Infinite Challenge Thailand นี่คือขุนพลที่จะมาสร้างจุดเปลี่ยนให้ Line TV จริงหรือ ? (วิเคราะห์)

ถ้าคุณเป็นแฟนรายการทีวีเกาหลี เชื่อว่าคุณจะรู้จักรายการ Infinite Challenge ซึ่งเป็นรายการวาไรตี้ที่ดังมากในเกาหลี ที่นำพิธีกรและดารามาท้าทายความสามารถในรูปแบบต่างๆ ที่มีอายุรายการยืนยาวในเกาหลีมานานกว่า 13 ปี เป็นอย่างดี

 

และในประเทศไทยรายการนี้มีคนทำซับไทยออกมาให้รับชมกับอย่างต่อเนื่อง และมีผู้สนใจชมจำนวนไม่น้อย

 

ในประเทศเกาหลี Infinite Challenge รายการซีซั่นล่าสุด เพิ่งจบจากหน้าจอทีวีเกาหลีไปเมื่อปีที่ผ่านมา

บางคนอาจจะมองว่า รายการที่จบซีซันไปแล้ว ความนิยมของคนดูยังจะมีอยู่หรือไม่

 

และทำไม ไลน์ทีวี ถึงซื้อลิขสิทธิ์รายการ Infinite Challenge มาทำในฉบับประเทศไทย ในชื่อ Infinite Challenge Thailand ในรูปแบบ Original Content ของ ไลน์ทีวีและเลือกเวิร์คพอยต์เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์

 

Marketeer มองว่าการที่ ไลน์ทีวีขอจับมือเวิร์คพอยต์เพื่อนำ Infinite Challenge มาออกอากาศในประเทศไทย มาจากเหตุผลหลัก คือ

 

Line TV ต้องการขยายฐานผู้ชมทั่วประเทศ

วิสัยทัศน์ปี 2562-2564 ของ ไลน์ทีวี คือต้องการเป็นแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์สำหรับคนไทย ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมทุกกลุ่มและสามารถรับชมทีวีได้ทุกเวลา

กวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจคอนเทนต์ไลน์ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันผู้ชมไลน์ทีวี มีสัดส่วนมากถึง 50% ของผู้ชมทีวีทั่วประเทศ ซึ่งสัดส่วนผู้ชมในไลน์ทีวี มาจากคนเมืองเป็นหลัก

การที่ ไลน์ทีวี มีความแข็งแกร่งเฉพาะในเมือง จึงเป็นจุดอ่อนของ ไลน์ทีวี ที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะคนต่างจังหวัด มีประชากรมากกว่าคนเมืองหลายเท่าตัว และถ้าประชากรในเมืองอิ่มตัว นั่นหมายถึงการเติบโตด้านผู้ชมก็จะลดลงตามมา

ทิศทางของไลน์ทีวีในปีจึงเน้นไปที่การขยายฐานคนดูเป็นคนต่างจังหวัด ด้วยการช่วงชิงแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง Youtube แพลตฟอร์มยอดนิยม ด้วยการพัฒนาคอนเทนต์ที่เป็น ไลน์ทีวี Originals ที่แพลตฟอร์มคู่แข่งไม่มี

พร้อมกับการขยายฐานผู้ชมจากเดิมที่เป็นกลุ่มผู้หญิงที่ชอบดูละครผ่าน ไลน์ทีวี เป็นหลัก เป็นกลุ่มผู้ชมทั้งหญิงและชาย ผ่านคอนเทนต์ที่หลากหลายมากกว่าคอนเทนต์ละคร ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่แจ้งเกิดของไลน์ทีวี

 

โดยที่ผ่านมาไลน์ทีวี มีสัดส่วนการชมคอนเทนต์ที่เป็นละครมากกว่า 80% และที่เหลือเป็นการชมคอนเทนต์ประเภทวาไรตี้, ดนตรี และแอนิเมชั่น

และมีสัดส่วนผู้ชมที่เป็นผู้หญิงมากกว่า 59% ผู้ชาย 41% แบ่งเป็นผู้ชมอายุ 18-24 สัดส่วน 16%, อายุ 25-34 ปี สัดส่วน 39%, อายุ 35-44 ปี สัดส่วน 20% และ อายุ 45 ปีขึ้นไป สัดส่วน 25%

 

ส่วนเป้าหมายสิ้นปี กวินต้องการเกลี่ยสัดส่วนผู้ชมเป็นชายและหญิง ในสัดส่วน 50:50 และเพิ่มสัดส่วนผู้ชมต่างจังหวัด ที่มาพร้อมกับการเติบโตด้านยอดวิวอย่างก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง

 

การที่ ไลน์ทีวี จะเปลี่ยนสัดส่วนผู้ชมได้นั้นจะต้องมีคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ ที่ดึงดูดผู้ชมกลุ่มอื่นๆ เข้ามาชมไลน์ทีวี มากขึ้น

ไลน์ทีวี มีการนำคอนเทนต์แอนิเมชัน เช่น วันพีช นารุโตะ โคนัน จับกลุ่มผู้ชมที่เป็นผู้ชาย และคอนเทนต์การ์ตูนเด็ก เช่น อิคคิวซัง ชินจัง ปังปอนด์ และอื่นๆ เจาะกลุ่มผู้ชมเด็ก

 

ส่วน Infinite Challenge Thailand เป็นคอนเทนต์แนววาไรตี้ ที่ เวิร์คพอยต์ได้ให้ข้อมูลว่า กลุ่มผู้ชมคอนเทนต์นี้จะมีพฤติกรรมที่เข้ามาชมคอนเทนต์เดิมซ้ำๆ บ่อยๆ ทำให้เกิดการเติบโตด้านยอดวิวของผู้ชมอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ไลน์ทีวียังมีความต้องการที่จะนำ Infinite Challenge Thailandเข้าไปเจาะกลุ่มคนต่างจังหวัด จากการวางตัวดาราที่เป็นตัวชูโรงรายการ 6 คน ซึ่งดาราบางคนเป็นดาราที่คนต่างจังหวัดชื่นชอบ

โดยดาราทั้ง 6 คนได้แก่ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน, ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรม, จียอน-ซอจียอน, รัศมีแข ฟ้าเกือล้น, นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์ และอุล-ภาคภูมิ จงมั่นวัฒนา

 

ซึ่งการที่รายการ Infinite Challenge Thailand จะเข้าถึงคนต่างจังหวัดได้นั้น จะต้องใช้พลังจากสื่อ Traditional อย่างทีวี เข้ามาเป็นตัวช่วยโปรโมตอีกแรง

 

ทั้งนี้ Infinite Challenge Thailandมีทั้งหมด 15 ตอน และเริ่มออกอากาศทาง ไลน์ทีวี และเวิร์คพอยต์ทีวีตั้งแต่วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา มียอดผู้ติดตามที่เป็นแฟนชาแนล Infinite Challenge Thailand มากกว่า 160,000 คน เป็นช่องรายการใหม่ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในปีนี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer