“กิฟฟารีน” อัดงบ 60 ล้าน เปิดตัวสกินแคร์ เจาะเฟิร์สจ็อบเบอร์ ดึง อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ นั่งพรีเซ็นเตอร์ภาพยนตร์โฆษณา หวังกระตุ้นยอดขายเพิ่มเดือนละ 3 แสนขวด เผยขยับสัดส่วนรายได้ตลาดจีน-ตะวันออกกลาง พุ่งเป้า 500 ล้าน

แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2562 บริษัทมีแผนกระตุ้นยอดขายและสร้างการรับรู้ในกลุ่ม ‘สกินแคร์’ ให้เพิ่มขึ้น จากเดิมที่ผู้บริโภคมีภาพจำว่ากิฟฟารีนทำแต่ธุรกิจอาหารเสริมเป็นหลัก ประกอบกับโฟกัสการทำตลาดกลุ่มสกินแคร์มากขึ้น เนื่องจากตลาดสกินแคร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

ในด้านรายได้ แพทย์หญิงนลินีกล่าวว่า บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากสกินแคร์ 40% อาหารเสริม 35% และอื่นๆ 25% โดยปี 2561 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้ 4,810 ล้านบาท เติบโต 3-5% แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 4,510 ล้านบาท และต่างประเทศ 300 ล้านบาท

แพทย์หญิงนลินีกล่าวอีกว่า ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมา 23 ปี ที่ผ่านมามียอดขายรวม 82,351 ล้านบาท จำนวนสมาชิกผู้บริโภค 7.8 ล้านรหัส และมีสมาชิกนักธุรกิจ 730,000 รหัส โดยสมาชิกเติบโตเฉลี่ย 15,000 คนต่อเดือน มีสำนักงานสาขาธุรกิจ 106 สาขา ให้บริการสมาชิกทั่วประเทศ พร้อมมีบริการเดลิเวอรี่ รวมทั้งได้ขยายเปิดสำนักงานสาขาใหม่ในห้างบิ๊กซี ราชดำริ และสำนักงานสาขาขนาดใหญ่ในย่านบางพลี

ล่าสุด บริษัทรุกธุรกิจสกินแคร์มากยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว “กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม” ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำให้ผิวดูกระจ่างใส โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเฟิร์สจ็อบเบอร์ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทำยอดขายไปแล้วกว่า 120,000 ขวด

พงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า ปี 2562 บริษัทวางงบการตลาดไว้ที่ 200 ล้านบาท โดยแคมเปญการตลาดล่าสุดใช้งบประมาณไป 60 ล้านบาท โดยดึง “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ผ่านภาพยนตร์โฆษณา เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ นักธุรกิจกิฟฟารีน และกลุ่มลูกค้าทุกช่วงวัย

พงศ์พสุกล่าวอีกว่า หลังจากปล่อยแคมเปญนี้ออกสู่สาธารณะ รวมถึงการทำการตลาดในช่องทางออนไลน์และส่งเสริมโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้บริษัทตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มเดือนละ 3 แสนขวด

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนบุกตลาดต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะตลาดค้าปลีกในประเทศจีนและประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยตั้งเป้าขยับรายได้จาก 300 ล้านบาทในปี 2561 เป็น 500 ล้านบาทภายในปี 2562


ตลาดเครื่องสำอาง
มูลค่า 250,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 7%
แบ่งเป็น กลุ่มดูแลผิว (Skin Care) 47% / กลุ่มผม (Hair) 18% / ทำความสะอาดร่างกาย (Hygiene) 16% / แต่งหน้า (Makeup) 14% / น้ำหอม (Fragrance) 5%
ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ในตลาดเครื่องสำอางอาเซียน
ประเทศไทยเป็นอันดับ 12 ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวของโลก
ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย