ตลาดอาหารและเครื่องดื่มปี 61 โต 1.9% ส่วน “เนสท์เล่” โต 3.1% จากกลุ่มธุรกิจกาแฟ คาดตลาดรวมปีนี้เติบโตเล็กน้อย เผยพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน หวังสัดส่วนรายได้กลุ่ม ‘เฮลตี้’ แตะ 50% จากเดิมที่ 30% เล่นกับแคมเปญใหญ่ประจำปี 2562 “เนสท์เล่ คนไทยแข็งแรง” สื่อสารแนวคิด 3 อ ด้านอาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ใช้งบประมาณร่วม 85 ล้านบาท

วิคเตอร์ เซียห์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เนสท์เล่ อินโดไชน่า เปิดเผยว่า ปี 2561 ตลาดอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทย (Food & Beverage) มีมูลค่า 104,000 ล้านบาท เติบโต 1.9% ขณะที่เนสท์เล่มีการเติบโต 3.1%

ปัจจัยหลักที่ทำให้เนสท์เล่เติบโตกว่าตลาดเป็นเพราะธุรกิจ ‘กาแฟ’ (Nescafe) มีการเติบโตถึง 3% คิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 50% โดยเฉพาะกลุ่มกาแฟดำ (americano) และไมโลกลุ่มน้ำตาลน้อย (low sugar) ส่วนธุรกิจกลุ่มอื่นๆ ทำรายได้เฉลี่ย 10% เช่น แม็กกี้ ไอศกรีม และอาหารเสริมต่างๆ

สำหรับปี 2562 นีลเส็นคาดการณ์ว่า ตลาด Food & Beverage ในประเทศไทยจะเติบโต 1-2% โดยเนสท์เล่ตั้งเป้าเติบโตที่ 3.5%

วิคเตอร์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่จำหน่ายในตลาดประมาณ 48 ผลิตภัณฑ์ โดยปีนี้ตั้งเป้าเพิ่มไลน์สินค้าให้ถึง 50 ชิ้น และคงงบประมาณ R&D (Research & Development) ไว้ที่ 2-3% ของรายได้รวม

วิคเตอร์กล่าวอีกว่า จากพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในไทยและทั่วโลกที่หันไปสู่เทรนด์ ‘อาหารสุขภาพ’ (Healthy) ส่งผลให้ตลาดนี้มีมูลค่ามากขึ้น ตลาดมีศักยภาพมากขึ้น และแบรนด์ต่างๆ เริ่มเห็นโอกาสในการทำตลาดมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันเนสท์เล่เองมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มเฮลตี้ 30% ของรายได้รวม จึงตั้งเป้าปรับสัดส่วนรายได้ให้ถึง 50% รองรับการขยายตัวของผู้บริโภคกลุ่มเฮลตี้

เพื่อเล่นกับ ‘เทรนด์สุขภาพ’ บริษัทจึงเปิดตัวแคมเปญ “เนสท์เล่ คนไทยแข็งแรง” ควบกับแนวคิด ‘กู๊ดฟู้ด กู๊ดไลฟ์ (Good Food Good Life)’ มีจุดประสงค์เพื่อสื่อสาร 3 อ ได้แก่ อาหาร ออกกำลังกาย และอารมณ์ ประกอบกับการสนับสนุนนโยบายด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข

ทั้งนี้ “เนสท์เล่ คนไทยแข็งแรง” นับเป็นแคมเปญใหญ่ประจำปี 2562 โดยมีการใช้งบประมาณไปถึง 85 ล้านบาท

ด้านสมฤดี บุญให้เจริญ ผู้อำนวยการด้านการสื่อสารและบริการทางการตลาด บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้ยกข้อมูลของ “นีลเส็น” เกี่ยวกับการสำรวจแนวคิดกลุ่มตัวอย่างบริโภคชาวไทยที่มีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในประเทศไทย พบว่า ผู้บริโภค 92% มีความคิดว่าตนเองมีสุขภาพดี เนื่องจากไม่เจ็บป่วย ทั้งที่ความเป็นจริงมีถึง 53% ที่มีน้ำหนักตัวเกินค่ามาตรฐาน และเชื่อว่าการมีสุขภาพดีจะต้องใช้เงินเป็นหลัก

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้บริษัทส่งแนวคิด ‘3 อ’ มาเพื่อสร้างการรับรู้ใหม่ว่า การมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน และทำอารมณ์ให้ดีทุกๆ วัน

สมฤดีกล่าวอีกว่า บริษัทเน้นสื่อสารแคมเปญผ่านสื่อเป็นหลัก อาทิ โฆษณา 3 ตอนที่นำรูปแบบของรายการขายตรงแบบโฮมช้อปปิ้งทางโทรทัศน์ โดยใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ที่หาง่ายภายในบ้านมาทำให้เป็นนวัตกรรม และสามารถเริ่มต้นง่ายๆ เช่น การปรุงอาหารด้วยกระทะที่ลดปริมาณน้ำมันลง เพื่อส่งเสริมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายด้วยไม้ถูพื้นช่วยส่งเสริมการออกกำลังกาย และการใช้พัดลมสร้างเสียงแห่งความสุข

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จับมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในกลุ่มต่างๆ

สมฤดีกล่าวอีกว่า เนสท์เล่เป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยที่เปิดตัว ‘ซูเปอร์มัม แชตบอต’ โดยผู้บริโภคสามารถถามคำถามเกี่ยวกับโภชนาการอาหารต่างๆ ได้ แล้ว พร้อมทั้งจัดกิจกรรม ‘เนสท์เล่ คาราวานครอบครัวแข็งแรง’ เพื่อสื่อสารกับคนไทยอีกกว่า 3 ล้านคนใน 624 ตำบลทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ต่างจังหวัด

สมฤดี คาดการณ์ว่า แคมเปญดังกล่าวจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายถึง 10 ล้านคน และสามารถสร้างการรับรู้ในเรื่องแนวคิดสุขภาพที่ดี และตอกย้ำว่าเนสท์เล่เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม และอาหารเพื่อสุขภาพ

 

Marketeer FYI

เกี่ยวกับเนสท์เล่

(1) เนสท์เล่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก ปัจจุบันบริษัทมีอายุกว่า 150 ปี มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

(2) บริษัทมีพนักงานมากกว่า 308,000 คน ทำตลาดครอบคลุม 190 ประเทศทั่วโลก

(3) มีสินค้าทั้งสำหรับคนและสัตว์เลี้ยง รวมกันมากกว่า 2,000 แบรนด์ มีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักระดับโลก เช่น เนสกาแฟ เนสเปรสโซ แม็กกี้ ตลอดจนแบรนด์ท้องถิ่นอย่าง ตราหมี หรือมิเนเร่


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer