เอสซีจี โลจิสติกส์ ผู้ให้บริการขนส่งในประเทศไทย, ภูมิภาคอาเซียน และประเทศจีนตอนใต้ ประกาศตั้งเป้ายอดขายปี 2562 อยู่ที่ 22,000 ล้านบาท เติบโต 12% จากปี 2561 ที่มียอดขายอยู่ที่ 19,600 ล้านบาท

เอสซีจี โลจิสติกส์ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการทั้งในรูปแบบ B2B (Business to Business) และ B2C (Business to Customer) ซึ่งแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้จากการคาดการณ์ยอดขายรวมในปี 2562 โดยแบ่งเป็นกลุ่ม B2B อยู่ที่ 90% และ B2C อยู่ที่ 10% โดยแบ่งผลประกอบการณ์ในประเทศไทยอยู่ที่ 70-80% ของยอดขายโดยรวมและต่างประเทศทาง เอสซีจี โลจิสติกส์ มีการให้บริการได้แก่ประเทศในอาเซียน และ จีน อยู่ที่ 20% และทาง เอสซีจี โลจิสติกส์ กำลังมองช่องทางขยายไปยังประเทศอินเดียในอนาคต

พัฒนา ระบบ Digital เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของการขนส่ง

คุณไพฑูรย์ จิรานันตรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวถึงการพัฒนาระบบ ดิจิทัล ในการนำมาติดตั้งในส่วนของ Supply Chain เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธฺภาพในการจัดการ อย่างเช่นการพัฒนาระบบ Robotic Process Automation (RPA) ซึ่งเป็นระบบการจัดการข้อมูลภายในคลังสินค้าที่ช่วยบันทึกข้อมูล เอกสารต่างๆ โดยลดความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นหากใช้มนุษย์อยู่ตลอดเวลา

ระบบ Object Recognition ซึ่งเป็นระบบตรวจจับและวิเคราะห์วัตถุ ซึ่งระบบสามารถตรวจจับ ตัวเลขข้างรถเพื่อบันทึก และตรวจสอบความถูกต้องของรถขนส่งเพื่อประหยัดเวลาในการทำรอบการขนส่ง ระบบ Route Optimization ซึ่งเป็นระบบการจัดเส้นทางการจัดส่ง เพื่อช่วยคำนวนเส้นทางที่รวดเร็ว ระบบ Chatbot ที่สามารถโต้ตอบด้วยการใช้ระบบ automation เพื่อความสะดวกของผู้รอรับของ

นอกจากนี้ทาง เอสซีจี โลจิสติก ยังเห็นถึงโอกาสในการเติบโตของกลุ่ม E-Commerce ซึ่งมีมูลค่าถึง 3.2 ล้านบาท ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มธุรกิจขายของออนไลน์ที่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบการขนส่ง โลจิสติก ที่รวดเร็วและสะดวก โดยทาง เอสซีจี โลจิสติก เองได้เปิดให้บริการระบบ Fulfillment by SCG Logistics ซึ่งเป็นการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service ที่ให้ผู้ประกอบการออนไลน์นั้นสามารถใช้บริการ คลังจัดเก็บสินค้า, บรรจุหีบห่อ, การจัดส่งสินค้า รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าการขนส่ง (Value Added Service) ที่ให้บริการ แนบการ์ด, การผูกโบว์ ให้กับบรรจุภัณฑ์ขนส่ง

นอกจากนั้นแล้ว เอสซีจี โลจิสติกส์ ยังได้ให้บริการ “White Glove” ซึ่งเป็นบริการขนส่งในรูปแบบ Premium ที่ต้องเน้นความละเอียด เพื่อเจาะกลุ่มธุรกิจ เฟอร์นิเจอร์

อนาคตของ เอสซีจี โลจิสติกส์

นอกจากจะเป็นผู้ให้บริการในรูปแบบ One Stop Service ให้กับกลุ่มลูกค้า E-Commerce, การพัฒนาระบบ Digital ให้กับ Supply Chain แล้วนั้นทาง เอสซีจี โลจิสติกส์ ยังมองถึงการขยายบริการที่ให้มากกว่าแค่การขนส่ง แต่การเป็นผู้ให้บริการขนส่งที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะ ณ ปัจจุบัน ทาง เอสซีจี โลจิสติกส์ นั้นใช้รถ NGV และขณะนี้กำลังมองถึงการพัฒนาไปยังรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) นอกจากนั้นแล้วยังมองถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในการให้บริการขนส่งด้วยเช่นกัน

ส่วนในเรื่องของโดรน ซึ่งผู้ให้บริการขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon นั้นได้พัฒนาตัวโดรนในการขนส่งแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ที่สามารถทำได้เนื่องจากกฏหมาย regulations การบินต่างๆที่อาจจะทำให้เกิดปัญหา อย่างไรก็ตาม ทาง เอสซีจี โลจิสติกส์ ได้มีการมองช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้นโดยการให้บริการตู้ล็อคเกอร์ เพื่อที่ผู้ซื้อของออนไลน์จะได้ไม่ต้องรับของหรือฝากของกับคนอื่นแต่สามารถไปหยิบของที่สั่งจากช่องทางออนไลน์ได้เลย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน