ตลาดชาพร้อมดื่ม ล่าสุด วิเคราะห์สถานการณ์ โออิชิ และ อิชิตัน วันนี้ใครเก๋ากว่ากัน !!!

ในช่วง 8 ปีที่แล้วที่ “ตัน ภาสกรนที” เปิดตัว “อิชิตัน” อย่างเป็นทางการ พร้อมกับประกาศว่าจะโค่น “โออิชิ” ลงจากตำแหน่งราชันตลาดชาพร้อมดื่ม

“ตัน” ทำได้สำเร็จอย่างที่พูดไว้จริงๆ เพราะในช่วงปีที่ 2 ที่ “อิชิตัน” แจ้งเกิดถือเป็นปีที่ตลาดชาพร้อมดื่มตำแหน่งแชมป์สลับกันขึ้นลงอย่างสนุก ด้วยพลังของแคมเปญหวยชาเขียว “รวยรายวัน” ของทั้ง 2 แบรนด์

อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ตลาดชาพร้อมดื่มแทบจะถูกขับเคลื่อนด้วยโปรโมชั่นอย่างเต็มรูปแบบจนทำให้มูลค่าตลาดเติบโตก้าวกระโดด ถึงขนาดบางปีแตะ 15,000 ล้านบาท ก็มีให้เห็นมาแล้ว

แต่นั่น คือการเติบโตด้วยโปรโมชั่น เป็นการตลาดที่เต็มไปด้วยภาพลวงตา

เพราะเมื่อผู้บริโภคเริ่มชินชาเบื่อหน่ายกับหวยชาเขียวใต้ฝา อัตราความถี่และจำนวนลูกค้าก็ย่อมลดลง แถมยังเป็นการลดลงเร็วอย่างกับติดจรวด

จากมูลค่าตลาดชาพร้อมดื่มที่เคยสูงทะลุเกิน 15,000 ล้านบาท แต่ ณ วันนี้ หลังสิ้นปี 2018 มูลค่าตลาดเหลือประมาณ 12,000 ล้านบาท

ซึ่งถ้าจะวัดว่าใครเหนือกว่ากัน ก็ต้องมาดูกันว่าในสถานการณ์ที่ตลาดชาพร้อมดื่มอยู่กับความเป็นจริงที่ลูกค้าในวันนี้เริ่มคัดกรองเหลือแต่ Real Demand 

ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาทั้ง “โออิชิ” และ “อิชิตัน” ต่างก็มียอดขายลดน้อยลงทุกปี แต่หากถามว่าใครขายได้มากกว่ากันก็คงต้องตอบว่า “โออิชิ”

ที่น่าสนใจคือ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร “โออิชิ” ก็เริ่มทิ้งห่าง “อิชิตัน” เข้าไปทุกทีโดยในปี 2017 “โออิชิ”  มีส่วนแบ่ง 46% ขณะที่ “อิชิตัน” มีส่วนแบ่ง 36%

ล่าสุดในปี 2018 “โออิชิ” ก็ยิ่งทิ้งห่าง “อิชิตัน” ไปอีก

ทำไม “อิชิตัน” จึงถูกทิ้งห่างไปไกลเรื่อยๆ

สิ่งที่ทำให้ยอดขายลดลงต่อเนื่อง บริษัท “อิชิตัน” ชี้แจงด้วยเหตุผลที่ไม่แตกต่างกับ “โออิชิ” นั่นคือ ผลกระทบจากภาษีน้ำตาลของกรมสรรพสามิต ที่ทำให้ “ต้นทุน” สูงขึ้น ราคาขายก็เลยต้องสูงขึ้นตาม ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความถี่ในการซื้อน้อยลง

แต่สิ่งที่ “อิชิตัน” เสียเปรียบ “โออิชิ” อย่างชัดเจนนั้นคือไลน์อัพสินค้าที่ไม่มีความหลากหลายหากนำมาเทียบกับ “โออิชิ”

โดยปัจจุบัน “โออิชิ” มีสินค้าถึง 31 SKU หลากหลายรสชาติและครบครันในแพ็กเกจจิ้งทั้งแบบขวด PET หลาย Size ขวดแก้ว, กระป๋อง, กล่อง UHT  (ไม่นับ “จับใจ” เพราะอยู่ในการดูแลของ “ไทยดริ้งค์”)

ในขณะที่ “อิชิตัน” นั้นมีแค่ 24 SKU และมีแพ็กเกจจิ้งแค่แบบขวด PET และ กล่อง UHT (นับเฉพาะสินค้า อิชิตัน และ เย็น เย็น)

แน่นอนการที่ “โออิชิ” มีสินค้าที่อยู่ในมือมากกว่าก็ย่อมมีโอกาสในการตอบสนองผู้บริโภคในตลาดได้มากกว่า “อิชิตัน”

เหตุผลต่อมาซึ่งเป็นความแข็งแกร่งของ “โออิชิ” ในการกระจายสินค้าได้ครอบคลุมด้วยการเป็นบริษัทในเครือไทยเบฟฯ

ถ้าในช่องทาง Modern Trade และร้านสะดวกซื้อ การกระจายสินค้าของทั้ง 2 แบรนด์น่าจะทำได้ใกล้เคียงกัน

แต่…สำหรับช่องทางร้านโชห่วยและร้านอาหาร “โออิชิ” จะถือไพ่เหนือกว่าในทันที อย่าลืมว่า “เสริมสุข” ที่เป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือไทยเบฟฯ ก็เป็นมือวางอันดับต้นๆ ของประเทศตั้งแต่สมัยยังอยู่กับ PEPSI ในการกระจายเครื่องดื่มครอบคลุมร้านค้าได้ทั่วประเทศ

แล้ว “โออิชิ” เองก็ใช้ “เสริมสุข” กระจายสินค้าไปยังร้านโชห่วยและร้านอาหารริมทาง ในขณะที่ “อิชิตัน” ให้บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มาช่วยด้วยการใช้ฐานเอเย่นต์และยี่ปั๊วของสิงห์กระจายสินค้าไปยังร้านค้าโชห่วยทั่วประเทศเหมือนกัน  

ถึงจะไม่มีการวัดค่าได้ว่าใครจะกระจายสินค้าได้ดีกว่ากัน แต่ช่องทางหนึ่งที่ “อิชิตัน” ไม่มีแต่ “โออิชิ” มี นั่นคือร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือโออิชิ ที่มีมากกว่า 200 สาขา ซึ่งทุกร้านต่างมีชาพร้อมดื่ม “โออิชิ” 

สุดท้าย ก็คือการสร้างแบรนด์ จะเห็นว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ “อิชิตัน” ยังกระหน่ำโปรโมชั่น ถึงแม้ “โออิชิ” จะเล่นในเกมนี้ด้วยแต่ก็ไม่ได้รุนแรงหากเทียบกับ “อิชิตัน”

แต่กลับหันไปเน้นสร้างแบรนด์ด้วย Presenter และการออกรสชาติชาพร้อมดื่มใหม่ๆ

ตลาดชาพร้อมดื่ม

แล้วเมื่อพลังโปรโมชั่นหวยชาเขียวเริ่มเสื่อมพลัง และราคาขายทั้งสองแบรนด์เริ่มที่จะใกล้เคียงกัน

Brand ชาพร้อมดื่มขวดไหนที่แข็งแกร่งในสายตาผู้บริโภคก็ย่อมเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่จะถูกหยิบจากตู้แช่ทั่วประเทศ

แล้วคำตอบก็มาอยู่ที่ “โออิชิ” อย่างที่บอกไว้ข้างต้นนี้เอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามในเร็วๆ นี้ ก็คือแคมเปญหน้าร้อนของทั้ง “โออิชิ” และ “อิชิตัน” ที่ถือเป็นภาคบังคับที่จะต้องมีแคมเปญ Wow ในช่วงเวลานี้

เพราะ… “ตัน” เองก็เคยบอกว่ายอดขาย 35-40% ของ “อิชิตัน” นั้นมาจากช่วงซัมเมอร์ฤดูร้อน

 

ทางฟากฝั่ง “อิชิตัน” ประกาศมาแล้วกับแคมเปญ “อิชิตัน ยกลัง ลุ้นเบนซ์..รวยทอง” แจกรถเบนซ์คันละ 2.1 ล้าน จำนวน 4 คัน และทองคำหนัก 1 บาท 200 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัล 12.4 ล้านบาท ประกาศผลในรายการ กิ๊กดู๋สงครามเพลงเงินล้าน ช่อง PPTV ช่วงเดือนมีนาคม–มิถุนายน

โดยแคมเปญนี้ “ตัน” เลือกจะพลิกเกมใหม่หมด เพราะให้ลูกค้าตัดฝาลังเครื่องดื่มไม่ใช่ส่งรหัสใต้ฝาเหมือนแคมเปญก่อนหน้าที่ผ่านมา

แล้วคนที่จะมี “ฝาลังเครื่องดื่ม” ก็คือกลุ่มร้านค้าโชห่วย ซึ่ง “ตัน” ก็น่าจะอ่านเกมออก แม้ที่ผ่านมาจะใช้ “สิงห์” กระจายสินค้าในช่องทางร้านโชห่วย แต่ก็อาจไม่มีพลังดึงดูดใจมากพอให้ร้านค้าโชห่วยรับสินค้าของตัวเองเข้าไว้ในตู้แช่

เป็นเกมเขย่าหัวใจ เจ้าของร้านโชห่วยเกือบๆ 4 แสนร้านค้าทั่วประเทศ ให้หยิบ “อิชิตัน” บรรจุในตู้แช่ร้านค้าของตัวเอง

ในขณะที่ “โออิชิ” ส่งแคมเปญ  “รถสุดฮิพ ทริปสุดโอ” ดึง 10 หนุ่มหน้าใสสุดฮอต! GMM ทีมไอดอล นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ นำทีมโดย คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ และ สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์ ลุ้นรางวัลทริปเที่ยว “โอกินาวา” กับ 10 หนุ่ม GMM ทีนไอดอล จำนวน 50 รางวัล รวม 100 คน โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2019

สิ่งที่ต้องตามลุ้นในปี 2019 ก็คือ “โออิชิ” จะยังสามารถมียอดขายทิ้งห่าง “อิชิตัน” ได้อีกไกลแค่ไหน

หรือ “อิชิตัน” จะสามารถมียอดขายเขยิบเข้าใกล้ “โออิชิ” มากขึ้นกว่าเดิม

แต่… สิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยก็คือ “อิชิตัน” จะมียอดขายแซงหน้า “โออิชิ” ในปี 2019

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer