“สิงห์ เอสเตท” เดินหน้า “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” ประกาศนำ “บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)” ยื่นเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ขยายกลุ่มธุรกิจโรงแรม รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก

นริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีจุดมุ่งหมายในการเป็น “โกลบอล โฮลดิ้ง คัมปานี” (Global Holding Company) โดยใช้กลยุทธ์การขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การสร้างแบรนด์ในระดับพรีเมียม การปรับองค์กรให้มีความคล่องตัว ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ “สิงห์ เอสเตท” ได้นำธุรกิจต่างๆ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เริ่มจากธุรกิจที่พักอาศัย ตั้งแต่ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทแรก และเมื่อต้นปี 2562 ที่ผ่านมา บริษัทได้จัดตั้งกองทรัสต์ SPRIME สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงาน

“สิงห์ เอสเตท” มีการทำธุรกิจด้านการลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ (1) ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่ค้าปลีก (2) ธุรกิจโรงแรม และ (3) ธุรกิจที่พักอาศัย

ล่าสุด สิงห์ฯ ได้นำธุรกิจโรงแรมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ชื่อ “บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)” ซึ่งตั้งเป้าเป็นผู้ลงทุนโรงแรมและบริหารรีสอร์ตระดับพรีเมียมในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วโลก และตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาโรงแรมใน Tourist Desination

นริศกล่าวถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ว่า เป็นการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับบริษัท และเพิ่มความพร้อมในการลงทุนขยายธุรกิจในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั่วโลกให้กับ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

ด้านสินทรัพย์รวมของสิงห์ เอสเตท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม 2.6 หมื่นล้าน และปีนี้คาดว่าจะลงทุนในธุรกิจโรงแรมอีก 4-5 พันล้าน

ปัจจุบัน “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” มีโรงแรมทั้งหมด 39 แห่ง 4,647 ห้อง กระจายอยู่ใน 5 ประเทศ 3 ภูมิภาค ประกอบด้วย ในยุโรป ที่สหราชอาณาจักร และในเอเชียแปซิฟิก คือ ไทย มัลดีฟส์ และฟิจิ และในแอฟริกา คือ มอริเชียส และมีรายได้หลักมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถึง 2,264 ล้านบาท ยุโรป-อังกฤษ 83.6 ล้านบาท และแอฟริกา 311.3 ล้านบาท

ส่วนในประเทศไทย บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2557 เริ่มจากการเข้าไปบริหารจัดการโรงแรม 2 แห่งในประเทศไทย ปัจจุบันมีจำนวนห้องร่วม 227 ห้อง และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

เดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท” สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลากหลายกลุ่มในจุดหมายปลายทางชั้นนำทั่วโลก อีกทั้งยังมีการเติบโตของทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนให้ถึง 75 แห่ง (จากปัจจุบัน 39 แห่ง) มาจากการเติบโตในไทยและต่างประเทศ

ด้านฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจ ‘โรงแรม’ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลัก ที่สร้างรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring Income) โดยปี 2561 ธุรกิจโรงแรมสร้างรายได้ในสัดส่วน 34% ต่อรายได้ทั้งหมดจากจำนวนห้องพักของธุรกิจโรงแรมจำนวน 8 แห่ง และมีผลกำไรของธุรกิจโรงแรมโดยรวมจากจำนวนห้องพักรวมที่มีอยู่ 4,271 ห้อง จากโรงแรมและรีสอร์ต 37 แห่งทั่วโลก (ยังไม่รวมโรงแรมในโครงการครอสโร้ดส์)

โดยในการนำ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในครั้งนี้ บริษัทวางแผนเสนอขายหุ้น IPO เป็นจำนวนไม่เกินร้อยละ 40 ของทุนชำระแล้วของ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท โดยสิงห์ เอสเตท ยังคงคงสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนที่ไม่ต่ำกว่า 51% โดยมี ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และรายอื่นๆ ในอนาคต และบริษัทคาดว่าจะมีการเสนอขายหุ้น IPO ดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ยื่นคำขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวนสำหรับการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา

(1)

จับตาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ปัจจัยหนุนธุรกิจ ‘โรงแรม’

– ข้อมูลจาก UNWTO

ปี 2561 จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลกสูงถึง 1.4 พันล้านคน เติบโต 6%

คาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2562 จะเติบโตถึง 5-6%

ปัจจุบันภูมิภาคเอเชียมีนักท่องเที่ยว 343 ล้านคน ส่วนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เติบโตถึง 7%

– ข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council หรือ WTTC

ข้อมูลพบว่า นักท่องเที่ยวยังคงแสวงหาการสัมผัสประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ ‘ชุมชนท้องถิ่น’ การเข้าถึงธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ และมุ่งเรียนรู้ศึกษาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง

โรงแรมเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในระยะยาวที่เหมาะสมกับการลงทุน

(2)

“บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)” มีการแบ่งกลุ่มทรัพย์สินตามลักษณะการประกอบธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ได้แก่

– โรงแรมที่บริษัทฯ บริหารจัดการเอง คือ โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท และ โรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย

– โรงแรมในสหราชอาณาจักร จำนวน 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และแบรนด์ Holiday Inn

– โรงแรม Outrigger ซึ่งเป็นกลุ่มโรงแรมจำนวน 6 แห่งที่ดำเนินกิจการภายใต้แบรนด์ Outrigger 
– โครงการ ครอสโรดส์ (CROSSROADS) เฟส 1 ซึ่งเป็นการพัฒนาโครงการบนเกาะจำนวน 3 เกาะ ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ประกอบด้วย โรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton และโรงแรม Hard Rock Hotel Maldives
– รวมถึงศูนย์รวมการให้บริการ เพื่อการพักผ่อนและสิ่งบันเทิงในโครงการ Marina @ CROSSROADS และเกาะที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโรงแรมอีก 1 เกาะ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer