โลกดิจิทัลเกิดการเปลี่ยนแปลงบริบทการใช้ชีวิตของผู้คนให้ต่างไปจากเดิม ในฐานะเทคโนโลยีที่เข้ามายกระดับชีวิตของผู้คนทั่วโลกให้สมาร์ทขึ้น
และดิจิทัลนี้เองยังมาพร้อมกับโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ ที่กำเนิดจาก Startup และ SMEs นับล้านๆ บริษัทบนโลกใบนี้ ที่ใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างรวดเร็ว จนเกิดวลี ที่กล่าวไว้ว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า”
ซึ่งคำว่าปลาช้าในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงปลาขนาดใหญ่ที่ว่ายน้ำอุ้ยอ้ายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงปลาที่ยังไม่ตื่นรู้และตั้งรับกับการมาของโลก Digital ที่จะเข้า Disrupt ในทุกส่วนในภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันเกิดขึ้นแล้วในปีที่ผ่านมา
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เอไอเอสได้ตระหนักถึงแรงกระแทกของคลื่นที่เรียกว่าดิจิทัลเป็นอย่างดี และพร้อมที่จะสนับสนุนองค์ความรู้ให้คนไทยและสังคมไทย ตื่นรู้ ด้วยการจัดงานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs ในหัวข้อ Intelligent Nation Series ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งงานสัมมนาที่เกิดจาก AIS Academy หน่วยงานที่เอไอเอสตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาพนักงานให้ตื่นตัวกับโลก Digital ที่เข้ามา Disrupt โลกในปัจจุบัน
“ทุกวันนี้ระบบ Digital ทั้ง Application และ IoT ต่างๆ มามีผลกระทบต่อชีวิตคนทั้งหมด การสร้างสังคมให้แข็งแกร่ง ภาคธุรกิจต้องจับมือร่วมกันทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไป ด้วยความพร้อมของเอไอเอส และความตระหนักในเรื่อง Customer เป็นสิ่งสำคัญ ทำให้เอไอเอสได้ลุกขึ้นมาสร้างความพร้อมให้กับธุรกิจสามารถรับมือ Digital Disrupt ในวันนี้ ดีกว่าให้เวลาเปลี่ยนผ่านไป”
“พื้นฐานของการทำธุรกิจที่ปฏิเสธไม่ได้ เป็นเรื่องของการทำอย่างไรให้ธุรกิจอยู่รอด แต่การให้ธุรกิจอยู่รอดอย่างแข็งแรง คือการสร้างสังคมให้แข็งแรง AIS ACADEMY for THAIs Intelligent Nation Series ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เอไอเอสมีโอกาสรับใช้สังคมไทย ภายใต้ความเชื่อที่ว่า การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทย คือการเกื้อหนุนและแบ่งปันกัน การเติบโตแต่เพียงผู้เดียวเพียงลำพังไม่ใช่การเติบโตอย่างยั่งยืน และทำให้เอไอเอสลุกขึ้นมาสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยในยุค Digital Disruption”กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารทรัพยากรบุคคล เอไอเอส ได้ฉายภาพถึงเหตุผลของการจัดงาน AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series
AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เอไอเอสเปิดโอกาสให้กับประชาชนที่สนใจได้เข้ามารับฟังเรื่องราวที่น่าสนใจจากวิทยากรทั้งภายในและต่างประเทศ ที่มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงที่ก้าวผ่าน ช่วง Digital Disrupt พร้อมเผยเคล็ดลับมุมมองความคิด จนสามารถพลิกเกมชิงความได้เปรียบให้องค์กรเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและประสบความสำเร็จ

ซึ่งวิทยากรในครั้งนี้ประกอบด้วย
ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด
Mitch Lowe Co-founding Executive of Netflix เจ้าของ Platform วิดีโอสตรีมมิ่งออนไลน์ ที่มียอด Subscribers เติบโตมากที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาจาก 190 ประเทศทั่วโลก และ Jonas Kjellberg, Co-Creator จาก Skype
นอกจากนี้ ยังเต็มอิ่มกับเสวนา ‘เดินธุรกิจอย่างไรเมื่อโลกไร้พรมแดน’ จาก 4 ผู้คร่ำหวอดในวงการอย่าง ชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มบริษัทเซ็นทรัล กรุ๊ป, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa), มารุต ชุ่มขุนทด CEO & Founder Class Café, อราคิน รักษ์จิตตาโภค หัวหน้าฝ่ายงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT และเครือข่าย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ บัญชา ชุมชัยเวทย์ ผู้ดำเนินการเสวนา
และการจัดงาน AIS ACADEMY for THAIs ยังมีความต้องการที่จะปรับความรู้ให้กับคนไทยให้เข้าใจอย่างถ่องแท้กับคำว่า Digital Disruption ที่ในวันนี้ได้กลายเป็นคำแฟชั่นที่ทุกคนคิดและเข้าใจในบริบทของตัวเอง พร้อมๆ กับสร้างความตื่นรู้ และตั้งรับกับการ Disrupt จาก Digital เทคโนโลยี ที่เป็นตัวแปรสำคัญในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน จากจุดแข็งที่มีอยู่ภายในองค์กร
โดย AIS ACADEMY for THAIs ในครั้งแรก ได้จัดขึ้นเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2561 มีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 4,000 ราย เข้ามาเก็บเกี่ยวองค์ความรู้จากวิทยากรระดับโลก เพื่อสร้างการตื่นรู้ให้กับตัวเองมากยิ่งขึ้น
ส่วนครั้งนี้ AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series ได้มีผู้สนใจไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา เพื่อมาตื่นรู้จากวิทยากรคุณภาพที่เอไอเอส ตั้งใจที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ สร้างองค์ความรู้ เพื่อเตรียมตัวพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างความแข็งแกร่ง นำพาประเทศไทยก้าวไกลทัดเทียมนานาชาติ
สำหรับท่านที่ไม่ได้ไปร่วมงานสัมมนา AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series เราขอสรุปองค์ความรู้จากวิทยากรในงานให้อ่านกันในบรรทัดต่อไป

Disruption is the new normal ในโลกของ Digital Disruption คือโอกาสทางธุรกิจ
ปฐมา จันทรักษ์ รองประธานด้านการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด แลกเปลี่ยนมุมคิด ในหัวข้อ “Embracing Digital Disruption: Challenges and Opportunities”
เธอได้เล่าให้ฟังว่า ในหนึ่งนาที โลกดิจิทัลได้เกิดการเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนคนกดไลค์โพสต์มากถึง 4.2 ล้านโพสต์ มีการใช้ทวิตเตอร์ทวิตข้อความต่างๆ มากถึง 3.5 แสนข้อความ มีการอัพโหลดวิดีโอใหม่ลงยูทูบรวมกันมากถึง 300 ชั่วโมง มีคนดูเน็ตฟลิกซ์ 7.7 หมื่นชั่วโมง รวมถึงโซเชียลมีเดียอื่นๆ ที่มีผู้ใช้รวมกันในปริมาณมหาศาล
ในวันนี้พฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ได้เปลี่ยนไป ใช้แกร๊บในการเดินทาง ใช้ไอจี กูเกิล เฟซบุ๊ก โทรศัพท์หากันผ่านทางไลน์
นอกจากนี้ โลกดิจิทัลทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ อย่างเช่น Uber, Facebook, Alibaba, Airbnb และการใช้เทคโนโลยี Fintech, AI, Cloud, Blockchain และ Robotics
ปฐมาได้บอกกับเราว่า Digital Disruption ได้กลายเป็น New Normal ที่ต้องประสบพบเจอ และเธอได้แนะนำหนทางที่องค์กรธุรกิจจะหนีการถูก Digital Disrupt ไว้ 4 แนวทาง ได้แก่
- การปรับรูปแบบธุรกิจเดิมๆ ของตัวเองขยายไปยังธุรกิจใหม่ๆ ที่ศึกษาจากคู่แข่ง และนำธุรกิจใหม่มาบาลานซ์กับธุรกิจเดิมๆ ที่มีอยู่ เช่น วอลมาร์ท ถูกแย่งลูกค้าจากอเมซอน ได้เข้าไปซื้อเว็บอีคอมเมิร์ซที่ชื่อว่าเจ็ท และผสมผสานกับธุรกิจเดิมๆ เช่น ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าผ่านเจ็ทจะได้ส่วนลดที่เพิ่มขึ้นเมื่อไปรับสินค้าที่สั่งในห้างวอลมาร์ท ซึ่งการปรับตัวของวอลมาร์ททำให้วอลมาร์ทกลับมาเติบโตมากถึง 40%
- รับฟังฟีดแบ็กของลูกค้าและนำมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยให้ความสำคัญกับ Design Thinking เป็นหลัก เช่น ดีเอชแอลใช้โดรนในการส่งของในพื้นที่ห่างไกล หรือมูจิให้ลูกค้ามาร่วมออกแบบสินค้าด้วย
- คิดถึงบิสซิเนสโมเดลใหม่ๆ อย่างเช่น Beam เป็นออนไลน์คอมพานี ที่ทำให้แปรงสีฟันฉลาดมากขึ้นผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และเชื่อมโยงการแปรงฟันไปยังธุรกิจประกันเพื่อนำการแปรงฟันไปลดค่าประกันกับร้านหมอฟัน
- นำความคิดเห็นจากพนักงานมาผลิตเป็นนวัตกรรม เช่น ไฮเออร์มีโครงการให้พนักงานร่วมกันออกแบบตู้เย็น และทำให้เกิดตู้เย็น 3 ประตูที่สร้างรายได้กลับมาให้กับไฮเออร์ในจำนวนมหาศาล
และสุดท้าย เธอได้กล่าวสรุปว่าในวันนี้ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง Digital Disruption ได้ สิ่งที่ต้องทำคือ
- Data to Reinvent Processes & Competitive Advantages ทำอย่างไรที่จะนำข้อมูลในองค์กรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
- Intelligent Digital Platforms เลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม เพื่อนำเทคโนโลยีมาช่วยเปลี่ยนแปลงการทำงาน ให้ได้ประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์สูงสุด
- Skills, Culture and Collaboration ปรับทักษะ สร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน

อย่ากลัวที่จะตัดสินใจผิด เพราะส่วนหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมคือการทำผิด และต้องไม่กลัวที่จะเริ่มในสิ่งใหม่ๆ
Mitch Lowe ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix ได้ฝากข้อคิดกับเราในงาน AIS ACADEMY for THAIs: Intelligent Nation Series
Mitch Lowe ได้บอกกับเราว่า 20 ปีที่ผ่านมาเขาเห็นพฤติกรรมที่น่าสนใจของคนอเมริกัน คือพวกเขาชอบเสพความบันเทิงระหว่างรับประทานอาหารเย็น และเขามีความคิดที่จะส่งความบันเทิงไปที่บ้าน
แต่ไอเดียที่เขาคิดกลับถูกภรรยาและลูกมองว่าเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้
จนกระทั่งเขาได้พบกับ Reed Hastings ซี่งมีความคิดในรูปแบบเดียวกัน และได้จับมือกันเปิดธุรกิจเช่าดีวีดีบน Internet ขึ้นมา เพื่อส่งดีวีดีไปยังบ้านผู้คนอเมริกันเป็นล้านคน ก่อนที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็น Netflix ในวันที่อินเทอร์เน็ตและโลกดิจิทัลมีความพร้อม
เส้นทางของ Netflix ได้มีการเรียนรู้และปรับตัวเองอยู่เสมอ ด้วยการนำช่องว่างจากสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ มาเรียนรู้และปรับบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและ Pain point ของลูกค้า บนเป้าหมายการมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ดีให้กับลูกค้า ผ่านไอเดียต่างๆ ของพนักงานที่มีความเป็นผู้นำในตัวเอง ชอบแก้ปัญหา และมีอิสระในความคิด
Mitch Lowe ได้ยกตัวอย่างในวันที่ Netflix เปิดให้บริการ Online Streaming มีการสร้าง feature “Auto run” ทำให้ผู้ชมสามารถดูภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือทีวีโชว์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกลับไปที่หน้าหลัก (Home) เพื่อเลือกตอนต่อไป ซึ่งเป็น feature ที่กล่องเคเบิลทีวีในอเมริกาไม่สามารถให้บริการได้ ซึ่งบริการนี้สร้างประสบการณ์ที่ดีในการชมมากขึ้น
สิ่งเหล่านี้เองทำให้วันนี้ Netflix สร้างความน่าสนใจให้กับผู้คนทั่วโลก และได้เข้ามา Disrupt ธุรกิจความบันเทิงในแบบเดิมๆ ไป

Zero Game เติบโตบนการลงทุนเป็นศูนย์
Jonas Kjellberg, Co-Creator จาก Skype บอกกับเราว่า ธุรกิจ Skype, Facebook, IG และ Airbnb ต่างเป็นบริษัทที่มีค่าจ้างในการดำเนินธุรกิจที่เป็น core value หลักเป็นศูนย์ จากการที่ใช้ทรัพยากรของคนอื่นดึงมาเป็นของตัวเอง อย่างเช่น Facebook, IG เติบโตจากคอนเทนต์ของผู้ใช้งาน, Airbnb ไม่ต้องลงทุนด้านที่พัก แต่มีที่พักมากมายจากทั่วทุกมุมโลกให้บริการ
ส่วน Skype มาจากการมองเห็น Trend การโทรทางไกล ที่มีแนวโน้มลดลง จึงมีความคิดที่จะให้บริการโทรศัพท์ทางไกล ที่ไม่คิดค่าบริการ
การที่ Skype สามารถให้บริการฟรีกับผู้ใช้งานได้ เป็นผลมาจากการมองต่างไปจากบริษัทโทรคมนาคม ที่มองว่าการให้บริการโทรคมนาคม จะต้องลงทุนด้านเน็ตเวิร์กและอื่นๆ เพื่อให้บริการกับลูกค้า
แต่ Skype เริ่มต้นด้วยการใช้สิ่งที่ผู้ใช้บริการมีอยู่แล้ว นั่นคือ การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้ใช้งาน สื่อสารผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์แทนโทรศัพท์มือถือ และใช้ CPU ในคอมพิวเตอร์ของผู้ติดตั้ง Skype จากทุกมุมโลกที่เปิดทิ้งไว้ โดยที่ไม่ได้ใช้งาน ทำหน้าที่ประมวลผลการทำงาน แทนการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ และหาผู้ใช้งานใหม่ๆ จากกำหนดให้ผู้ใช้บริการจะต้องมี Skype ทั้งคู่
และด้วย Business Model เหล่านี้ ทำให้ Skype เติบโตอย่างก้าวกระโดด หลังเปิดตัวให้บริการไปไม่นาน จน Yahoo ให้ความสนใจซื้อกิจการไปบริหารงานต่อ
เพราะการทำธุรกิจในยุคนี้ต้องมีวิธีคิดสร้างธุรกิจที่แตกต่างจากเดิม ด้วยการแก้เกมสู่เกมใหม่อยู่เสมอ บนความคิดที่นอกกรอบ แล้วความสำเร็จจะตามมา

Disrupt ในมุมของสตาร์ทอัพคือโอกาส
ในช่วงของงานเสวนาจากผู้คร่ำหวอดในวงการได้กล่าวถึงการเข้ามาของ Digital Disrupt คือโอกาสของสตาร์ทอัพ ที่สามารถต่อกรแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความพร้อมทั้งกำลังทุน กำลังคน ด้วยการนำเทคโนโลยี และแนวคิดที่มองต่าง กล้าที่จะทำอย่างรวดเร็ว มาเป็นตัวขับเคลื่อน
ไอเดียต่างๆ ของสตาร์ทอัพที่ใช้งานในการต่อกรองค์กรใหญ่ นั่นก็คือมาจากคน เป็นกำลังสำคัญ
และสำหรับองค์กร พลังของคนที่จะตื่นรู้ในโลกดิจิทัล คือพลังที่ช่วยขับเคลื่อนให้กับธุรกิจก้าวข้ามคำว่า Disrupt ได้อย่างมั่นคง
องค์กรอย่างเอไอเอส จึงได้ลงทุนลงแรงอย่างแข็งขัน เพื่อขันอาสา ร่วมเป็นหนึ่งในการพัฒนาคนในประเทศให้ตื่นรู้ในการเรียนรู้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
และ Marketeer เชื่อว่า เอไอเอสไม่หยุดเพียงเท่านี้ แต่จะขันอาสา พร้อมเชิญชวนพันธมิตรจัดกิจกรรมยกระดับความรู้คนไทยให้เข้าใจเทคโนโลยีผ่านกิจกรรมภายใต้กรอบของ AIS ACADEMY for THAIs ที่จะจัดขึ้นในครั้งต่อไปอย่างแน่นอน
–
