หลังจากรับรางวัล No.1 Brand หมวดน้ำผลไม้ 100% มาหมาดๆ ทิปโก้ก็เดินสายออกงานต่อล่าสุดกับงาน THAIFEX-World of Food Asia 2019 ท่ามกลางนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่มาเยี่ยมชมมากมาย ในฐานะผู้นำน้ำผลไม้พรีเมียมประเทศไทย ณ บูธทิปโก้หมายเลข 1-JJ01 Challenger Hall 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี

นอกจากขนผลิตภัณฑ์ทิปโก้ทั้งผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้คั้นสดแพ็กเกจจิ้งใหม่ น้ำมะพร้าว สับปะรดพันธุ์หอมสุวรรณ น้ำแร่ออร่า รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อื่นๆ แล้ว ไฮไลต์ของงานนี้คือการเปิดตัวดีไซน์แพ็กเกจจิ้งใหม่ ที่ไม่ได้แค่มาเติมความสดชื่นให้แบรนด์เท่านั้น แต่ยังบอกคุณประโยชน์เพิ่มมากขึ้นของน้ำผลไม้ด้วย ให้เห็นชัด ไปเลยว่า น้ำผลไม้พรีเมียมดีกว่าอย่างไร

ตลาดน้ำผลไม้ตก ความท้าทายสำคัญของผู้นำ “ทิปโก้”

ปัจจุบันตลาดรวมน้ำผลไม้อยู่ที่ 12,000 ล้านบาท โดยตัวเลขไม่โตขึ้น เหตุผลน่าสนใจทั้งที่เทรนด์สุขภาพกำลังโต แต่ทำไมตลาดน้ำผลไม้ RTD กลับหยุดนิ่ง

วิเคราะห์ได้สามเหตุผล หนึ่ง มีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอื่นๆ แข่งขันกันสูงมาก ทั้งน้ำอัดลม ชาเขียว สองกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพเชื่อว่า น้ำผลไม้ต้องคั้นสดถึงจะมีประโยชน์แท้จริง และสาม น้ำผลไม้ RTD ถูกมองว่าหวานเกินไป

“ข้อแรกคงหลีกเลี่ยงได้ยากเพราะทุกคนก็ต้องแข่งขันกัน ส่วนข้อสองกับข้อสามเป็นสิ่งที่เราต้องโฟกัสเพราะนั่นคือความต้องการของผู้บริโภคของเรา ซึ่งต้องเรียนอย่างนี้ว่า น้ำผลไม้ของทิปโก้ทำจากผลไม้ 100% นั่นหมายความว่าความหวานได้มาจากธรรมชาติอยู่แล้ว เราไม่ได้แต่งรสชาติให้หวานขึ้น

เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้เอฟ แอนด์ บี จำกัด

ส่วนเรื่องคุณประโยชน์อันนี้ยืนยันว่าด้วยกระบวนการผลิตอย่างมาตรฐานสากล เราควบคุมขั้นตอนทั้งเรื่องความสะอาด ตลอดจนกระบวนการรักษาสารอาหาร เรามั่นใจว่าสารอาหารที่ผู้บริโภคได้รับ ไม่แพ้ผลไม้ที่คั้นสดแน่นอน“ เอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิปโก้เอฟ แอนด์ บี จำกัด ยืนยัน และนั่นเป็น “หัวใจ” สำคัญของการเดินหมากปรับภาพลักษณ์สื่อสารแบรนด์ครั้งนี้

ปรับดีไซน์ใหม่ ทิปโก้มีประโยชน์แค่ไหน

ถ้าเราเดินไปเชลฟ์น้ำผลไม้ มั่นใจว่าทุกคนคุ้นกับแพ็กเกจจิ้งทิปโก้เป็นอย่างดี ทั้งกล่องทั้งดีไซน์รอบกล่อง หยิบถูกแบรนด์ไม่มีพลาด ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งแกร่งของทิปโก้มาตลอด 10 กว่าปี อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ไข Painpoint ทิปโก้ได้ทำการเปลี่ยนดีไซน์ข้างกล่องใหม่ ให้ดูสดชื่นกว่าเดิม ที่เพิ่มเติมและเป็นหัวใจสำคัญ คือบอกคุณประโยชน์มากขึ้น ว่ามีสารอาหารอะไรเจ๋งๆ บ้าง

“อย่างโพลีฟีนอลและฟลาโวนอยด์ หรือไฟโตนิวเทรียนท์ พวกนี้เป็นสารอาหารสำคัญจำเป็นต่อร่างกาย ที่คุณจะได้จากผักผลไม้สด ซึ่งจริงๆ เราก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจจะสื่อสารน้อยไป ครั้งนี้เราก็บอกที่หน้ากล่องชัดเจน สิ่งที่เราต้องการคืออยากให้คนหันมาดื่มน้ำผลไม้ 100% เยอะขึ้น และถ้าเป็น RTD ก็ต้องนึกถึงเรา”

นอกจากแพ็กเกจจิ้งดีไซน์ใหม่แล้ว ยังมาพร้อมกับแคมเปญ “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองมีดี” สื่อสารทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์ของการดื่มน้ำผลไม้ 100% มากขึ้น

ยกกองทัพสินค้าโชว์ น้ำผลไม้ที่รสชาติมากที่สุด

ทิปโก้รู้ดีว่า “คุณภาพ” และ “ความอร่อย” เท่านั้นไม่พอ  ต้องมีสินค้าให้เลือกมากที่สุดด้วย การปรับโฉมใหม่จึงมาควบคู่กับการสื่อสารให้แตกละเอียดตามโจทย์ความต้องการลูกค้า ต้องชี้ชัดไปเลยว่าน้ำผลไม้กล่องนี้มอบ Benefit อะไร เช่น บำรุงสายตา, บำรุงผิวพรรณ, ช่วยรักษารูปร่าง เป็นต้น โดยตอนนี้ที่เปลี่ยนดีไซน์ไปแล้ว มีทั้งรสส้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล กับรสสับปะรดหอมสุวรรณ ซึ่งเป็นรสใหม่ที่กำลังทำตลาดและได้รับการตอบรับดีมากทั้งในไทยและต่างประเทศตอนนี้

“อีกสิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือการมีนวัตกรรมใหม่ๆ เราเป็นแบรนด์ที่มีจำนวนรสชาติมากที่สุดในตลาดน้ำผลไม้คือมากกว่า 20 รสชาติที่มี Benefit แตกต่างตอบโจทย์ผู้บริโภคให้เลือกตามความต้องการและมีขนาดตั้งแต่แบบกล่องละ 18 บาท 200  มล. จนถึง 1 ลิตร”

ทุกรสชาติถูกยกมาไว้แล้ว ที่บูธทิปโก้ ที่น่าสนใจ คือ รสแตงโม ที่เอกผลเล่าว่ากำลังฮอตในเกาหลีใต้สุดๆ

สู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพครบวงจร

เดิมทีจุดเริ่มต้นของธุรกิจทิปโก้ในปี 2519 มาจากธุรกิจการเกษตรทำสับปะรดพันธุ์หอมสุวรรณส่งออกต่างประเทศ หลังจากนั้นในปี 2536 เข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทำน้ำผลไม้พร้อมดื่มแบรนด์ทิปโก้ออกสู่ตลาด ก่อนที่จะเทกโอเวอร์น้ำแร่ออร่า รวมถึงขยายไลน์ชาอู่หลง ต่อมาปี 2547 ขยายธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกน้ำผลไม้ปั่นสด (ร้าน SQWEEZ) กระทั่งปัจจุบันที่ต่อยอดมีทั้งธุรกิจอาหาร และธุรกิจสารสกัดเพิ่มขึ้น

โดยธุรกิจค้าปลีกซึ่งจะเป็นอีกทิศทางที่จะรุกมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมี 40 สาขา กระจายในกรุงเทพฯ และหัวเมืองต่างจังหวัด โดยปีนี้จะเปิดเพิ่มทั้งในโรงพยาบาล ฟิสเนส ตลอดจนย่านออฟฟิศ

 

“แน่นอนว่า ทุกคนรู้จักเราจากแบรนด์ทิปโก้ซึ่งเราแข็งแกร่งตรงนี้ แต่เราบอกกับตัวเราตั้งแต่แรกเราไม่ได้ต้องการเป็นแบรนด์น้ำผลไม้ที่ขายดีที่สุด เราเชื่อว่าด้วยสิ่งที่เราทำมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่ม เราอยากจะเปลี่ยนสุขภาพของคนไทยให้ดีขึ้น จึงกลายมาเป็น 5 ธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งธุรกิจทั้ง 5 ที่เราทำมาก็เดินด้วยเส้นตรงเส้นเดียวกัน คือการทำของที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภค” ผู้บริหารเน้นย้ำ

ใครที่ไปงาน THAIFEX ก็อย่าลืมแวะ บูธทิปโก้หมายเลข 1-JJ01 Challenger Hall 2 กันด้วย เดินเหนื่อยๆ จิบน้ำผลไม้พรีเมียมให้สดชื่นสบายใจ แล้วค่อยไปต่อ

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer