“ออฟฟิศเมท” เผยตลาด ‘ออฟฟิศซัปพลาย’ 5.3 หมื่นล้าน บริษัทได้ส่วนแบ่ง 15% ชี้รายได้ปี 61 โตถึง 9% ออนไลน์กระตุ้นการเติบโต ล่าสุดเปิดคลังสินค้าแห่งใหม่ใช้เทคโนโลยีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์บนพื้นที่ 45 ไร่ จังหวัดฉะเชิงเทรา รองรับการเติบโตองค์กรขนาดใหญ่ ย้ำปี 62 เจาะ B2B ด้วย Omnichannel ควบขยายแฟรนไชส์ให้ถึง 15 สาขาภายในสิ้นปี แง้มไตรมาส 4/62 มี Marketplace ส่งเสริมผู้ประกอบการรายเล็ก-กลาง ค้าขายบนแพลตฟอร์ม

วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2561 ตลาดอุปกรณ์สำนักงานออฟฟิศ (Office Supply) มีมูลค่าประมาณ 53,000 ล้านบาท ขณะที่ ‘ออฟฟิศเมท’ มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 15% โดยรายได้ในช่วงปี 2557-2561 เติบโตเฉลี่ย 9%

โดยรายได้ของออฟฟิศเมทในปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ 45% เอสเอ็มอี 48% และหน่วยงานรัฐ-ลูกค้าทั่วไป (B2C) 7%

ส่วนสัดส่วนรายได้ตามหมวดหมู่ แบ่งเป็นอุปกรณ์ไอที (IT-Computer Supply) 30% กระดาษรวมกับอุปกรณ์สำนักงาน 30% และอื่นๆ 40%

วรวุฒิกล่าวอีกว่า ในปี 2561 เป็นปีที่ช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างสูง มียอดขายคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของยอดขายรวม เป็นผลจากการพัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์ และเจาะลูกค้ากลุ่ม B2B ทำให้ปัจจุบันลูกค้ากว่า 21% มีพฤติกรรมซื้อของมากกว่า 1 ช่องทาง (Omnichannel) ซึ่งสร้างยอดขายได้ถึง 49% ของยอดขายรวม

ด้านวิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท กล่าวถึงแผนธุรกิจในปี 2562-2566 ว่า ออฟฟิศเมทตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี ด้วยยุทธศาสตร์กลุ่มเซ็นทรัลคือ “ดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม” (Digi-Lifestyle Platform)

วิลาวรรณกล่าวอีกว่า ทิศทางของออฟฟิศเมทคือ การเป็นผู้นำตลาด B2B Solutions ที่เน้นจุดเด่น เรื่อง Omnichannel ทำให้ลูกค้าสามารถเริ่มต้นจากช่องทางออนไลน์ไปสู่ช่องทางออนไลน์ ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวคิดกับขยาย ‘แฟรนไชส์’ ในชื่อ “ออฟฟิศเมท พลัส” เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในหลายพื้นที่

วิลาวรรณกล่าวอีกว่า ภายในสิ้นปีนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายร้านแฟรนไชส์ให้ถึง 15 สาขา

ขณะที่ออฟฟิศเมทมีหน้าร้านอย่างเป็นทางการ (OfficeMate Store) ทั้งหมด 71 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล 42 สาขา ภาคกลาง 7 สาขา ภาคใต้ 7 สาขา ภาคตะวันตก 1 สาขา ภาคตะวันออก 5 สาขา ภาคเหนือ 4 สาขา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 สาขา

ล่าสุด บริษัททุ่มงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ บนพื้นที่ 45 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 30 ไร่ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับสินค้าพร้อมส่งมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า ในกลุ่มลูกค้า B2B อีกทั้งยังลดจำนวนคนเหลือ 1 ใน 3 ของคลังสินค้าเดิมซึ่งเป็นระบบแมนนวล (Manual)

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ตามแผนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0

สำหรับเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้าในคลังสินค้าแห่งใหม่ ได้แก่

(1) ASRS (Automated Storage & Retrieval System) เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าในแนวสูงบนชั้นวางสูง 12 เมตร

(2) I-PACK (Automatic Forming & Packing System) ระบบขึ้นรูปกล่อง ติดบาร์โค้ด และแพ็กกล่องสินค้า

(3) UNI-SHUTTLE เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติเพื่อรอนำส่ง

(4) TMS (Transportation Management System) ระบบบริหารการจัดส่งด้วยเทคโนโลยี Delivery Tracking

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าพัฒนาในหลายช่องทาง พร้อมทั้งเจาะลูกค้าทุกเซกเมนต์ตั้งแต่ B2C และ B2B ด้วยกลยุทธ์ O-F-M มีรายละเอียด ดังนี้

O–O2O Service Excellence ดำเนินธุรกิจแบบ B2B ด้วยการเพิ่มกลุ่มสินค้าโรงงานและสินค้าธุรกิจ HORECA ผ่านช่องทาง Omnichannel

F–Franchise Stores Nationwide ขยายแฟรนไชส์ “ออฟฟิศเมท พลัส” หนุนให้ธุรกิจชุมชนหรือร้านค้าปลีกรายย่อยเติบโตไปพร้อมกัน และให้บริการได้เหมือนคลังสินค้าย่อยๆ ตามพื้นที่

M–Marketplace for B2B Solutions ผลักดันการเป็นผู้นำ B2B E-Commerce โดยออฟฟิศเมทเตรียมเปิดตัว B2B Marketplace ในไตรมาส 4/62 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจ B2B รายย่อย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า โดยไม่ต้องกังวลกับการลงทุนในด้านโลจิสติกส์


Marketeer FYI

ข้อมูลคลังสินค้าแห่งใหม่ของออฟฟิศเมท 

(1) เริ่มก่อสร้าง ธันวาคม 2559

(2) เปิดทำการครั้งแรก 21 กรกฎาคม 2561

(3) ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 45 ไร่ ถ.สุวินทวงศ์ จ.ฉะเชิงเทรา

(4) มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 30 ไร่ หรือกว่า 50,000 ตร.ม.

(5) เทคโนโลยีญี่ปุ่นมาตรฐานสากล

(6) รองรับคำสั่งซื้อ มากกว่า 10,000 ออเดอร์/วัน

(7) รถขนส่งมากกว่า 200 คัน/วัน และมีพนักงานราว 200 คน (จากเดิมราว 600 คน ณ คลังสินค้าเดิม)

(8) เปิดทำการ 24 ชม. (5 วันทำการ)


ตลาดอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน (Office Supply) ปี 2561

มูลค่าตลาด 53,000 ล้านบาท

เติบโตเล็กน้อย

ออฟฟิศเมท มีส่วนแบ่งการตลาด 15%

สัดส่วนลูกค้า องค์กรขนาดใหญ่ 45% / SME 48% / หน่วยงานรัฐ-ลูกค้าทั่วไป (B2C) 7%

หมวดหมู่ที่ทำรายได้สูงสุด (1) อุปกรณ์ไอที (IT-Computer Supply) 30% / (2) กระดาษและอุปกรณ์สำนักงาน  (Paper-Office Supply) 30% (3) อื่นๆ 40%

ที่มา: ออฟฟิศเมท


จำนวนสาขา ออฟฟิศเมท

Officemate Store 71 สาขา ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล  42  สาขา ภาคกลาง 7 สาขา ภาคใต้ 7 สาขา ภาคตะวันตก 1 สาขา ภาคตะวันออก 5 สาขา ภาคเหนือ 4 สาขา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 สาขา

แฟรนไชส์ “Officemate Plus” 15 สาขา ภายในสิ้นปี 2562

ที่มา: ออฟฟิศเมท



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer