ท่ามกลางกระแสตลาดอสังหาฯ อาจเกิดปรากฏการณ์โอเวอร์ซัปพลาย แต่หลายคนบอกว่า “ตลาดลักชัวรี” ยังโตได้อีก นั่นทำให้ช่วงที่ผ่านมาเหล่าดีเวลอปเปอร์ต่างทยอยเปิดตัวโครงการหรูออกมาป้อนตลาดอย่างต่อเนื่อง

ในขณะที่หลายแบรนด์โฟกัสเรื่องทำเลและความเร็วในการเปิดจอง เพื่อเพิ่มตัวเลขทั้งในแง่ของมูลค่าและจำนวนโครงการให้มากที่สุด ทว่า มีแบรนด์ดีเวลอปเปอร์อยู่หนึ่งรายที่คิดต่าง เขาใช้เวลาในการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดและดีไซน์เพื่อให้ได้โครงการที่มีทั้งโครงสร้าง รูปแบบการใช้สอย ที่ผู้อยู่อาศัยจะได้รับทั้งคุณค่าและความยั่งยืน

เรากำลังพูดถึง นายณ์ เอสเตท (Nye Estate) บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ที่มีอายุเพียง 6 ปี ด้วยความโดดเด่นของ Brand Positioning อย่างการเป็น Boutique Developer ที่พัฒนาโครงการที่มีคุณภาพตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันการใช้งาน แนวความคิด ทำเลที่ดี ทำให้เมื่อพูดถึง นายณ์ เอสเตท ต้องนึกถึงที่อยู่อาศัยที่ทุกฟังก์ชันตอบโจทย์ผู้อยู่อย่างแท้จริง

Quarter Thonglor (ควอเตอร์ ทองหล่อ)
Quarter Thonglor (ควอเตอร์ ทองหล่อ)

รู้จักกับ นายณ์ เอสเตท

นายณ์ เอสเตท (Nye Estate) หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจอสังหาฯ ในประเทศไทย ก่อตั้งในเดือนกรกฎาคม 2556 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 2,500 ล้านบาท เกิดจากการรวมตัวของเหล่าผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศ และรับผิดชอบโครงการบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และโรงแรมระดับลักชัวรีหลายโครงการ ตั้งมั่นที่จะพัฒนาโครงการที่พักอาศัยด้วยจุดขายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ผสมผสานนวัตกรรมการออกแบบ, วัสดุคุณภาพ, รูปแบบการใช้งานพื้นที่ และความใส่ใจในการสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างลงตัว

“จุดแข็งของเราคือการมีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน เราเลือกโฟกัสเรื่องการดีไซน์ เน้นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง และคุณภาพในระยะยาว ถ้าเปรียบกับเสื้อผ้าก็จะเป็นแบบ Tailor-Made ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเหมาะกับคนคนนั้น โครงการของเราก็จะเหมาะกับผู้อยู่อาศัยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราจริงๆ” สุธี ลิมปนชัยพรกุล ประธานอำนวยการ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด กล่าว

แรกเริ่มนายณ์ เอสเตท มุ่งเน้นไปที่โครงการระดับลักชัวรีขึ้นไป โดยโครงการแรกคือ “พาร์คพรีว่า” โครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี บนทำเลศักยภาพย่านพระราม 9 จากความสำเร็จด้านยอดขายทำให้ปัจจุบัน นายณ์ เอสเตทต่อยอดพัฒนาโครงการทั้งบ้านเดี่ยวและคลัสเตอร์โฮมระดับซูเปอร์ลักชัวรี ราคา 30-180 ล้านบาท คอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี โครงการบ้านพักตากอากาศ ทาวน์โฮม รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรชื่อดังพัฒนา “ไลฟ์สไตล์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง” โครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่างๆ ระดับ 5 ดาว

QUARTER 39 (ควอเตอร์ 39)

ทุกรายละเอียดถ่ายทอดแนวคิดและเอกลักษณ์ของ นายณ์ เอสเตท

ด้วยความมุ่งพัฒนาโครงการที่พักอาศัยด้วยจุดขายที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ทำให้นายณ์ เอสเตทต้องลงลึกในทุกๆ รายละเอียด สร้างด้วยแนวคิดที่แตกต่าง ผสานการสร้างพื้นที่สีเขียวและการอยู่อาศัยอย่างลงตัว นั่นทำให้กระบวนการพัฒนาโครงการบางครั้งใช้เวลาเป็นปี

“เมื่อ 5 ปีก่อนเราได้ซื้อที่ดินโซนสุขุมวิทพร้อมกัน 3 แปลง อสังหาฯ ส่วนใหญ่ที่ซื้อที่แถวนี้จะสร้างคอนโดฯ กันหมด แต่นายณ์ เอสเตทคิดต่าง เราต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น เลยมองว่าทำบ้านดีกว่า ซึ่งหนึ่งในโจทย์ของเราคือต้องการสร้างความแตกต่างในทุกๆ โครงการ และต้องมั่นใจว่าทุกฟังก์ชัน ทุกดีไซน์ของโครงการต้องโดดเด่นและตอบโจทย์ผู้บริโภคจริง เช่น โครงการควอเตอร์ 31 และควอเตอร์ 39 คลัสเตอร์โฮม 15-20 ยูนิต ที่ออกแบบให้มีที่จอดรถส่วนตัว 4-5 คัน และห้องแม่บ้านอยู่ชั้นใต้ดิน มีลิฟต์ส่วนตัวเข้าบ้านได้เลย มาพร้อมวัสดุตกแต่งแบบพิเศษที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ทนทานเหมาะสมกับการใช้งาน และโครงการควอเตอร์ทองหล่อ บ้านเดี่ยวสุดหรูใจกลางทองหล่อที่มีเพียง 8 หลังเท่านั้น นั่นคือการทุ่มเท ทำให้เราใช้เวลาในการลงรายละเอียดแต่ละโครงการค่อนข้างนาน ซึ่งหลังจากทยอยเปิดตัว ‘ควอเตอร์ คอลเลกชั่น’ ทั้ง 3 โครงการได้รับผลตอบรับทางด้านยอดขายดีมาก โดยควอเตอร์ทองหล่อขายหมดทุกยูนิต และอีกสองโครงการยังเหลืออยู่ไม่มาก”

QUARTER 31 (ควอเตอร์ 31)

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น โดยโครงการทั่วไปซื้อที่ดินมาภายใน 4-6 เดือนก็ต้องขายทันที เพราะส่วนใหญ่มีแบบโครงสร้างเตรียมไว้แล้ว เมื่อขออนุญาตก่อสร้าง สร้าง Sale Office ก็สามารถเปิดขายได้เลย แต่สำหรับนายณ์ เอสเตทเมื่อได้ที่ดินมาได้ศึกษาโครงสร้าง ดีไซน์โครงการให้เข้ากับสภาพแวดล้อมธรรมชาติและการอยู่อาศัย เพื่อรักษาต้นไม้ใหญ่และพื้นที่สีเขียวไว้ให้มากที่สุด รวมถึงออกแบบโครงการให้ครบทุกมิติตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้

คราม สุขุมวิท 26 (KRAAM Sukhumvit 26)

“อย่างโครงการคอนโดมิเนียม คราม สุขุมวิท 26 (KRAAM Sukhumvit 26) นอกจากทำเลใจกลางสุขุมวิทที่โดดเด่น และใกล้ศูนย์การค้า Emquartier แล้ว เรายังนำคอนเซ็ปต์ความเป็น “บ้าน” มาใช้ในการออกแบบ เช่น เมื่อนึกถึงบ้าน เรานึกถึงความร่มเย็น เราจึงเลือกวัสดุอย่าง Triple Glazing กระจกแบบฉนวน 3 ชั้นกันความร้อน หรือบ้านต้องมีการระบายอากาศ (ventilation) ที่ดี เราจึงออกแบบให้ทุกๆ ยูนิตของคอนโดครามมีพื้นที่เว้นระหว่างยูนิต ง่ายๆ คือกำแพงแต่ละยูนิตจะไม่ติดกัน ซึ่งทำให้ได้พื้นที่ Yard Area เพิ่มขึ้นอีกด้วย ด้านที่จอดรถเรามีให้กว่า 140% ทุกยูนิตมีที่จอดรถส่วนตัว พร้อมตู้เก็บของที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อความสะดวกไม่ต้องขนของขึ้นลง เปรียบเสมือนโรงจอดรถของบ้าน”

“หรือการออกแบบโครงการให้เข้ากับทำเลดั้งเดิม โดยยังคงอนุรักษ์ต้นหางนกยูงอายุกว่า 100 ปีไว้ สะท้อนถึง “ความยั่งยืน” ที่โครงการรักษาไว้เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสกับร่มเงาและความร่มรื่นในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้”

ยูนิตแปลน โครงการคอนโดมิเนียม คราม สุขุมวิท 26 (KRAAM Sukhumvit 26)

โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น

นอกจากเรื่องยอดขาย ความสำเร็จอีกก้าวของ นายณ์ เอสเตท ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ของประเทศไทย คือการคว้า 2 รางวัลเกียรติยศ ในงานพระราชทานรางวัลโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น ประจำปี 2561 (ASA Real Estate Awards 2018) ที่จัดขึ้นโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

โดยโครงการควอเตอร์ 39 (Quarter 39) โครงการบ้านหรูนิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิตใจกลางสุขุมวิท ได้รับ “รางวัลชนะเลิศในประเภทที่พักอาศัย ระดับราคา 30 ล้านบาทขึ้นไป” โดยงานนี้ นายณ์ เอสเตท เป็นบริษัทเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับ “รางวัลผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เพื่อคุณภาพชีวิตดีเด่น” ประจำปีนี้อีกด้วย

งานประกาศรางวัลในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 84 ปีการก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการตัดสินรางวัลมุ่งเน้นที่คุณภาพของการออกแบบและก่อสร้างอย่างมีมาตรฐาน โดยการคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่ผู้อยู่อาศัยจะได้รับและจริยธรรมอันดีของนักพัฒนา ซึ่งรางวัลอันทรงคุณค่าเหล่านี้ ผ่านการคัดสรรกลั่นกรองอย่างดียิ่งจากผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขาวิชาชีพ

แม้โครงการต่างๆ จากนายณ์ เอสเตท จะตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพที่มากคุณค่า และราคาระดับซูเปอร์ลักชัวรี แต่คุณสุธีให้ข้อมูลว่า ลูกค้า 90% ของนายณ์ เอสเตท คือ ‘คนไทย’ และ ‘เป็นผู้อยู่อาศัยจริง’

“ผมมองว่าลูกค้าคนไทยในกลุ่มตลาดบนยังมีศักยภาพ แต่เขาเลือกที่จะ ‘Spend’ มากกว่า ถ้าเจอโครงการที่โลเคชั่นถูกใจ แต่ตัวคุณสมบัติด้านอื่นๆ ไม่ตอบโจทย์เขาก็ไม่ตัดสินใจซื้อ แต่เราศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมาเป็นอย่างดี บวกกับความแตกต่างที่ไม่มีในตลาด ทำให้เราตอบโจทย์ช่องว่างในตลาดเป็นอย่างดี ซึ่งลูกค้าของเราส่วนใหญ่ 90% เป็นคนไทยและเป็นผู้อยู่อาศัยจริง ส่วนอีก 10% เป็นชาวต่างชาติ หรือกลุ่ม Expat”

สำหรับโครงการที่จะเปิดตัวในปีนี้ของนายณ์ เอสเตท คุณสุธีเปิดเผยว่า จะมีงาน Open House โครงการคราม สุขุมวิท 26 ที่พร้อมเปิดให้เข้าชมครั้งแรกในวันที่ 22-23 มิถุนายนนี้ หลังจากสร้างเสร็จสมบูรณ์ และจะเปิดตัวโครงการเปรม คอนโดมิเนียม Luxury แบบ Low Rise บนทำเลกลางใจเมืองที่หายากอีกแห่ง นั่นคือ ย่านร่วมฤดี ใจกลางเพลินจิต

คุณสุธีกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “สิ่งที่  Nye Estate ต้องการคือ มอบความสุขอย่างยั่งยืนให้กับลูกบ้านทุกคน ดังนั้น สิ่งที่เราตั้งใจทำและจะทำไปตลอดคือ การคิดดีไซน์อย่างแตกต่างเพื่อตอบโจทย์  Lifestyle ของกลุ่มเป้าหมาย และรักษาคุณภาพและความพึงพอใจไปพร้อมๆ กัน”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer