เพราะเป็นสินค้าขนาดใหญ่ที่ราคาไม่ใช่น้อย และยังมีรายละเอียดปลีกย่อยทางเทคโนโลยีมากมาย จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนซื้อรถยนต์แต่ละคัน  โดยงานแสดงรถยนต์ใหญ่ๆ (Motor Show) ที่ยังจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วโลก จึงสามารถใช้เป็นเกณฑ์ประกอบการตัดสินใจให้ผู้บริโภคมานาน และยังขยายตัวเป็นธุรกิจที่ทำเงินได้มหาศาล

ทว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้จัดงาน Motor Show ใน 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ Frankfurt, Paris, Geneva, Detroit และ Tokyo ถึงคราวกุมขมับ จากปัญหาเดียวกัน คือจำนวนผู้เข้างานลดลง

 

เสื่อมความนิยมจากหลายปัญหา และ Trend ที่เปลี่ยนไป

แม้ภาพและข่าวของ Motor Show ทุกครั้งยังชิงพื้นที่สื่อได้ตลอดผ่านนวัตกรรมยานยนต์และราคาเป็นตัวเลขหลายหลัก ทว่าในเรื่องจำนวนผู้เข้าชมงานกลับชี้ให้เห็นว่า ทุกงานไม่ต่างจากรถเครื่องยนต์สะดุดบนทางลาดลงเขา

เมื่อปี 2017 คนเข้างาน Frankfurt Motor Show อยู่ที่ 810,000 คน น้อยกว่างานครั้งก่อนหน้าในปี 2015 ซึ่งอยู่ที่ 930,000 คน

ส่วนงาน Paris Motor Show ในปี 2018 แม้ครองแชมป์อันดับหนึ่งในโลกไว้ได้ด้วยจำนวน 1,068,000 ล้านคน แต่ก็น้อยกว่าปี 2016 ซึ่งอยู่ที่ 1,073,000 คน ขณะที่งาน Geneva Motor Show ปีนี้ก็เจอสถานการณ์เดียวกัน ด้วยจำนวนคนเข้าชมงาน 602,000 คน ลดลงจากปี 2018 ราว 9%

ด้านงานแสดงยนตรกรรมขนาดใหญ่ใน 2 ทวีป ก็หนีปัญหาขาลงไปไม่พ้น โดยปีนี้ Detroit Motor Show ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 774,179 คน ต่างจากปี 2018 ซึ่งอยู่ที่ 809,179 คน

และ Tokyo Motor Show เมื่อปี 2017 มีผู้เข้าชมงาน 771,200 คน ก็น้อยกว่าครั้งก่อนหน้าในปี 2015 ถึง 24%

สาเหตุที่ทำให้ผู้บริโภคเมินงานระดับ Big 5 มาจากหลายปัจจัย โดยในยุโรปเป็นผลกระทบการหายไปของสองค่ายใหญ่อย่าง Volkswagen ที่ยังไม่พ้นวิกฤตปลอมแปลงตัวเลขค่ามลพิษ

และ Mercedes-Benz ที่หันไปให้ความสำคัญกับ Social Media มากขึ้น หลังมีถึง 1,000 ล้านคนชมการเปิดตัวนวัตกรรมผ่านช่องทางนี้ ประกอบกับได้กระแสตอบรับดีจากการเป็นผู้สนับสนุน SXSW งานรวมตัวคนในวงการเทคโนโลยีและวงการบันเทิง

ส่วน Peugeot, Citroen, Nissan, Mitsubishi และ Volvo ก็ไม่มาปรากฏตัวในงานเช่นกัน เพราะเห็นว่าการไปงานอื่นที่กำลังได้รับความนิยมและมีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ก็เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้

ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้สามารถนำเงินเช่าพื้นที่งาน Motor Show ไปใช้งานพัฒนารถพลังงานไฟฟ้าที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมในอนาคตได้อีกด้วย

ค่ายรถที่หายหน้าไปจาก Motor Show ในยุโรป ก็ไม่มาปรากฏตัวในงานที่ Detroit ด้วยเหตุผลเดียวกัน  ส่วนญี่ปุ่นเป็นผลจากผู้ชมงานโดยเฉพาะชาวเอเชียเลือกไปงานที่จีน ที่ได้รับความนิยมกว่าและมีขนาดใหญ่กว่า อันสืบเนื่องมาจากตลาดรถในจีนขยายตัวตามเศรษฐกิจ

 

ถึงคราวจูนเครื่องใหม่เพื่อดึงคนกลับเข้างาน

ปัญหาจำนวนคนเข้างานที่ลดลงทำให้ผู้จัดงาน Motor Show ระดับ Big 5 บางแห่งต้องปรับตัว โดยผู้จัดงาน Paris Motor Show ได้เดินทางไปเจรจากับผู้จัดงาน CES ที่นคร Las Vegas

เพื่อรวมงานแสดงรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและนวัตกรรมมาไว้ในงานเดียวกัน แล้วเลือกเมืองหลวงของฝรั่งเศส เป็นสถานที่จัดงานนอกสหรัฐฯ แต่ฝ่าย CES ปฏิเสธว่าไม่มีแผนเพิ่มสถานที่จัดงาน

อย่างไรก็ตาม พื้นที่บางส่วนในงานที่ว่างลงจากการหายไปของค่ายรถ เริ่มถูกเติมเต็มด้วยบริษัทธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดย Thyssenkrupp บริษัทอุตสาหกรรมรายใหญ่สัญชาติเยอรมันเห็นว่า ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นโอกาส จึงตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ในส่วนของอะไหล่รถยนต์กลับมาแสดงที่งาน Motor Show หลังหายไปกว่า 10 ปี  

 

ทำความรู้จัก 5 ยักษ์ใหญ่ที่ได้รับผลกระทบ

ปัจจุบัน Big 5 ในงาน Motor Show ระดับโลกกำลังคอตกเพราะต่างต้องเจอกับขาลง แต่หากลงลึกในรายละเอียดจะเห็นว่ามีจุดเด่นต่างกัน เริ่มจาก Frankfurt Motor Show หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า International Motor Show Germany

เป็นงานที่ใหญ่สุด ด้วยขนาดพื้นที่จัดงานซึ่งมากถึง 252,000 ตารางเมตร และการเดินทางที่สะดวกเพราะอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน

ส่วน Paris Motor Show เป็นหนึ่งด้านความเก่าแก่ เพราะเริ่มครั้งแรกเมื่อปี 1898 นอกจากนี้ ยังครองแชมป์เรื่องจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่สูงถึงหลักล้าน และเด่นเรื่อง Concept Car

ด้าน Geneva Motor Show มีจุดแข็งเรื่องรถหรูและ Super Car ราคาแพง ซึ่งยิ่งส่งเสริมภาพลักษณ์ดินแดนแห่งสินค้าหรูของสวิตเซอร์แลนด์ ถัดจากนาฬิการาคาแพงด้วย  

ด้าน Motor Show ที่ Detroit และ Tokyo ก็เป็นงานยานยนต์ขนาดใหญ่ในระดับทวีป (อเมริกาและเอเชีย) และพื้นที่สำคัญในการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่น

ข้อแตกต่างอีกอย่างของแต่ละงานคือปีที่จัดงาน โดย Frankfurt Motor Show มีขึ้นทุก 2 ปี เฉพาะปีเลขคี่ ซึ่งครั้งต่อไปจะมีขึ้นกันยายนปีนี้

ส่วน Paris Motor Show จัดขึ้นทุก 2 ปีเช่นกัน แต่เฉพาะปีเลขคู่ ซึ่งล่าสุดเพิ่งจัดไปเมื่อตุลาคม 2018 ขณะที่ Geneva Motor Show จัดขึ้นเป็นประจำในมีนาคมของทุกปี

Detroit Motor Show

สำหรับ Detroit Motor Show และ Tokyo Motor Show ก็จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงเดือนมกราคมและกันยายนตามลำดับ/reuters, tradefest, autoblog, leftlanenews, france24, motoringreseaech, carscoops, wikipedia



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer