หลังจากที่ Go Jek แอปเรียกรถ จากอินโดนีเซีย เคยประกาศความร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพในประเทศไทยที่ชื่อ Get ให้เงินลงทุน และเทคโนโลยีในการทำตลาด Ride-Hailing Platform บริการเรียกรถออนดีมานด์ในประเทศไทยภายใต้ชื่อ Get เมื่อปีที่ผ่านมา
ซึ่งการให้เงินสนับสนุนของ Go Jek จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในการบริหารงานและการให้บริการของ Get
ในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหาร Go Jek และ Get จับมือกันเปิดตัวบริการ Get อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ทดลองระบบมาแล้วกว่าสองเดือน
และเริ่มให้บริการผ่าน 3 บริการหลักคือ Get Win บริการเรียกรถวินมอเตอร์ไซค์ Get Delivery บริการส่งพัสดุ และ Get Food บริการสั่งอาหารออนดีมานด์

การเปิดตัวของ Get ถือเป็น Ride-Hailing Platform น้องใหม่ที่เข้ามาในตลาดประเทศไทย จากการมองเห็นโอกาสของธุรกิจนี้ที่มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 1 ดิจิ เมื่อเทียบกับธุรกิจให้บริการขนส่งสาธารณะออนดีมานด์ในประเทศไทย
แต่การเข้ามาของ Get ถือเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาผู้ให้บริการในตลาดนี้ไม่ว่าจะเป็นไลน์แมน หรือแกร๊บก็ยังประสบปัญหาในการให้บริการ
โดยแบ่งเป็นปัญหาหลักๆ อยู่ 2 ด้านได้แก่
หนึ่ง-ด้านลูกค้าผู้ใช้งาน
ซึ่งประกอบด้วยปัญหาสองด้านได้แก่
1. ไม่สามารถขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มผู้ใช้งานทุกระดับได้ เนื่องจากมีผู้ใช้งานในบางกลุ่มไม่มีประสบการณ์ในการใช้บริการและกลัวที่จะใช้งาน จากความคุ้นชินกับบริการแบบออฟไลน์ โดยเฉพาะบริการเรียกรถและบริการส่งสินค้าแบบเดลิเวอรี่
2. ในบางบริการ เช่น การเรียกรถ และบริการส่งสินค้าและเอกสารแบบเดลิเวอรี่ ยังไม่สามารถเพิ่มความถี่ในการใช้งานที่มากขึ้นได้
เพราะในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะตัวเมืองและพื้นที่ที่ติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวก ผู้ใช้บริการเลือกที่จะใช้บริการจากการโบกรถข้างทาง หรือเดินไปที่จุดให้บริการของวินมอเตอร์ไซค์ที่มีให้บริการอยู่แทบทุกจุดในตัวเมือง และตามหน้าปากซอยที่เป็นเขตชุมชนเพื่อให้บริการอยู่แล้ว
ซึ่งถือว่าสะดวกสบายกว่าการกดแอปเรียกรถ ที่ต้องเสียค่าบริการจากการเรียกใช้บริการ และต้องรอให้ผู้ขับกดรับเพื่อให้บริการ และขับมารับถึงจุดที่ลูกค้าได้เรียกใช้ โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนที่คนขับส่วนใหญ่ไม่ค่อยกดรับให้บริการเพราะมองว่าการให้บริการแบบออฟไลน์สะดวก และอาจจะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าการให้บริการลูกค้าที่เรียกรถผ่านแพลตฟอร์ม
สอง-ในส่วนของคนขับ
ประกอบด้วยปัญหา 3 ด้านเช่นกันคือ
1. การไม่ยอมรับของผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ อย่างเช่นแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์บางกลุ่มที่มองว่าการให้บริการในรูปแบบนี้ผิดกฎหมาย และมาแย่งอาชีพทำกินของพวกเขา จึงทำให้เกิดข้อพิพาทที่เคยเป็นข่าวอยู่มากมาย
2. ไม่สามารถควบคุมให้ผู้ขับรถกดรับลูกค้าในชั่วโมงเร่งด่วนได้ ทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการในชั่วโมงเร่งด่วนไม่สามารถเรียกรถเพื่อใช้บริการในชั่วโมงเร่งด่วนได้ง่ายนัก คนขับรถบางกลุ่มจะเลือกรับคนที่ใช้บริการในระยะทางสั้นๆ เพื่อทำรอบ เก็บยอดสะสมเป็นจำนวนครั้งที่ให้บริการเพื่อรับค่าคอมมิชชั่นเพิ่ม ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ไม่ดีในการใช้บริการ
3. ผู้ขับบางกลุ่มรับงานเฉพาะมีช่วงโปรโมชั่นจูงใจให้กับผู้ขับ อย่างเช่นการให้ค่าคอมมิชชั่นเมื่อขับรถครบรอบตามที่กำหนด ซึ่งถ้าไม่มีแรงจูงใจในรูปแบบนี้คนขับจะรู้สึกไม่อยากเข้าร่วมให้บริการเพราะได้ผลตอบแทนที่น้อยเมื่อเทียบกับการวนรถเพื่อไปรับลูกค้าตามจุดนัดหมาย
ซึ่งปัญหาทั้งหมด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จะแก้ปัญหาด้านคนขับ และสร้างความคุ้นเคย พร้อมประสบการณ์การใช้งานที่ดีในการใช้งานกับลูกค้าด้วยการเผาเงินอัดฉีดเข้าไปในระบบเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ายังคงเรียกใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำเพื่อนให้ลองใช้บริการ โดยเฉพาะบริการที่ยังไม่ได้รับความนิยมติดลมบน อย่างเช่นแกร๊บฟู้ด หรือไลน์แท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบริการที่มาหลังคู่แข่ง
ส่วนคนขับได้ใช้วิธีให้ค่าตอบแทนที่มากขึ้นเพื่อเป็นแรงจูงใจที่จะให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน
การที่ Ride-Hailing Platform ยอมลงทุนเผาเงินเพื่ออัดฉีดเข้าระบบเพราะคาดหวังว่าเมื่อไรที่บริการได้รับความนิยมติดลมบนแล้ว ผู้ใช้บริการจะมีจำนวนที่มากพอที่จะดึงดูดคนขับให้เข้ามาให้บริการไม่ต้องมีโปรโมชั่นเชิญชวนเหมือนที่ผ่านมา และนั่นหมายถึงรายได้ที่กลับมาให้กับแพลตฟอร์ม
ไม่กลัวอุปสรรคเพราะโอกาสมหาศาลบนกลยุทธ์ Localization
การเข้ามาทำตลาดของ Get ในวันนี้ แม้จะมีอุปสรรคที่กล่าวมา แต่ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Get ก็ยังมองว่าตลาดนี้คือโอกาสที่น่าสนใจ จากการเป็นบลูโอเชียนที่มีคู่แข่งน้อยรายและยังมีช่องว่างให้ลงเล่นอีกมาก จากจำนวนผู้ใช้บริการที่ยังสามารถเติบโตได้อีกไกล ถ้ารู้จักเข้ามาทำตลาดได้ถูกที่ถูกจังหวะบนกลยุทธ์ที่เหมาะสม

กลยุทธ์ที่ภิญญาเชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้กับ Get อย่างน่าสนใจคือ กลยุทธ์ Localization ซึ่งประกอบด้วย
– ในส่วนของบริการสั่งอาหารมีการใช้ระบบเอไอในการปรับ User Interface บนหน้าแอป ให้ตรงกับพฤติกรรมของผู้ใช้ สามารถค้นหาร้านค้าจากชื่อเมนูอาหาร และหน้าฟีด เปลี่ยนไปตามช่วงเวลาเพื่อแนะนำอาหารใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับช่วงเวลา และเมื่อใช้งานไปเรื่อยๆ ระบบจะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้และแนะนำร้านอาหารอื่นๆ ในกลุ่มที่ผู้ใช้ชอบเพื่อเป็นทางเลือก
– ในส่วนของบริการวินและส่งพัสดุ ใช้วิธีการนำแผนที่ของกูเกิ้ลแมปมาปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานตามความเป็นจริงมากขึ้น เช่น การปรับชื่อเรียกประตูทางเข้าออกในพารากอน ที่เดิมในกูเกิ้ลแมประบุว่าเป็นประตูทางออก A, B, C เป็นประตูทางออกด้านสตาร์บัคส์, ประตูทางออกด้าน ร้าน Harrods tea room เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้ากับผู้ให้บริการเข้าใจตรงกัน
– ลดข้อปะทะกับวินมอเตอร์ไซค์ด้วยการเชิญชวนให้วินมอเตอร์ไซค์มาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Get แทน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับวินมอเตอร์ไซค์ที่มาให้บริการด้วยการให้วินมอเตอร์ไซค์สามารถให้บริการลูกค้าผ่านบริการของ Get ได้ทั้ง 3 บริการ
– อุดช่องว่างของเวลาในช่วงเวลาพีคไทม์ในช่วงเช้าและเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาทำเงินของวินมอเตอร์ไซค์ที่จะวิ่งรับผู้โดยสารตามสถานที่ในสังกัดของตัวเอง ด้วยการเปิดรับแมสเซนเจอร์ที่เป็นบุคคลทั่วไปให้เข้ามารับวิ่งซื้ออาหารให้กับลูกค้า Get Food เพียงบริการเดียว
การที่ Get ให้บุคคลทั่วไปรับบริการ Get Food เพียงบริการเดียว เพราะต้องการให้วินมอเตอร์ไซค์รู้สึกว่าผู้คนทั่วไปไม่ได้มาแย่งงานรับส่งคนและพัสดุเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Ride-Hailing Platform อื่นๆ
– ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ผู้ใช้ เรียกรถต้องได้ทันที ทำให้ Get ใช้วิธีผูกมัดใจวินมอเตอร์ไซค์และแมสเซนเจอร์ด้วยการทำประกันชีวิตและประกันรถให้กับผู้ขับขี่และเงินออมประจำปีให้กับผู้ขับขี่ เป็นต้น
แม้กลยุทธ์ของ Get จะมีความน่าสนใจ แต่ความท้าทายที่สำคัญของ Get อีกประการหนึ่งก็คือ การแข่งขันกับคู่แข่งที่มีอยู่เดิม เพราะบริการที่ Get เปิดให้บริการทั้ง 3 บริการ เป็นบริการที่คู่แข่งรายอื่นก็มีให้บริการอยู่ก่อนหน้านั้น
และนับแต่นี้ต่อไปเกมการแข่งในธุรกิจ Ride-Hailing Platform คงร้อนแรงด้วยแคมเปญ โปรโมชั่นที่เพิ่มขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือผู้บริโภคอย่างเราๆ นี่เอง
Marketeer FYI
ปัจจุบัน Get ให้บริการครอบคลุม 80% ทั่วกรุงเทพฯ
มีร้านอาหารร่วมให้บริการมากกว่า 20,000 ร้านอาหาร
มีวินมอเตอร์ไซค์สมัครให้บริการ 10,000 ราย จากวินมอเตอร์ไซค์ที่ลงทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก 80,000 ราย
มีผู้สนใจดาวน์โหลดแอป Get มากกว่า 200,000 กว่าดาวน์โหลด
หลังเปิดให้บริการเพียง 2 เดือน คนขับของ Get ได้เดินทางไปทั่วกรุงเทพฯ เป็นระยะทางกว่า 3 ล้านกิโลเมตร หรือเท่ากับระยะทางไปกลับระหว่างโลกถึงดวงจันทร์มากถึง 7 รอบ
–
Get และภิญญา คือใคร
Get คือบริษัทRide-Hailing Platform ของคนไทย ก่อตั้งโดย ภิญญา นิตยาเกษตรวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้ที่เคยอยู่เบื้องหลังแอปพลิเคชั่น Ride-Hailing Platform ที่ให้บริการในประเทศไทยรายหนึ่ง ก่อนที่จะลาออกมาเปิดบริษัท Ride-Hailing Platform ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ Get
การเจอกันระหว่าง Go Jek กับ Get จนกลายเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ มาจากการที่ Go Jek ได้เห็นศักยภาพธุรกิจ Ride-Hailing Platform ในประเทศไทย และมีความคิดที่จะเข้ามาทำธุรกิจในตลาดประเทศไทย
และบังเอิญได้เจอกับ Get ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพไทยในธุรกิจนี้พอดี ทำให้เกิดความร่วมมือกันระหว่าง Go Jek และ Get ในที่สุด
