นับตั้งแต่ iPhone 3G เปิดตัวในปี 2008 Apple ก็กลายเป็นผู้กำหนดเทรนด์ (Trend Setter) ในโลกของมือถือ
และแบรนด์อื่นๆ ที่ทำจอทัชสกรีนกลายเป็นผู้ตามเทรนด์ (Trend Follower) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตามปกติมือถือรุ่นใหม่ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานที่ดีกว่ารุ่นก่อนอยู่แล้ว เช่น เร็วขึ้น แบตอึดขึ้น กล้องชัดขึ้น… แต่การจะเป็น Trend Setter นั้น แบรนด์ต้องกล้าทำอะไรที่ฉีกกรอบ คนอื่นยังทำไม่ได้ และแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคได้จริง ถึงจะก้าวแซงคู่แข่งได้เห็นชัด
ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เราก็เห็นฟีเจอร์ของมือถือที่เพิ่มมาเรื่อยๆ เช่น ใส่ได้ 2 ซิม กันน้ำ กล้องหลายตัว ตัดช่องหูฟัง ระบบปลดล็อกใหม่ๆ ขอบจอเล็กลง..
เรามาดูกันว่าฟีเจอร์ใดบ้าง ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค

ใส่ได้หลายซิม
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลือกที่จะมี 2 ซิม เพราะซิมแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น ใช้โทร ใช้เน็ต ไว้ทำงาน เป็นต้น
ปัจจุบันมือถือส่วนใหญ่ก็มีระบบ 2 ซิมด้วยกันทั้งนั้น ในขณะที่ Apple ค่อนข้างช้ามากในเรื่องนี้ เพราะพวกเขาเพิ่งจะทำระบบนี้ใน iPhone XS นี้เอง
ไม่มีใครเข้าใจ Apple ว่าทำไมถึงยอมตามหลังแบรนด์อื่นในเรื่องนี้หลายปี เพราะการทำช่องใส่ซิมเพิ่มไม่น่าจะทำยากขนาดนั้น แต่ก็ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้สาวก Apple กลุ่มหนึ่งเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น

กล้องหลายตัว
HTC เป็นแบรนด์แรกๆ ที่นำระบบกล้องเลนส์คู่มาใช้ในมือถือเพื่อช่วยให้ภาพมีความตื้นลึกมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่า ภาพที่ออกมาไม่เป็นที่ประทับใจเท่าไร ต่อมา LG ก็ใช้ระบบเลนส์คู่เหมือนกัน เพียงแต่กล้องตัวที่ 2 นั้นเป็นกล้องแบบถ่ายมุมกว้างมากๆ
ต่อจากนั้นไม่นาน Huawei ประกาศศักดาด้วยการใช้กล้องคู่ Leica พร้อมเปลี่ยนจุดขายด้วยการใช้กล้องตัวที่ 2 เป็น Monochrome เพื่อเก็บรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้น ภาพที่ได้ออกมาก็ดี จนทำให้แบรนด์ยกระดับมาเป็นแบรนด์ชั้นนำอย่างเต็มตัว
สมัยก่อนแข่งกันว่า ยิ่ง Pixel เยอะ กล้องยิ่งดี แต่ปัจจุบันเทรนด์ได้ถูกกำหนดใหม่ ใครมีกล้องมาก ยิ่งทำได้เยอะกว่าชาวบ้าน ตอนนี้ Galaxy A9 จัดกล้องไป 4 ตัว และล่าสุด Nokia 9 ประกาศแล้วว่าจะมีกล้องหลังถึง 5 ตัว
ตัดช่องใส่หูฟัง
ย้อนไปในปี 2016 iPhone 7 ทำเซอร์ไพรส์คนทั้งโลกด้วยการตัดช่องใส่หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร พร้อมกับขายหูฟัง AirPods ในราคาเกือบ 7,000 บาท เชื่อว่าทุกคนคงจำเสียงด่าของคนทั่วโลกได้ดี ทั้งในเรื่องความลำบากที่จะต้องใส่ที่แปลงพอร์ต และบ่นว่านี่คือแผนการขายหูฟังแน่ๆ
แต่กาลเวลาพิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ Apple ทำนั้น สร้างเทรนด์ใหม่ได้จริงๆ ปัจจุบันมือถือรุ่นใหม่ไม่มีหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรอีกแล้ว และแบรนด์หูฟังก็หันมาทำหูฟังแบบ True Wireless อย่างเต็มตัว
ที่สำคัญที่สุดคือ AirPods กลายเป็นอุปกรณ์เสริมของ Apple ที่ขายดีที่สุดอันดับ 1 ทันทีทั้งจำนวนชิ้น และรายได้
โทรศัพท์พับได้
ล่าสุดในงานเปิดตัว Galaxy S10 ซัมซุงก็ปล่อยทีเด็ดที่เซอร์ไพรส์คนทั่วโลกด้วย Galaxy Fold มือถือ/แท็บเล็ต พับได้ ซึ่งเทคโนโลยีการพับงอหน้าจอไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ยังไม่มีใครเคยทำออกมาขายสักที
โดย Galaxy Fold นี้ จะมีราคาอยู่ที่ $1,980 หรือประมาณ 62,000-63,000 บาท !! ด้วยราคาเท่านี้ เราสามารถซื้อมือถือและแท็บเล็ตได้สบายๆ และหลังจาก Samsung เปิดตัวไม่นาน Huawei ก็เปิดตัวมือถือพับได้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์
มือถือพับได้จะไปรอดมั้ย เรายังไม่ควรด่วนตัดสินเหมือนตอนที่ Apple ตัดช่องใส่หูฟัง เพราะมือถือพับได้อาจเป็นเทคโนโลยีที่เราไม่รู้ว่าเราต้องการมันก็เป็นได้

สิ่งที่ควรเรียนรู้จาก Trend Setter เหล่านี้
1. คุณไม่จำเป็นต้องคิดค้นอะไรได้คนแรก แต่คุณต้องทำให้มัน Work ที่สุดคนแรกต่างหาก เช่น กล้องคู่ที่มีมานาน แต่ก็เป็น Huawei ที่คว้าโอกาสไปเป็นของตัวเอง
2. ไม่มีใครทำ ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ เช่น การตัดช่องใส่หูฟังออก ถ้าในตอนนั้นยังผลิตหูฟัง wireless ไม่ได้ Apple ก็คงไม่ทำ และถ้าไม่เห็นเทรนด์การออกกำลังกายที่เยอะขนาดนี้ พวกเขาก็คงไม่ทำเช่นกัน
–
