เมื่อเอ่ยถึง “บริติช เคานซิล” สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “สถาบันสอนภาษา”

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การรับรู้ระดับ Mass จะเข้าใจเช่นนั้น เพราะ บริติช เคานซิล ก่อตั้งในประเทศไทยมาแล้วกว่า  67 ปี และที่ผ่านมาธุรกิจสถาบันสอนภาษาในประเทศไทยเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยบริติช เคานซิลเองถือเป็นสถาบันอันดับต้นๆ ที่คนไทยให้ความสนใจ

แต่ถ้าศึกษาเจาะลึกลงไปจะรู้ว่า บริติช เคานซิล คือองค์กรเพื่อความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Relations Organization) ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร โดยมี ‘การสอนภาษาอังกฤษ’ เป็นหนึ่งในเครื่องมือ

แอนดรูว์ กลาส (Andrew Glass) ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า “เป้าหมายของ บริติช เคานซิล คือการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ผ่านงานด้านการพัฒนาบุคลากรและแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ โดยมีงานด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ และในช่วงปี พ.ศ. 2559-2563 บริติช เคานซิล ได้กำหนดภารกิจหลักขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป้าหมายบรรลุผล ผ่าน 3 คีย์หลักสำคัญคือ ยกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ พัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล และสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์”

แอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย

ทีนี้มาดูกันว่าภารกิจหลักทั้ง 3 ส่วนนั้นสามารถส่งเสริมสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ได้อย่างไร

1. การยกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ (Raising Level of English)

อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบัน “ภาษาอังกฤษ” เป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานนำไปสู่การเข้าถึงความรู้ โอกาสด้านการศึกษาและการจ้างงานต่างๆ รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การมุ่งมั่นสร้างทักษะภาษาอังกฤษที่แข็งแรงมาตลอด 67 ปีของบริติช เคานซิลจึงเป็นผลดีทั้ง 2 ฝ่าย

บริติช เคานซิลเองนอกจากจะมีสถาบันสอนภาษา 6 สาขา คือในกรุงเทพฯ 5 สาขา และเชียงใหม่ 1 สาขาแล้ว ยังทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยและทุกภาคส่วน เสริมสร้างพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับบุคลากรไทย ผ่านโครงการต่างๆ เช่น โครงการศูนย์อบรมครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (RETC–Regional English Training Centres) ยกระดับความสามารถครูภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมและมัธยมทั่วประเทศกว่า 17,000 คน พร้อมๆ ไปกับการสอนภาษาอังกฤษระดับบุคคลกว่า 11,000 คน รวมถึงการจัดวัดระดับภาษาอังกฤษกว่า 28,800 ครั้ง

2. การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล (Internationalising Higher Education and Science)

การแลกเปลี่ยนความรู้นับเป็นหนึ่งในขั้นตอนการพัฒนาและการแก้ปัญหาต่างๆ และในระดับประเทศเองมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่กว่าจะไปถึง “การแลกเปลี่ยน” ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกๆ ภาคส่วนของทั้ง 2 ประเทศต้องร่วมมือกัน

ในมิติของการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ บริติช เคานซิลได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้มหาวิทยาลัย นักวิจัย และภาคเอกชน ของทั้ง 2 ประเทศมีโอกาสทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น ผ่านการส่งเสริมการสร้างหลักสูตรร่วมระดับอุดมศึกษาระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ทั้งหมด 21 ความร่วมมือ

“เราผลักดันให้วงการวิทยาศาสตร์ไทยเข้าถึงโครงการ Newton Fund ซึ่งเป็นทุนวิจัยที่สามารถใช้ศักยภาพด้านวิจัยและนวัตกรรมของสหราชอาณาจักรในการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสนับสนุนสวัสดิการทางสังคมให้กับประเทศพันธมิตร โดยทำงานร่วมกับนักวิจัย นักวิชาการ มาแล้วกว่า 2,000 คน

“รวมถึงโครงการ FameLab เวทีประกวดการสื่อสารงานวิจัยหัวข้อเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและน่าสนใจ โดยในปีนี้เรามี เฌอปราง อารีย์กุล มาเป็นหนึ่งใน FameLab Ambassadors”

3. การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Building A Creative Economy)

อีกหนึ่งด้านที่บริติช เคานซิลผลักดันอย่างต่อเนื่อง คือการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทั้งการส่งเสริมในระดับบุคคล และการส่งเสริมในระดับเครือข่าย โดยใช้โมเดลเดียวกับการพัฒนาการศึกษาและวิทยาศาสตร์ นั่นคือ “การแลกเปลี่ยน”

ที่ผ่านมา บริติช เคานซิลทำงานร่วมกับกลุ่มเครือข่ายศิลปิน ผู้ประกอบการด้านศิลปะ ช่างฝีมือกว่า 740 คน ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมผ่าน 2 โครงการใหญ่ ภายใต้โปรเจกต์ Crafting Futures ได้แก่ การพัฒนาผ้าทอไทลื้อ อำเภอปัว จังหวัดน่าน และ วานีตา การส่งเสริมงานหัตถกรรมกลุ่มสตรีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำผู้เชี่ยวชาญจากสหราชอาณาจักรมาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กับคนไทย ให้รู้จักพัฒนาต่อยอดสินค้าหัตถกรรมที่มีให้ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

งานเสวนาสิ่งทอไทลื้อ Crafting Futures

อีกโครงการคือการส่งเสริมและพัฒนาศูนย์รวมความคิดสร้างสรรค์ หรือครีเอทีฟฮับ Creative Hubs และอบรมผู้ดูแลฮับกว่า 60 คนทั่วประเทศ

หากสังเกตจะเห็นว่าบริติช เคานซิลค่อนข้างให้ความสนใจในงานหัตถกรรมของกลุ่มสตรี ตรงนี้ ดร.พัชรวีร์ ตันประวัติ หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อธิบายว่า บริติช เคานซิลทั่วโลกต้องการสนับสนุนหัตถกรรมที่ขับเคลื่อนโดยผู้หญิง บริติช เคานซิล ประเทศไทย จึงสนับสนุนทั้ง 2 โปรเจกต์ ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมอันเป็นเป้าหมายหลักของบริติช เคานซิล

ดร.พัชรวีร์ ตันประวัติ หัวหน้าฝ่ายศิลปะและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

เมื่อถามว่า บริติช เคานซิล ดำเนินภารกิจหลักทั้ง 3 ส่วนสำเร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ คุณแอนดรูว์ตอบทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า

“บริติช เคานซิล คือองค์กรเพื่อความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่าง 2 ประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำคือ “การพัฒนาคน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เวลานาน เราไม่ได้แค่อบรมและสอบภาษาอังกฤษให้กับครูแล้วจบไป แต่หัวใจหลักคือทำอย่างไรให้ครูและเด็กรุ่นใหม่เรียนรู้ภาษาอังกฤษและพูดได้จริง หรือการสนับสนุนอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ ในแง่ของงานวิจัยที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีถึงจะเห็นผล สิ่งที่บริติช เคานซิลทำมาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 คือการสร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยและสหราชอาณาจักร ให้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านมาเจอกันเพื่อสร้างนวัตกรรม ดังนั้น จึงบอกไม่ได้ว่าสำเร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ตอบได้ว่าพอใจกับการดำเนินงานในปัจจุบัน”

นับเป็นบทบาทสำคัญของบริติช เคานซิล ที่น้อยคนจะรู้จัก และเพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้บรรลุในปี พ.ศ. 2563 เราจะได้เห็นบริติช เคานซิลดำเนินงานและโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจากความต้องการและทิศทางของทั้งสองประเทศ สร้างประโยชน์ให้กับทั้งประเทศไทยและสหราชอาณาจักร ตามเจตนารมณ์แรกเริ่มของการก่อตั้ง บริติช เคานซิล

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน