ทำไมในแต่ละปี ททท. ต้องใช้งบประมาณรายจ่ายสูงถึงเกือบๆ 7,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

นั่นเพราะในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาในบ้านเราประมาณ 38 ล้านคน

แถมยังใช้จ่ายกันหนักมือ โดยข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระบุว่า ในปี 2018 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 2 ล้านล้านบาทในปี 2018 ซึ่งคิดเป็นรายได้ 1 ใน 5 ของรายได้ทั้งหมดของประเทศไทย

อีกทั้งรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติถือเป็นรายได้เกรดเอของประเทศไทย เพราะเม็ดเงินสามารถกระจายได้อย่างครบครันทุกระดับชั้นไม่กระจุกตัวอยู่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อธิบายให้ชัดเจนก็คือนักท่องเที่ยวเมื่อมาก็ต้องจองโรงแรมนอน ก็คือสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของธุรกิจ

หลังจากหาที่พักได้ก็อาจไปช้อปปิ้งตลาดนัด หรืออาจรับประทานอาหารร้านข้างทาง ตรงนี้คือการสร้างรายได้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าคนทั่วไป

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงเปรียบเสมือนร่มใหญ่ที่ช่วยสร้างรายได้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของประเทศไทย

ไม่แปลกที่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างหนักหน่วงจากในปี 2008 มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติแค่ 14.5 ล้านคน/ปี ผ่านมา 10 ปีประเทศไทยมีนักท่องเที่ยว 38 ล้านคน/ปี 

และในปี 2019 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม คือต้องการให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยสูงถึง 40 ล้านคน ซึ่งจะทำให้มีรายได้สูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท

เป็นโจทย์ที่ท้าทายของยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. ซึ่งเป็นคนสร้างขึ้นมาเองและต้องทำให้สำเร็จ

ถึงแม้ในแผนการตลาดครั้งนี้ของ ททท. จะมีสารพัดแผนรายละเอียดมากมาย แต่จะมีอยู่ 4 ไม้ตายหลักๆ ที่จะใช้ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อันดับแรก คือการใช้ “อาหาร” เป็นแม่เหล็กดึงดูด โดยได้ออก Michelin Guidebook 2019 เล่มที่สอง รวมไปถึงให้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร ข่วยโปรโมตเมนูอาหารไทยในแต่ละภาค เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเมื่อได้ชิมอาหารไทยก็อยากจะลองมาเที่ยวเมืองไทยสักครั้ง

ต่อมาคือการใช้ Application “รู้ไทยให้ทึ่ง” แหล่งรวมกูรูผู้รู้ด้านต่างๆ เล่าเกร็ดความรู้ประเทศไทย ทั้งเชิงสังคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้มัคคุเทศก์ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่เคยมาเมืองไทย 

แผนที่สาม คือการกำจัดขยะในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา ททท. ได้จัดกิจกรรมกำจัดขยะไปประมาณ 83 โครงการ โดยสามารถกำจัดขยะไปได้มากถึง 10,000 กิโลกรัม และปีนี้แผนรักษาสิ่งแวดล้อมก็จะถูกขับเคลื่อนเข้มข้นมากยิ่งขึ้นไปอีก

สุดท้าย คือการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง เพราะปัญหาที่ผ่านมาคือนักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะกระจุกตัวอยู่แต่จังหวัดหลักๆ อย่างกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต,ชลบุรี, เพชรบุรี สิ่งที่ ททท. ต้องการคือให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเหล่านี้กระจายไปสู่จังหวัดเมืองรองมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดเมืองรองเหล่านี้มีรายได้เติบโตมากขึ้นกว่าในอดีต