“ลองลิสต์ตัวละครที่อยู่ในมือ ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเราคิดจะรวมทีม The Avengers” Kevin Feige ประธาน Marvel Studio บอกไว้ในปี 2006

เป็นประเด็นดราม่าที่สื่อต่างประเทศในช่วงนั้นบอกว่า ประธาน Marvel Studio กำลังเพ้อฝัน

เพราะเวลานั้น Marvel Studio เป็นค่ายหนังเล็กๆ แถมมีหนี้สินมากมายจนเกือบล้มละลาย

แต่…ทุกจังหวะธุรกิจย่อมมีจุด “พลิกเกม” Marvel Studio ก็เช่นกัน

เมื่อความฝันของ Kevin Feige เริ่มจุดประกายเล็กๆ ด้วยภาพยนตร์เรื่องแรกที่ “เดิมพัน” ทุกอย่าง ด้วยการตัดสินใจนำลิขสิทธิ์ฮีโร่อย่าง Thor และ Captain America ไปค้ำประกันกับสถาบันการเงิน Merrill Lynch เพื่อนำเงินมาลงทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง Iron man

Iron man ภาคแรก ทำเงินทั่วโลก 585 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้าง 140 ล้านเหรียญฯ หนังทำกำไรได้มากกว่าเงินที่กู้มา

ที่น่าสนใจคือ Kevin Feige แอบหยอดจิ๊กซอว์ชิ้นแรกความฝันของตัวเองในฉาก End Credit ตอนจบ Iron man ด้วยคำพูดของ นิค ฟิวรี่ “ผมจะมาคุยเรื่องตั้งทีม Avengers”

แต่ ณ เวลานั้น ยังไม่มีใครคิดว่าหนังรวมทีมฮีโร่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะรายได้หนังฮีโร่เรื่องต่อๆ มาก็ไม่ได้ทำรายได้มหาศาลเหมือนอย่าง Iron man

The Incredible Hulk (2008) รายได้ทั่วโลก 263 ล้านเหรียญฯ (เป็นช่วงรอยต่อที่ Disney ซื้อกิจการ Marvel มูลค่า 4,000 ล้านเหรียญฯ)

Iron man 2 (2010) รายได้ทั่วโลก 623 ล้านเหรียญฯ

Thor (2011) รายได้ทั่วโลก 449 ล้านเหรียญฯ

Captain America (2011) รายได้ทั่วโลก 370 ล้านเหรียญฯ

จะเห็นว่ามีแต่ Iron man 2 เท่านั้นที่มีรายได้เกิน 500 ล้านเหรียญฯ นอกนั้นภาพยนตร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ ไม่ได้ทำเงินอย่างที่คาดหวัง

แต่เชื่อหรือไม่ว่าภาพยนตร์ทั้ง 4 เรื่องนี้ ล้วนมีเนื้อหาที่แอบเชื่อมโยงกันชนิดที่ผู้ชมหลายคน ณ เวลานั้นอาจไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ

มารู้ตัวอีกที Marvel Studio ก็ประกาศฉายหนังรวมพลซุปเปอร์ฮีโร่อย่าง The Avengers ด้วยทุนสร้าง 220 ล้านเหรียญฯ รายได้จากการฉายทั่วโลก 1,518 ล้านเหรียญฯ

อีกทั้งลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ฮีโร่ของตัวเองก็ขายดิบขายดีเป็นว่าเล่น เป็นที่นิยมในหลายๆ ธุรกิจ ทั้งกลุ่มบริษัทของเล่น, แบรนด์ร้านอาหาร, แบรนด์แฟชั่น เป็นต้น

ทำให้คนทั่วโลกเริ่มรู้จักจักรวาล Marvel Cinematic และทำให้ความเพ้อฝันของ Kevin Feige ในอดีตกลายเป็นความจริงบนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์

จากนั้นหนัง ซุปเปอร์ฮีโร่ ก็ถูกนำเสนอต่อเนื่อง โดยอยู่ในสูตรเดียวกันคือ จะมีจุดเชื่อมโยงซึ่งกันและกันเกี่ยวกับ Infinity Stone ทั้ง 6 เม็ด รวมไปถึงมหาวายร้ายคนเดียวกันคือ “ทานอส”

จากภาคแรก-มาภาค 2-สู่ภาค 3 หนังรวมพลซุปเปอร์ฮีโร่ Avengers ทำรายได้รวมกัน 4,971 ล้านเหรียญฯ

และหากรวมรายได้หนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด 21 เรื่องของ Marvel Studio ทำเงินจากการฉายทั่วโลกไปทั้งสิ้นมากกว่า 18,000 ล้านเหรียญฯ

อะไรคือสูตรสำเร็จของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel?

ในแง่โลกภาพยนตร์ก็ต้องบอกว่าหนังซุปเปอร์ฮีโร่ค่ายนี้แต่ละเรื่องมีคุณภาพตามมาตรฐานที่ตัวเองเซตไว้ และถูกใจคอหนังทั่วโลก

ส่วนในมุมการตลาดต้องบอกว่า Marvel Studio อยู่ในขั้นเทพ

ทั้งไอเดียฉาก End Credit ที่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ทุกเรื่องต้องมี เพื่อจุดกระแสเชื่อมโยงไปยังหนังฮีโร่เรื่องใหม่ที่เตรียมตัวจะฉายในอนาคต รวมไปถึงหนัง Avengers ในแต่ละภาค

ที่ขาดไม่ได้และจะเป็นการจงใจหรือไม่ตั้งใจ ก็ยากเกินคาดเดานั่นคือการ “สปอยล์” ของเหล่าดาราที่เล่นภาพยนตร์ในเรื่องนั้นๆ

ทุกครั้งที่ภาพยนตร์เรื่องใหม่มีคิวกำหนดฉาย เหล่าดาราจะมีการเผลอหลุดการสปอยล์ผ่านทั้ง Twitter, Facebook ของตัวเอง หรือแม้แต่รายการทีวี

แน่นอน Avengers End Game ซึ่งเป็นบทสรุปของหนังซุปเปอร์ฮีโร่ตลอดเวลา 10 ปีของ Marvel Studio และกำลังจะเข้าฉายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

กลวิธีการ “สปอยล์” ก็ถูกใช้มานานข้ามปี เพื่อกระตุ้นให้คนทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ารอชมอย่างใจจดใจจ่อ

จนสื่อต่างประเทศประเมินว่า Avengers End Game จะทำรายได้มากกว่า 2,048 ล้านเหรียญฯ ที่ภาค Infinity War เคยทำไว้ในปีที่แล้วจนขึ้นอันดับ 4 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล

รายได้มหาศาลที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้กับ Avengers End Game ถือเป็นโบนัสชีวิตของ Kevin Feige เท่านั้น

เพราะมันคงไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าความฝันของเด็กน้อยคนหนึ่งชื่อ Kevin Feige ที่ในอดีตชื่นชอบเล่นโมเดลฟิกเกอร์, อ่านหนังสือการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่

แต่… มาวันนี้เด็กน้อยธรรมดาโตเป็นผู้ใหญ่มีพลังอำนาจเหนือกว่าซุปเปอร์ฮีโร่ทุกตัว ที่เขาชื่นชอบในวัยเด็ก

กับตำแหน่งประธาน Marvel Studio หัวหน้าใหญ่สุดของซุปเปอร์ฮีโร่ทุกตัวในจักรวาลนี้

ที่มา: marvel.com-Hollywood Reporter JUSTดู IT

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer