จิม ทอมป์สัน ขอเป็น Luxury ระดับโลก

 

เมื่อพูดถึงจิม ทอมป์สัน คนรุ่นเก่าคงนึกออกทันที่ว่าจิม ทอมป์สัน คือ

-นายห้างจิม ทอมป์สัน ราชาไหมไทย ผู้บุกเบิกผ้าไหมจากประเทศไทย ทำตลาดทั่วโลก

-แบรนด์ผ้าไหม  จิม ทอมป์สัน ที่มีอายุแบรนด์มายาวนานกว่า 67 ปี

ส่วนคนรุ่นใหม่คงนึกจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สถานที่ท่องเที่ยวถ่ายรูปแสนเก๋ ที่เปิดให้เข้าชมเพียงปีละครั้ง ของตกแต่งบ้านที่ทำมาจากผ้าไหม กระเป๋าเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ หรือร้านอาหารจิม ทอมป์สันจำหน่ายอาหารระดับไฮคลาส

บอกเลยว่าทั้งหมดนี้ เป็นอาณาจักรของจิม ทอมป์สัน ทั้งหมด

ในวันนี้ธุรกิจจิม ทอมป์สัน ไม่ได้มีแต่เพียงผ้าไหม แต่ประกอบด้วยธุรกิจถึง 4 ธุรกิจหลักได้แก่

1.เสื้อผ้าแฟชั่นจากผ้าไหม ภายใต้แบรนด์จิม ทอมป์สัน

 2.สินค้าตกแต่งบ้าน ที่ทำจากผ้าไหมภายใต้แบรนด์จิม ทอมป์สัน

3.ร้านอาหารและธุรกิจจัดเลี้ยง ภายใต้ชื่อร้าน จิม ทอมป์สัน เรสเตอรองแอนด์ไวน์บาร์ และอื่นๆ เช่นร้าน bombyx (บอมบิกซ์) ที่แปลว่าผีเสื้อไหม ร้านอาหารไทยร่วมสมัยสไตล์ ART & Cuisine

4.จิม ทอมป์สันฟาร์ม

5.Art Center หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ให้ความรู้ด้านศิลปะ

ภายใต้ 4 ธุรกิจนี้ ร้านจิม ทอมป์สันที่จำหน่าย เสื้อผ้าแฟชั่นจากผ้าไหมและสินค้าตกแต่งบ้านได้กลายเป็นธุรกิจที่ทำเงินสูงสุดให้กับบริษัท และเป็นกลุ่มสินค้าที่นำพาแบรนด์จิม ทอมป์สันให้ชาวโลกรู้จักในวงกว้าง

โดยในปีที่ผ่านมา เจอร์ราลด์ เมซซาโลโว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท จิม ทอมป์สัน มีความปรารถนาให้ ผลักดันแบรนด์จิม ทอมป์สัน ให้เป็นแบรนด์ Luxury ระดับโลกแบรนด์แรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ นำอัตลักษณ์ของแบรนด์คือผ้าไหมมาผสมผสานกับกลิ่นอายของประเทศเมืองร้อน ตกแต่งด้วยต้นไม้ สัมผัสถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านพักริมคลองของ จิม ทอมป์สัน ในประเทศไทยสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ Luxury แบรนด์อื่นๆ  

การปรับภาพลักษณ์นี้ เจอร์ราลด์ เมซซาโลโว ต้องการสื่อสารออกมาผ่านร้านจิม ทอมป์สัน ที่มีอยู่ทั่วโลก โดยเริ่มจาก จิม ทอมป์สัน แฟล็กชิป สโตร์ สาขาสยามพารากอน ก่อนปรับร้านทั่วโลกเป็นรูปแบบเดียวกัน เริ่มจากเมืองสำคัญอย่าง ปารีส ลอนดอน นิวยอร์ก สิงคโปร์ ฮ่องกง เซียงไฮ้

พร้อมเปิดเว็บไซต์ www.jimthompsononline.com ขยายสู่ธุรกิจ E-commerce ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้รวดเร็วขึ้น 

รวมถึงปรับกลิ่นอายการดีไซน์ นำเสนอผ่านความขัดแย้งในตัวเองที่เรียกว่า Dialectics เช่นวัฒนธรรมตะวันตก-ตะวันออก / วัฒนธรรมเมือง-วิถีชนบท / อดีต-ปัจจุบัน / ความดั้งเดิม-ความสมัยใหม่/ ความมืด-สีสัน เป็นต้น

ซึ่งเชื่อว่าถ้าจิม ทอมป์สัน เป็นแบรนด์ Luxury ระดับโลกได้ จะเป็นใบเบิกทางที่ดีให้กับสินค้าระดับพรีเมียมอื่นๆจากไทย ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วย

อาจสงสัยว่าแบรนด์จิม ทอมป์สัน เป็นของคนไทย หรือเปล่า เพราะ ผู้บริหารกับชื่อแบรนด์เป็นชื่อต่างชาติทั้งหมด

เมื่อดูจากรายชื่อของผู้ร่วมทุนในแบรนด์ จิม ทอมป์สัน พบว่า 70.98% เป็นของผู้ถือหุ้นชาวไทย 28 ราย ชาวฮ่องกง 21.96% จากผู้ถือหุ้น 28 ราย ชาวอเมริกา 4.34% จากผู้ถือหุ้น 11 ราย และชาวเยอรมัน 1 รายรวม 2.72% จากจุดเริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 5 แสนบาท แบ่งออกเป็น 500 หุ้น หุ้นละ 1,000 บาท

แต่กว่าจะเป็นวันนี้ ไม่ได้มาง่ายๆ

ขอย้อนอดีตไปเมื่อ 67 ปีก่อน จิม ทอมป์สัน จดทะเบียนภายใต้ชื่อบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย เริ่มธุรกิจผ้าไหมทอมือร้านแรกในปี 2494 ที่ถนนสุรวงศ์

แบรนด์จิม ทอมป์สันก่อตั้งโดยจิม ทอมป์สัน หรือชื่อเต็มว่า เจมส์ แฮร์ริสัน วิลสัน ทอมป์สัน ทหารอเมริกา ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อทำงานให้รัฐบาลอเมริกานานถึง 3 ปี ก่อนลาออกจากอาชีพทหารและยึดประเทศไทยเป็นบ้านหลังที่ 2 หลังหลงเสน่ห์ผ้าไหมของไทยจนเห็นโอกาสทางธุรกิจ

แต่เป็นที่น่าเสียดาย จิม ทอมป์สัน ไม่ทันเห็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในปี 2510 ที่ประเทศมาเลเซียเสียก่อน

หลังจากที่จิม ทอมป์สัน หายตัวไปแบรนด์จิม ทอมป์สัน และบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย ถูกรักษาการโดย ชาร์ล ยู เจฟฟิลด์ นานถึง 3 ปี ก่อนที่ ชาร์ล ยู เจฟฟิลด์ จะเสียชีวิตลง

และวิลเลียม เอ็ม บู๊ทซ์ ผู้ติดตามจิม ทอมป์สันไปทุกหนแห่งเสมอ รับช่วงบริหารต่อ และวิลเลียม เอ็ม บู๊ทซ์นี่เองเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับธุรกิจ จิม ทอมป์สัน ด้วยการปรับการทำงานอย่างเป็นระบบควบคุมการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการลงทุนปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และวิจัยพันธ์ไหมที่ให้เส้นใยเพื่อถักทอให้เป็นผ้าไหมคุณภาพดี ซึ่งเป็นจุดแข็งของแบรนด์ และพาแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียม

วิลเลียม เอ็ม บู๊ทซ์ ได้ส่งไม้ต่อให้กับ อีริค บี บู๊ทซ์ ลูกชายคนเดียวของเขา และอีริค ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจจิม ทอมป์สัน ให้กลายเป็นแบรนด์พรีเมียมที่จับต้องได้ ด้วยการนำผ้าไหมมาตกแต่งเป็นของใช้ประจำวันอย่าง กรอบรูป กล่องใส่ของ กระเป๋า และอื่นๆ

รวมถึง Collaboration กับดีไซน์เนอร์ชื่อดังของไทยออกแบบเสื้อผ้าจากผ้าไหม จิม ทอมป์สันเพื่อสื่อถึงผ้าไหม จิม ทอมป์สัน เหมาะสำหรับใส่ทุกโอกาส

ส่วนทายาท โดยตรงของ จิม ทอมป์สันไม่ขอเข้ามาดูแลธุรกิจจิม ทอมป์สัน เลย เนื่องจาก จิม ทอมป์สัน ไม่มีลูก มีเพียงหลานสายตรงที่ขอสละสิทธิ์ในสินทรัพย์ของจิม ทอมป์สัน ที่มีในไทย

 

cr.ภาพจาก Facebook Jim Thompson (Thailand)