คนเขียนบท Game of Thrones คือใคร ? ทำความรู้จัก David Benioff และ D.B. Weiss ผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์ดัง พร้อมภารกิจใหม่ Star Wars

คนเขียนบท Game of Thrones คือ…

อดีตทำให้ปัจจุบันน่าสนใจ ส่วนความท้าทายในอนาคตดูได้จากงานชิ้นต่อไป ยิ่งถ้าเป็นงานชิ้นใหญ่ ไม่ว่าใครก็ต้องจับตามอง เหมือน David Benioff กับ D.B. Weiss ที่กำลังเรียกเสียงฮือฮา เพราะความสำเร็จหลังร่วมกันปลุกปั้น Game of Thrones จนกลายเป็น TV Series ดังของ HBO พาให้ทั้งคู่ได้ไปเขียนบท Star Wars ภาคใหม่ ซึ่งจะเป็นการเปิดหน้าต่อไปของภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องดังเรื่องนี้ หลังเรื่องราวของตระกูล Skywalker จบบริบูรณ์ในภาค 9 ที่จะเข้าโรงปลายปีนี้

David Benioff เกิดเมื่อ 25 กันยายน 1970 เป็นลูกคนสุดท้องของ Stephen Friedman อดีตผู้บริหารของ Goldman Sachs วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หลังจบปริญญาตรีเลี้ยงชีพด้วยการเป็นครูโรงเรียนมัธยมอยู่ 2 ปี

David Benioff

David Benioff

ความสนใจเรื่องภาษาและวรรณกรรมทำให้ Benioff อยากหาความรู้เพิ่มเติมจึงตัดสินใจเรียนคอร์สหนึ่งปีที่มหาวิทยาลัย Trinity College Dublin ในไอร์แลนด์ ระหว่างเรียนได้พบกับ D.B. Weiss นักศึกษาชาวอเมริกันอีกคนซึ่งสนใจในด้านเดียวกัน ที่ต่อมาจะกลายเป็นเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ

หลังกลับมาสหรัฐฯ และจบปริญญาโทด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ Benioff ก็ตัดสินใจจะเป็นนักเขียนเต็มตัว โดยหลัง the 25th Hour ผลงานเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์ในปี 2001 และกลายไปเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับคำชมล้นหลามในปีถัดมา

เจ้าตัวจึงเบนเข็มมาเอาดีด้านการเขียนบท ซึ่งบทร่างแรกของ Troy ที่ Warner Bros. ซื้อไปด้วยเงิน 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 80 ล้านบาท) ในปี 2003 และกลายเป็นหนังของปีต่อมา ยืนยันว่าเขาคิดถูก

ในเวลาไล่เลี่ยกัน Weiss มีงานเขียนออกมาบ้าง และได้เข้าไปอยู่ในฝ่ายผลิตของบริษัทภาพยนตร์หลายแห่ง แต่บทที่เขียนเองยังเคยถูกพัฒนาไปเป็นภาพยนตร์

D.B. Weiss D.B. Weiss (คนกลาง) 

จนปี 2006 Benioff เพื่อนนักศึกษาอเมริกันเมื่อครั้งไปเรียนที่ไอร์แลนด์ส่ง A Song of Ice and Fire นิยายแนวมหากาพย์การผจญภัยของเหล่าอัศวินและมังกรของ George R.R. Martin มาให้อ่าน

เพราะเชื่อว่าสามารถพัฒนาไปเป็น TV Series ได้ โดยหลังตอบคำถามสำคัญอย่าง “ใครคือแม่ของ Jon Snow” ระหว่างไปคุยกับนักเขียนได้

็Game of Thrones George R.R. Martin

George R.R. Martin (คนกลาง) 

ทั้งคู่จึงนำ Project นี้ไปเสนอกับ HBO ซึ่งช่อง Cable TV ดังอนุมัติให้ลองทำตอนนำร่อง (Pilot) ในปี 2009 แต่ก็ต้องถ่ายทำใหม่อีกครั้งเพราะกระแสตอบรับในการทดลองฉายยังไม่เป็นที่พอใจของเหล่าผู้บริหาร

Game of Thrones เป็น TV Series ที่มี 8 Season แบ่งเป็นตอนต่างๆ ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันทั้งหมด 73 ตอน โดยตั้งแต่ประเดิมตอนแรกของ Season 1 เมื่อ 17 เมษายน 2011 จนถึงบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดในตอนอวสานของ Season 8 เมื่อ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ผู้ชมทั่วโลกต่างได้สัมผัสกับการชิงบัลลังก์เหล็กของ 5 ตระกูล ท่ามกลางกลเกมการเมืองสุดเข้มข้น การต่อสู้ ศึกสงคราม การหักหลัง มิตรภาพ สายสัมพันธ์ครอบครัว

อำนาจในการปกครองและพลังเหนือธรรมชาติที่พลิกสถานการณ์ รวมไปถึงได้เป็นประจักษ์พยานพัฒนาการของตัวละครด้วย    

“มหาศึกชิงบัลลังก์” สร้างปรากฏการณ์ไว้มากมาย เช่น การกวาดรางวัลทางโทรทัศน์มาทุกเวที เปลี่ยนให้นักแสดงที่แทบไม่มีใครรู้จักอย่าง Emilia Clarke เจ้าของบท “แม่มังกร” กลายเป็นนักแสดงแถวหน้า

ปลุกกระแส Series แนวตำนานมหากาพย์ให้กลับมาได้รับความนิยม และช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ไอร์แลนด์ รวมไปถึงอีกหลายประเทศแถบยุโรปที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำ

Game of Thrones Emilia Clarke Emilia Clarke

ส่วน HBO เองก็ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ จาก Game of Thrones โดยจากทุนสร้างกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32,000 ล้านบาท) ผลิดอกออกผลเป็นจำนวนผู้ชมแบบที่เป็นสมาชิก (Subscriber) รายใหม่ที่เพิ่มขึ้น

และการตรึงคอ Series ทั่วโลกให้เกาะจอรอลุ้นเรื่องราวแต่ละตอนที่ออกอากาศในแต่ละสัปดาห์ ต่างจากสื่อ Streaming ที่สามารถดูต่อเนื่องจนจบในคราวเดียว (Binge Watch)

ด้าน Benioff กับ Weiss ซึ่งเป็นผู้ผลักดัน Game of Thrones มาตั้งแต่ต้น และมีหลายบทบาท ตั้งแต่ Producer เขียนบท และกำกับ รวมถึงแสดงเองด้วยในบางตอน

Game of Thrones Producer

ต่างยอมรับว่า นึกไม่ถึงว่า Game of Thrones จะมาไกลถึง 8 Season และยืนยันว่า บทสรุปที่ผู้ชมทั่วโลกได้ชมกันไป Season สุดท้ายนั้นลงตัวที่สุดแล้ว   

ส่วนงานใหม่ของทั้งคู่ในฐานะผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องแรกของไตรภาคใหม่ของ Star Wars ที่มีคิวฉายในปี 2022 มีการวิเคราะห์กันว่านี่คือตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด

เพราะการได้มือดีที่สุดของวงการ Series ยุคนี้จะพาภาพยนตร์ภาคต่ออายุ 40 เรื่องนี้ ไปสู่ทิศทางใหม่ พร้อมรูปแบบการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิงขึ้น

ประกอบกับทั้ง Star Wars และ Game of Thrones ต่างก็มีองค์ประกอบหลายอย่างใกล้เคียงกัน เช่น ทัพนักแสดงชุดใหญ่ที่มาพร้อมความหลากหลายทั้งทักษะการแสดงและรูปร่าง

รวมถึงการร้อยเรียงเรื่องราวที่พาไปสู่ฉากสำคัญ เช่น การตายของตัวละครที่ผู้ชมรัก หรือการใช้พลังเหนือธรรมชาติของตัวละครเพื่อพลิกสถานการณ์ ที่กลายเป็นหนึ่งในจุดขายและเสน่ห์ที่เพิ่มอรรถรสในการชมของทั้ง 2 เรื่องมาตลอด/ew, theguradian, hollywoodreporter, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer