ตะขาบ 5 ตัว เติบโตเกิน 20% ทุกปี เพราะอะไร

 

ใครจะเชื่อหละว่ายาที่ดูจะโบราณ ด้วยอายุที่มากกว่า 80 ปี อย่างยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว จะเติบโตมากกว่า 20% ต่อปี ด้วยรายได้ปี 2559 มากถึง 465 ล้านบาท จาก 342 ล้านบาทในปี 2558

รายได้ที่เติบโตนี้มาจากอะไร

1.ตลาดนักท่องเที่ยวจีน

ที่ผ่านมารายได้ยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวมาจาก ยอดจำหน่ายในประเทศ 80% ส่งออก 20%

โดย 50% ของยอดจำหน่ายในประเทศ หรือ 40% ของรายได้ทั้งหมดของยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว มาจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เหมาซื้อกลับประเทศ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมายาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ได้กลายเป็นของฝากยอดนิยมของคนจีน ซึ่งเป็นการเติบโตที่ตะขาบ 5 ตัว ไม่ได้เข้าไปผลักดันตลาดแต่อย่างใด

คาดเดาว่าความนิยมนี้มาจากสรรพคุณของยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว สามารถบรรเทาอาการไอได้จริง มีราคาจำหน่ายต่อซองเพียง 12-15 บาท และแบบตลับพลาสติก 30 บาท ด้านหลังซอง/ตลับ มีภาษาจีนกำกับการใช้คนจีนอ่านแล้วเข้าใจทันที โดยหลังซองได้เขียนว่าเป็นยาที่สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย และอมได้ทั้งวัน จนมีการบอกปากต่อปากกันในประเทศจีน

ปรากฏว่า ยอดจำหน่ายยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ขายดีเทน้ำเทท่าจนมียอดออเดอร์กลับมายัง บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว อย่างมหาศาล

แถมมีร้านขายของฝากตามแหล่งท่องเที่ยวที่ชาวจีนนิยมติดต่อมายังบริษัทขอนำตะขาบ 5 ตัวไปจำหน่ายในร้าน จนเมธา สีมะวรา ทายาทรุ่นที่ 3 ของตะขาบ 5 ตัว ผิดสังเกตถึงได้ทราบว่าสินค้ายาแก้ไอ ตะขาบ 5 ตัว เป็น 1 ใน ลิสต์ของนักท่องเที่ยวจีน ที่นิยมซื้อกลับประเทศ

เมื่อยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจีน เมธา จึงได้เปลี่ยนแผนการตลาดใหม่ ขยายช่องทางจัดจำหน่ายเอาใจนักท่องเที่ยวชาวจีนให้หาซื้อยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวสะดวกขึ้น ด้วยการติดต่อคิงพาวเวอร์ นำยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ไปจำหน่ายในคิงพาวเวอร์ รางน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษียอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ปี 2558 ก่อนขยายไปยังแหล่งช็อปปิ้งอื่นๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนนิยม

รวมถึงร่วมออกบูธงานแสดงสินค้าที่ประเทศจีนกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสำรวจตลาด นำสินค้าไปจำหน่ายพร้อมโปรโมทแบรนด์ ให้คนจีนรู้จักแบรนด์ตะขาบ 5 ตัวมากขึ้น ปรากฏว่าสินค้าจำหน่ายหมดก่อนงานจบทุกครั้ง

ซึ่งการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนทำให้วันนี้มียาที่ใช้โลโก้ตะขาบในรูปแบบอื่นๆ ออกมาลอกเลียนแบบจำนวนมากสร้างความสับสนในการซื้อกลับจำนวนมาก

2.ขยายตลาดต่างประเทศ สู่ตลาดโลก

ทายาทรุ่นที่ 3 มีความฝันว่าอยากให้ยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว เป็นเหมือนยาแก้ไอสเตร็ปซิล หรือฟิชเชอร์แมนเฟรนด์ที่มีจำหน่ายทั่วโลก เขาได้ผลักดันยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ขยายไปยังตลาดต่างประเทศผ่านพาร์ทเนอร์

การเข้าไปในตลาดต่างประเทศกลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงแรกคือ

หนึ่ง-คนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆ จากการมองเห็นความนิยมในยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวของนักท่องเที่ยวจีน ก่อนที่จะขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ  และสอง -กลุ่มประเทศเออีซี ที่รู้จักยาอมสมุนไพรและประเทศไทยดี

โดยการเข้าไปในตลาดต่างประเทศทายาทรุ่น 3 ของตะขาบ 5 ตัวใช้วิธีการสื่อสารบ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ยาอมแก้ไอสมุนไพรที่มีมานานในไทยกว่า 80 ปี พร้อมไปศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละประเทศร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อปรับแผนการตลาดให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายแต่ละประเทศมากที่สุด เช่น ประเทศเมียนมา มีการติดโฆษณาตะขาบ 5 ตัวที่แผงหมาก จากพฤติกรรมคนในประเทศชอบทานหมาก หรือประเทศอินโดนีเซีย มีฉลากฮาลาลกำกับเนื่องจากเป็นประเทศที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นมุสลิม

3.โซเชียลมีเดียเข้าถึงคนรุ่นใหม่

ด้วยอายุของแบรนด์ที่มีมานานกว่า 80 ปี และหน้าซองยาที่เป็นรูปผู้ชายจีนใส่สูท มีตะขาบ 5ตัวประดับซอง ในยาอมสูตรออริจินัล ซึ่งเป็นส่งที่คนรุ่นใหม่อาจมองว่าเป็นของโบราณ ไม่น่าสนใจ

ยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ได้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ พร้อมใช้ภาษาที่มีความเป็นวันรุ่น มีการนำโลโก้หน้าซองมาโปรโมทร่วมกับกระแสต่างๆ สร้างสีสันให้กับแบรนด์มากขึ้น

4.ต่อยอดสู่แก้ไออื่นๆ ปรับภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย

ในอดีต ยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว จะเป็นยาอมที่ผู้ใหญ่นิยมทาน เพราะรสชาติที่ออกแนวขมเฝื่อนๆ ไม่ถูกปากวัยรุ่น แถมอมแล้วลิ้นดำ

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วในยุคของทายาทรุ่นที่ 2 ได้มีการปรับสูตรขยายฐานลูกค้า ด้วยรสชาติใหม่ นำรสมินต์ รสบ๊วย และรสตะไคร้มาเคลือบเม็ดยาให้รสชาติสัมผัสแรกมีรสชาติไม่ขมมากนักให้ผู้อมได้ทำใจก่อนไปเจอรสชาติจริงของยาเมื่อรสชาติที่เคลือบละลายหมด และซองบรรจุ/บรรจุดีไซน์สวยงามขึ้น และขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม 30 กว่าปีได้

และทายาทรุ่นที่ 3 ต้องการขยายตลาดไปยังกลุ่มอายุ 20 ปีขึ้นไปมากขึ้น ด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ จากสมุนไพรแก้ไอตัวเดิม เช่นยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวแบบสเปรย์ และยาแก้ไอแบบซอฟท์เจล เม็ดใสๆ ดูทันสมัย อมแล้วลิ้นไม่ดำ ซึ่งการคิดค้นนวัตกรรมเหล่านี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้า ตั้งราคาจำหน่ายสูงกว่าเดิมได้อีกด้วย

แต่ในปัจจุบันยาแก้ไอทั้ง 2 สูตรนี้ยังอยู่ในระหว่างพัฒนายังไม่มีวางจำหน่าย

 

เมื่อยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัวเติบโต แล้วรู้ไหมว่าที่มาของตะขาบ 5 ตัวมาจากไหน

ตะขาบ 5 ตัวมีจุดเริ่มต้นมาจากคุณปู่ จุ้ยไซ แซ่ซิ้ม ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศจีน

เมื่อมาประเทศไทยได้นำความรู้จากการเป็นเด็กช่วยปรุงยา ต้มยาในร้านยา ในประเทศจีน หาเลี้ยงครอบครัว ด้วยการพัฒนาเป็นสูตรยาใหม่ๆ เพื่อใช้รักษาในแบบฉบับของตัวเอง

ส่วนชื่อตะขาบ 5 ตัวมาจากความบังเอิญ ในระหว่างต้มยามีตะขาบหนีน้ำท่วมขึ้นมานอนตาย บนปากหม้อยา คุณปู่จุ้ยไซ จึงหยิบมาใช้เป็นชื่อแบรนด์ยาของตัวเอง และเติมคำว่า 5 ตัวเข้าไป  เพราะ เลข 5 เป็นเลขที่คุณปู่ จุ้ยไซ มองว่ามีความเป็นมงคล

และความจริงแล้วบริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) มียาในเครือที่ผลิตเองอยู่ 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่

  1. ยาแก้ไอตะขาบ 5 ตัว ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลัก
  2. ยาขมเม็ด
  3. ยากวาดมหาจักร์
  4. ยาแก้ปวดท้องบิด (ยาเม็ดแบอร์ 7)

นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ายาจากต่างประเทศมาจำหน่ายภายใต้บริษัทห้าตะขายเทรดดิ้ง 2 สินค้าหลักได้แก่

  1. ปอราส แคพซิคัม พลาสเตอร์ กอเอี๊ยะบรรเทาปวด ที่เป็นที่นิยมในกลุ่มอากงอาม่า
  2. ยู่ยี่ออยล์ แคปลิเมา ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายมหาหิงค์ ของไทย แต่สามารถใช้งานได้ครอบจักรวาลกว่า ทั้งท้องอืด ดมบรรเทาหวัด และแมลงกัดต่อย