อเมริกา คือผู้ที่ทำให้ค่าเงินโลกผันผวน คำนี้คงไม่ผิดนัก

เพราะจาก 2 เหตุการณ์ที่อเมริกาได้ทำไว้ นับตั้งแต่อเมริกาประกาศสงครามทางการค้ากับประเทศจีน และประกาศชะลอขึ้นดอกเบี้ยแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ได้ส่งผลกระทบให้ค่าเงินโลกเกิดการผันผวนที่สูง และเป็นการสะท้อนความผันผวนที่นักการเงินกังวล

ทางออกของนักเล่นเงินทั่วโลกคือ การโยกย้ายเงินลงทุนไปยังตราสารหนี้ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีความปลอดภัยสูงมากกว่าลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างเช่นไทย ที่มีความเสี่ยงต่ำเป็นอันดับที่ 9 ของตาราง

ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลง

การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐได้กระทบกับค่าเงินบาท ที่วันนี้อัตราค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนักลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในตลาดพันธบัตรไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ต่ำ  

และเมื่อมารวมกับเสถียรภาพด้านเงินทุนสำรองที่สูง การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่อยู่ระดับสูงอย่างต่อเนื่องของไทย ยิ่งส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามมาเช่นกัน

แต่ไม่ใช่เพียงประเทศไทยที่มีค่าเงินแข็งค่าเท่านั้น เพราะค่าเงินประเทศอื่นๆ ก็มีการแข็งค่าตามด้วยเช่นกัน ซึ่งประเทศที่มีค่าเงินที่แข็งค่ามากที่สุดคือเงินเยน ประเทศญี่ปุ่น จากการเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเงินต่ำ

ซึ่งการที่ค่าเงินบาทแข็งมีทั้งผลดีและผลเสียต่อประเทศไทย โดยผลเสียที่ได้รับคือสภาพคล่องในการส่งออกน้อยลง ก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินทุนหมุนเวียน

เชื่อว่าอัตราเงินบาทที่แข็งค่านี้จะอ่อนค่าลงมาเหลือ 32 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ในไตรมาส 2 ของปี ซึ่งการลดลงที่ว่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยวไทยเริ่มเข้าสู่ช่วงเวลาปกติ จากปลายปี 2561- ไตรมาสแรก 2562 ที่เป็นช่วงไฮซีซัน ที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวในช่วงปีใหม่และตรุษจีน การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวนี้เองทำให้เกิดความต้องการเงินไทยลดลง และทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามมา

ที่มา: สัมมนาทิศทางค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย 2562  ธนาคารกสิกรไทย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer