจจุบันและอนาคตอย่างสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะข้อมูลของตลาดค้าปลีกรวมที่สามารถนำมาเปรียบเทียบเชิงลึกได้

สำหรับพาร์ตเนอร์อย่างนีลเส็นฯ มีจุดเด่นคือการมีข้อมูลภาพรวมของผู้บริโภคทั่วประเทศ ที่ช่วยให้บิ๊กซีสามารถวัดผลร่วมกับข้อมูลการจับจ่ายของลูกค้าบิ๊กซี และเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจได้ ทั้งด้านพฤติกรรมลูกค้า สินค้า และโปรโมชั่น รวมถึงกลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตและเหตุผลที่ทำให้ยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น

และยังช่วยให้บิ๊กซีสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าของบัตรบิ๊กการ์ดที่ปัจจุบันมีจำนวน 1.7 ล้านราย และทำตลาดเฉพาะบุคคลเพื่อดึงให้ลูกค้าเหล่านั้นเพิ่มความถี่และยอดการจับจ่ายต่อครั้งมากขึ้นและเป็นการอุดช่องว่างของการตลาดแบบแมสที่นับวันจะมีประสิทธิผลที่น้อยลงเมื่อเทียบกับในอดีต

Marketeer FYI

รายได้บิ๊กซี

2556     131,684,879,017

2557     135,291,056,779

2558     133,669,162,698

2559     119,979,644,837

2560     117,351,190,765

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์ รายได้จากบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)​

*ไม่รวมรายได้จากบริษัทอื่นๆ ในเครือบิ๊กซี