พูดอย่างไรให้ได้ใจคู่สนทนา

การพูดเป็นกิจกรรมสำคัญในชีวิต เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเราต้องบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงสิ่งที่เราต้องการ สำหรับบริบทของการทำงาน เราต้องเจอกับคนหลายประเภทที่มีลักษณะนิสัยต่างกันไป ดังนั้นวิธีพูดกับพวกเขาจึงต้องปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด โดยนี่คือแนวทางคร่าวๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในการมัดใจคู่สนทนา

เจอนักคิดสะกิดด้วยข้อติดขัด : คนแบบแรกที่คุณจะเจอในการสนทนาคือนักคิด โดยสิ่งที่สามารถเรียกความสนใจกลุ่มนี้ได้ทันที คือปัญหา ข้อติดขัด หรือทางตัน ซึ่งปัจจุบันเรียกรวมกัน Pain Point เพราะพวกเขาอยากบริหารสมองด้วยการหาทางออก คลี่คลายปริศนา และท้าทายตัวเอง ดังนั้นเมื่อคุยกันคุณต้องบอกให้เบาะแสเล็กน้อยว่า สะดุดตรงไหน ทำไมถึงไปไม่เป็น และอาจแนบข้อมูลทางเทคนิคหรือศัพท์เฉพาะเข้าไปด้วย

จัดสถิติให้สายข้อมูล : ต่อจากนักคิด เหล่าผู้ชื่นชอบข้อมูลคือคู่สนทนาที่คุณจะเจอเป็นประจำ คนกลุ่มนี้อาจพูดน้อยและเก็บตัว แต่หากให้ตัวเลข ภาพรวม บทวิจัยต่างๆ แผนภูมิไป พวกเขาจะตอบกลับคุณกลับมาพร้อมบทวิเคราะห์อย่างละเอียดและทางเลือกต่างๆ ในการออกจากปัญหา นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดไปสู่การทำความรู้จัก สานต่อมิตรภาพและเรื่องที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ อีกด้วย

ต่อติดมือประสานด้วยความมีส่วนร่วม : ข้อด้อยของคนที่ถนัดงานประสานคืออาจขาดความคิดริเริ่ม ประเดิมโครงการใหม่กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง พวกเขาก็มักไม่ใช่คนแรกที่ก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ขณะเดียวกันทันทีที่คุณขอความช่วยเหลือ ด้วยการพูดอย่างเปิดใจถึงปัญหาที่เผชิญอยู่และยอมรับว่าอยากให้มาเป็นคู่คิด ที่ปรึกษาหรือทีมงาน พวกเขาก็พร้อมเข้ามามีส่วนร่วม ตามกำลังความรู้ความสามารถที่มี หรือถ้าไม่ถนัดจริงๆ คนกลุ่มนี้ก็ยังยินดีเป็น ‘มือประสานสิบทิศ’ หาคนที่เก่งกว่าตัวเองมาช่วยจนคุณทลายทางตันนั้นไปได้ในที่สุด

คน Creative ต้องฉายภาพอนาคต : กรอบและความซ้ำซากจำเจ เป็นสิ่งที่เหล่าคนมีหัวคิดสร้างสรรค์อยากหลีกให้พ้นหรือหรือเลี่ยงให้ไกลที่สุด โดยถ้าอยากได้คนกลุ่มนี้ทำงานคุณต้องให้อิสระทางความคิด พูดสร้างแรงบันดาลใจว่าหากปิด Job ได้จะเกิดอะไรดีๆ ตามมาบ้าง และกระตุ้นพวกเขาให้คิดสิ่งใหม่ออกมา หลังจากนั้นจึงมาเลือกว่า วิธีไหนจากหัวคิดคน Creative ที่เหมาะสมหรือถูกใจคุณมากสุด

ถ้ามองโลกแง่ดีควรชี้มุมบวก : คนประเภทสุดท้ายที่คุณเจอบ่อยๆ ในการสนทนาคือเหล่ามนุษย์คิดบวก เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์อยู่เสมอ โดยหากอยากเปิดบทสนทนากับคนกลุ่มนี้ คุณอาจระบายความในใจที่อัดอั้นอยู่พร้อมบอกให้รู้คร่าวๆ ว่า “น่าจะมาถูกทางแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไรดี” หรือ จุดแข็งหรือทักษะเด่นของคุณ ไม่นานหลังได้ยินพวกเขาจะเริ่มคุยกับคุณ ด้วยการขยายแสงสว่างปลายอุโมงค์นั้นให้ใหญ่ขึ้น จนกำลังใจการฝ่าวิกฤตของคุณเพิ่มตามมา และถ้าเป็นเรื่องที่ถนัด เขานี่แหละที่จะลงมือช่วยคุณเองเต็มตัว อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย / fastcompany


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer