แม้ภาพรวมตลาดกวดวิชาของประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด

ตลาดกวดวิชาหดตัวลงเกือบ 20%

ด้วยเหตุผลหลายอย่างประกอบกันไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ, จำนวนประชากรเด็กเกิดน้อยลง, รูปแบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลง, การแข่งขันสูง

รวมทั้งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การเปิดสาขาเยอะๆ แค่เพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน ดูแล้วคงไม่ตอบโจทย์ในสมัยนี้

“วิชาภาษาอังกฤษ” เป็นอีกหนึ่งวิชาที่มีการแข่งขันสูง ถึงแม้จะแข่งขันกันดุเดือดไม่เท่าวิชาอื่นๆ เพราะเห็นได้จากบรรดาติวเตอร์ ครู ต่างเปิดคอร์สสอนทั้งแบบเรียนสด เรียนผ่านวิดีโอ เรียนแบบตัวต่อตัวเกิดขึ้นมามากมาย

แต่หากลองมองย้อนไปในช่วง 15-20 ปีก่อน โรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษที่เป็นสัญชาติไทยที่ครองตลาดและครองใจกลุ่มนักเรียนวัยมัธยมต้น-มัธยมปลาย คงต้องยกให้ “ครูสมศรี-เอ็นคอนเส็ปท์”

“โรงเรียนครูสมศรี” โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเล็กๆ ที่มีจุดเริ่มต้นจากผู้หญิงที่เรียนหนังสือไม่เก่งชื่อ “สมศรี ธรรมสารโสภณ” แต่ด้วยความมานะ อ่านซ้ำ ทำซ้ำๆ ที่เรียกว่า ‘เทียมเกวียนเยี่ยงควาย’ และประสบการณ์การเป็นคุณครูที่สั่งสมมา เปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษแถวศรีย่าน ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 9 สาขา

รายได้ของโรงเรียนครูสมศรี ในนามบริษัท ครูสมศรี เอธธิคส์ จำกัด

ปี ’61   54,311,923.06  บาท    กำไร   4,043,921.29 บาท

ปี ’60   69,774,157.05 บาท     กำไร   6,978,219.79 บาท

ปี ’59   58,199,239.53 บาท    กำไร   902,608.69 บาท

ฟากโรงเรียนสอนภาษา เอ็นคอนเส็ปท์ แห่งแรกก่อตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2538 โดยธเนศ เอื้ออภิธร และครูพี่แนน อริสรา ธนาปกิจ ที่มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดแนวความคิดและความเข้าใจต่อสิ่งที่เรียนรู้มากกว่าเพียงแค่การท่องจำ ปัจจุบันเอ็นคอนเส็ปท์มีสาขาทั้งหมด 39 สาขา

รายได้ “เอ็นคอนเส็ปท์” ในนาม บริษัท เอ็นคอนเซ็ปท์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

ปี ’60    336,046,945.47 บาท    กำไร    37,676,193.14 บาท

ปี ’59    272,723,880.10 บาท   ขาดทุน  81,463,093.77 บาท

ทั้งนี้รายได้ในปี ’61 นั้น ธานินทร์ เอื้ออภิธร กรรมการผู้จัดการเลิร์นบาลานซ์ กรุ๊ป และผู้บริหารโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์เปิดเผยว่า เอ็นคอนเส็ปท์มีรายได้ที่ 500 ล้านบาท

สิ่งที่ทำให้โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษทั้งสองเจ้านี้ยังคงยืนอยู่ในตลาดได้นั้น

– หนึ่งในปัจจัยที่ผู้ปกครองจะควักเงินราว 2-3 พันบาทหรือมากกว่านั้นต่อ 1 คอร์ส เพื่อส่งลูกหลานเรียนกวดวิชาสักแห่งหนึ่งคือ “ความน่าเชื่อถือ” มีมานานของโรงเรียนกวดวิชานั้นๆ

อีกทั้งเรื่องของ Brand ของตัวผู้สอนคือจุดขายในยุคนี้ โรงเรียนครูสมศรี มีครูสมศรีสอนเองแต่เพียงผู้เดียว ขณะที่เอ็นคอนเส็ปท์ มีครูพี่แนนยืนหนึ่งเป็นหัวหอกในบรรดาครูผู้สอน

– การปรับตัว อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าในยุคนี้แค่ขยายสาขาอย่างเดียวไม่พอแล้ว เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท รวมถึง Disruption ในบางธุรกิจ ธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันเพราะเด็กนักเรียนหันไปเรียนผ่านออนไลน์กันมากขึ้น

งานนี้มองว่าเอ็นคอนเส็ปท์ปรับตัวได้เก่งและดีกว่า และยังปรับตัวก่อนที่จะโดนดิสรัปชั่นเสียอีก เพราะถ้าหากจำกันได้ในตลาดกวดวิชาภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์เป็นเจ้าแรกๆ ที่มีการเรียนแบบ S.E.L.F. เรียนกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพียง 1 เครื่อง โดยจะเรียนตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้

ซึ่งเทรนด์ในปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาต่างก็มีการเรียนกับคอมพิวเตอร์ เรียนแบบออนไลน์กันหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษทั้ง 2 แห่ง อาจจะเทียบกันไม่ได้ในเรื่องของจำนวนสาขาและรายได้ แต่เชื่อว่าคุณภาพมีคับแก้วไม่ต่างกัน

แต่ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนกวดวิชาอะไร หากอยากอยู่รอดในยุคนี้บอกได้คำเดียวว่าต้องปรับตัวก่อนที่จะโดน Disruption และสิ่งที่สำคัญที่สุดของโรงเรียนกวดวิชาคือ “คุณภาพ” ต้องมาอันดับ 1 เสมอ

และหากถามว่า “กวดวิชา” ยังจำเป็นอยู่ไหม คำตอบก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า

บริษัทนิติบุคคลจดทะเบีบนกิจกรรมการกวดวิชาทั่วไปปัจจุบันมีทั้งสื้น 409 ราย

นิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 1 ม.ค. 62 – 5 มิ.ย. 62 มีจำนวน 36 ราย

นิติบุคคลที่มีรายได้สูงสุด (3 อันดับแรก) คือ

วี บาย เดอะ เบรน จำกัด                     มีรายได้   496,669,084.33 บาท

ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด           มีรายได้   479,902,665.00 บาท

เอ็นคอนเซ็ปท์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด       มีรายได้  336,046,945.47 บาท

* เทียบงบการเงินปี 2560



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer