กลยุทธ์เอสเอ็มอี 2562 ปรับตัวอย่างไร ? ในยุค Digital Disruption พร้อมกรณีศึกษาจาก 5 ผู้ประกอบการ
ปัจจุบันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเผชิญกับสภาวะการแข่งขันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับนานาชาติ โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไทยสามารถแข่งขันในตลาดได้คือ ‘การสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ’
แม้การแข่งขันจะดุเดือด แต่ยังมี 5 เอสเอ็มอีที่สามารถ ‘ปรับตัว’ กับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป และ ‘ประสบความสำเร็จ’ ทั้งยังได้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 14” ซึ่งจัดโดย “ธนาคารไทยพาณิชย์” ร่วมกับ “สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”
เกณฑ์พิจารณารางวัล ประกอบด้วย 8 ข้อ ได้แก่ (1) ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (2) สร้างสรรค์ด้านนวัตกรรม (3) บริหารจัดการด้านสินค้าและสร้างความพึงพอใจ (4) สร้างตราสินค้าและการตลาด (5) ด้านปฏิบัติการ (6) ด้านการเงิน (7) การจัดการบุคลากร และ (8) สร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
โดย 5 เอสเอ็มอีที่ได้รับรางวัลให้เป็นเอสเอ็มอีต้นแบบ มีดังนี้
(1) ธุรกิจอาหาร ผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพ: บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด
ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด กล่าวว่า การทำธุรกิจต้องมี Barriers to Entry เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งตามทันและต้องผลิตสินค้าให้คุณภาพดีเหมือนที่ตัวเองเป็นผู้บริโภค
นอกจากนี้ กรีนเดย์ยังทำการเกษตรแบบ Contract Farming กับวิสาหกิจชุมชน โดยส่งเสริมการปลูกกระเจี๊ยบภายใต้การควบคุมคุณภาพของบริษัท มีการจัดซื้อผักผลไม้ระดับคุณภาพจากชาวสวน ส่งเสริมการสร้างรายได้ให้ชุมชน และยังสามารถนำวัตถุดิบเกษตรที่ไม่มีมูลค่ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อีกด้วย
ชัยรัตน์ กล่าวอีกว่า กรีนเดย์ฯ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผัก ผลไม้แปรรูป โดยนำเทคโนโลยีการอบแบบแช่แข็งและการทอดแบบสุญญากาศ ภายใต้แบรนด์ Greenday และส่งออกต่างประเทศ เช่น สหัฐอเมริกาและแคนาดา ภายใต้แบรนด์ Yudi รวมถึงประเทศที่มีโอกาสเติบโตสูงและเป็น Blue Ocean เช่น ฮ่องกง เอสโตเนีย ฟินแลนด์ และสเปน
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายในประเทศ 30% และต่างประเทศ 70% โดยปี 2561 ที่ผ่านมา บริษัทมียอดขาย 400-500 ล้านบาท และในปี 2562 ตั้งเป้ายอดขายให้ถึง 1,000 ล้านบาท
รางวัลที่ได้รับ (1) Sustainable Business Practice (2) Customer-Focused Product & Service (3) Brand & Marketing
(2) ธุรกิจขนมขบเคี้ยว มะขามแปรรูป: บริษัท สารัชมาร์เก็ตติ้ง จำกัด
จากอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่นำมะขาม พืชท้องถิ่นประจำจังหวัดเพชรบูรณ์มาแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าในรูปแบบมะขามแก้ว มะขามแช่อิ่ม ฝากขายตามร้านค้า ท่ารถ โดยใช้ชื่อแบรนด์ “สารัชแม่สนม” จนกระทั่งได้ปรับภาพลักษณ์สินค้าและแบรนด์ “สารัช” เปิดตัวด้วยการออกบูธสินค้าเพื่อให้คนรู้จักมากขึ้น จนสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้าไปเสนอใน 7-11 ได้สำเร็จ และออกผลิตภัณฑ์ใหม่จนฮิตติดตลาด เช่น มะขามจี๊ดจ๊าด มะขามเคี้ยวหนึบ มะขามแก้ว มะขามคลุกแซ่บ รวมกว่า 30 ประเภท
สุภาลักษณ์ กมลธรไท กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้บริษัทประสบความสำเร็จคือการเอาชนะตลาดที่มีการแข่งขันสูง และชนะวัฏจักรการลอกเลียนแบบสินค้า ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีและไม่ใส่ส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ใช้จุดแข็งเรื่องการเข้าถึงวัตถุดิบและมีโรงงานผลิตของตัวเอง ทำให้ราคาแข่งขันในตลาดได้ โดยปี 2562 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ 200 ล้านบาท
รางวัลที่ได้รับ (1) Sustainable Business Practice (2) People Excellence
(3) ธุรกิจเครื่องเขียน: บริษัท สมใจ ค้าหนังสือเครื่องเขียน จำกัด
ร้านสมใจเริ่มก่อตั้งปี 2498 ต่อมาเริ่มขยายเป็นร้านเครื่องเขียนและอุปกรณ์การเรียน และจัดทำระบบสต๊อกสินค้าส่วนกลาง พร้อมนำระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มาใช้บันทึกและตรวจสอบสต๊อกสินค้า ต่อมาปี 2560 ได้มีการปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัย ปัจจุบันมีสาขา 7 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และสาขาในต่างจังหวัด 4 สาขา ได้แก่ เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ นครราชสีมา และมหาสารคาม
จุดเด่นของสมใจคือมีความเป็น Specialty ด้านอุปกรณ์ศิลปะที่ครอบคลุมงานศิลป์ทุกประเภท เข้าใจความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่างแท้จริง จึงมีสินค้าที่เหมาะสำหรับกลุ่มนักศึกษาไปจนถึงระดับศิลปินมืออาชีพ โดยบริษัทมีการอบรมให้ความรู้พนักงานและให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ทุกประเภท เพื่อให้มีความรู้ในตัวผลิตภัณฑ์
นพนารี พัวรัตนอรุณกร กรรมการบริหารฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท สมใจ ค้าหนังสือเครื่องเขียน จำกัด กล่าวว่า ในด้านการตลาดสมใจมีการสร้าง House Brand ของตนเองในกลุ่มสินค้าเฉพาะศิลป์ เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ในราคาไม่แพง และจัดกิจกรรม Workshop เทคนิคศิลปะ ขยายช่องทางการขายออนไลน์ และยังออกร้านค้าติดล้อ Somjai To-go ตามสถานศึกษา ล่าสุดร้านสมใจได้ออก Limited Edition Somjai x BNK 48 เพื่อกระตุ้นยอดขายในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจนได้รับกระแสตอบรับดีและยอดขายเพิ่มสูงขึ้น โดยปี 2562 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15%
รางวัลที่ได้รับ (1) Customer Focused Product & Service (2) Brand & Marketing (3) People Excellence
กลยุทธ์เอสเอ็มอี
(4) ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์: บริษัท ดีดีซี สปรอกเก็ต จำกัด
คมเดช วิจิตรจรัสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีดีซี สปรอกเก็ต จำกัด กล่าวว่า บริษัทเกิดขึ้นจากการเห็นจุดอ่อนจากปัญหาการผลิตที่ล่าช้า ใช้ระยะเวลาผลิตมากแต่ได้ปริมาณน้อย และมีปริมาณสินค้าที่เสียหาย ใช้แรงงานคนจำนวนมาก และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในโรงงาน จึงแก้ไขจุดอ่อนเพื่อพลิกฟื้นธุรกิจด้วยการนำเอานวัตกรรมเครื่องบล็อกพิมพ์ตัดโลหะเหล็ก (Fine Blanking) ที่มีความละเอียดแม่นยำสูงมาใช้ผลิตสินค้า เป็นรายแรกในประเทศไทย ทำให้สามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานสูงกว่าวิธีการผลิตแบบพื้นฐานที่โรงงานส่วนใหญ่ใช้ ทำให้ได้ชิ้นงานที่มีคุณภาพ ทนทาน ลดระยะเวลาและขั้นตอนการผลิต ลดต้นทุนวัตถุดิบ สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามากขึ้น
คมเดชกล่าวอีกว่า ปี 2561 บริษัทมียอดขาย 336 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าในปี 2562 จะดันยอดขายให้เพิ่มขึ้น 30%
รางวัลที่ได้รับ (1) Innovation Enterprise (2) Operational Best Practice
กลยุทธ์เอสเอ็มอี
(5) ธุรกิจถุงมือกันภัย: บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด
เสริมศักดิ์ วงศ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทแก้ปัญหาแบบ Trailor-Mode ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายถุงมือกันภัย ชุดยูนิฟอร์มและอุปกรณ์ความปลอดภัย ภายใต้แบรนด์ไมโครเทค (Microtex)
นอกจากนี้ บริษัทยังขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมทั้งรับผลิต OEM ให้กับต่างประเทศ โดยปี 2561 บริษัทมียอดขาย 430 ล้านบาท และตั้งเป้าว่าปี 2562 จะมีรายได้เติบโต 15%
รางวัลที่ได้รับ (1) Innovation Enterprise (2) Customer-Focused Product &Service
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
