บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) มองเทรนด์อสังหาริมทรัพย์ประเภท ‘มิกซ์ยูส’ ให้ผลตอบแทนระยะยาวเผยรุกตลาดคอมเมอร์เชียลต่อเนื่อง วางแผน 5 ปี ทุ่มงบ 17,000 ล้านบาท ขยายพื้นที่ปล่อยเช่าให้ถึง 300,000 ตร.ม. จากเดิม 130,000 ตร.ม.

 นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าปัจจุบันการสร้างอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส (Mix-used) ถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากปัจจัยเรื่อง ‘ที่ดิน’ ที่มีราคาสูงขึ้น และ ‘ไลฟ์สไตล์’ เพราะคนต้องการสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การสร้างอาคารมิกซ์ยูสจึงตอบโจทย์ในด้านรายได้ เนื่องจากให้ผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าการสร้างอาคารเฉพาะจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งซึ่งจะทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนไม่คุ้มค่า

นริศกล่าวอีกว่า อาคารมิกซ์ยูสได้เปรียบในเรื่องการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกันทำให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวอย่างเช่น พื้นที่จอดรถ หรือการทำพื้นที่เพื่อการค้าปลีกให้พนักงานที่เช่าพื้นที่ในตึกเดียวกันได้มาใช้บริการทั้งนี้เรื่องโลเคชั่นถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาโครงการเสมอ

 ภายใน 5 ปี บริษัทฯ วางแผนจะลงทุนในธุรกิจด้านคอมเมอร์เชียลเจาะตลาดพรีเมียมเนื่องจากคอมเมอร์เชียลสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวให้กับบริษัททำรายได้ประจำที่มั่นคง (Recurring Income) โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าจะขยายธุรกิจผ่านการพัฒนาโครงการใหม่และการเข้าลงทุน (M&A) เมื่อสินทรัพย์มีการเติบโตถึงระดับที่เหมาะสมโดยขายเข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า (REIT) เพื่อระดมเงินทุนสำหรับรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

ปัจจุบัน สิงห์ เอสเตท มีโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าหรือธุรกิจคอมเมอร์เชียล 4 โครงการ ได้แก่ (1) ตึกซันทาวเวอร์ อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ (2) โครงการ Lighthouse โครงการไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้สำหรับครอบครัว (3) โครงการสิงห์คอมเพล็กซ์ อาคารสำนักงานเกรดเอและพื้นที่ค้าปลีกให้เช่า และ (4) โครงการครอสโร้ดส์ (Crossroads) ที่ประเทศมัลดีฟส์

โดยโครงการสิงห์ คอมเพล็กซ์ ที่เปิดตัวช่วงต้นเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้ามาจองพื้นที่แล้วกว่า 82% ส่วนธุรกิจรีเทลเหลืออยู่ประมาณ 1-2 ห้อง

ส่วนแผนในอนาคตนริศกล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสโครงการใหม่ชื่อ Oasis บนถนนวิภาวดี-รังสิต มูลค่า 3,695 ล้านบาท มีความสูงของอาคารสำนักงานทั้งสิ้น 36 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่า (NLA) ประมาณ 53,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ค้าปลีกบางส่วนโดยจะใช้เวลาพัฒนาโครงการประมาณ 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2562

นริศกล่าวถึงแผนระยะ 5 ปี (2019-2023) ว่า บริษัทฯ จะพัฒนาอาคารคอมเมอร์เชียลอีก 4-5 โครงการ งบลงทุนประมาณ 17,000 ล้านบาท โดยตั้งใจขยายพื้นที่ให้เช่าจากอาคารซันทาวเวอร์สและสิงห์ คอมเพล็กซ์ ซึ่งรวมกันประมาณ 130,000 ตารางเมตร รวมกับโครงการใหม่เป็น 300,000 ตารางเมตร เพิ่มจากเดิม 170,000 ตารางเมตร ภายใน 5 ปี


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer