เอเชียกำลังเปิดประตูสู่วิวัฒนาการของโมเดลซัปพลายเชนที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งโมเดลซัปพลายเชนนี้ได้ถูกเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ อย่างทั่วถึงและพร้อมที่จะลงแข่งในตลาดดิจิทัล

คาเรน เรดดิงตัน ประธาน บริษัท เฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เอเชียกำลังเป็นผู้นำการพัฒนาด้านซัปพลายเชนโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลและมีบูรณาการสูง อย่างไรก็ตาม เอเชียจำเป็นต้องมีการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์และการจัดลำดับความสำคัญของซัปพลายเชนเพื่อรักษาศักยภาพในการแข่งขันกับตลาดโลก”

“การลงทุนกับการจัดการซัปพลายเชนในเอเชียจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา การลงทุนนี้จะทำให้ธุรกิจต่างๆ มีความยืดหยุ่นในการรับมือกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจ ทั้งรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น ความตึงเครียดทางการค้า เป็นต้น เร็วๆ นี้ผลสำรวจพบว่า มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทจีนกำลังปรับแผนการจัดการซัปพลายเชนของตนเองเพื่อลดผลกระทบจากภาษีศุลกากร เช่น การย้ายสถานที่การผลิต[1] ทำให้บริษัทจีนจำเป็นที่จะต้องมีการปรับแผนงานที่มีประสิทธิภาพและระบบนิเวศซัปพลายเชนที่มีบูรณาการสูงที่นำไปสู่ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และเครือข่ายโลจิสติกส์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในทางปฏิบัติ หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่า การจัดการซัปพลายเชนในปัจจุบัน นอกจากจะทำให้ธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลางในเอเชียสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังช่วยให้แข่งขันในตลาดโลกง่ายขึ้นอีกด้วย”

ข้อได้เปรียบของซัปพลายเชนในเอเชีย-การดำเนินงานรูปแบบใหม่

เอเชียนำหน้าทวีปอื่นๆ ในด้านดิจิทัล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การจัดการซัปพลายเชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การดำเนินการต่างๆ สามารถเกิดขึ้นผ่านสมาร์ทโฟน การจัดการซัปพลายเชนในเอเชียไม่เพียงแต่คำนึงถึงสินค้าหลากหลายหรือการขนส่งสินค้าเหล่านั้น แต่ยังคำนึงถึงโซลูชั่นที่จะสามารถทำให้เกิดการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังทำให้ธุรกิจทุกประเภทสามารถเข้าถึงตลาดการค้าระดับโลกได้ การโยกย้ายสายการผลิตในระดับสากลทำให้ตลาดเอเชียโตขึ้น มีสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มาจากเอเชียมากขึ้น มีการค้าขายภายในเอเชียมากขึ้น และกลายเป็นจุดหมายส่งออกของตลาดอเมริกาและตลาดใหญ่อื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น เส้นทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่จากเอเชียสู่ยุโรป หรือจากเอเชียสู่อเมริกา แต่เป็นเส้นทางการค้าภายในกลุ่มประเทศเอเชีย[2] การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกระแสการค้านี้ทำให้เอเชียกลายเป็นตัวกลางสำคัญของวิวัฒนาการซัปพลายเชน

ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศยังคงติดอยู่กับโมเดลซัปพลายเชนที่ตายตัวและโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมๆ ประเทศกำลังพัฒนาในกลุ่มประเทศเอเชียและธุรกิจต่างๆ ในเขตภูมิภาคบ่อยครั้งเริ่มต้นจากศูนย์ ทำให้ธุรกิจเหล่านี้มีการดำเนินงานรูปแบบใหม่ และสามารถพัฒนาโมเดลซัปพลายเชนใหม่ๆ จากนวัตกรรมและองค์ความรู้ (know-how) พร้อมทั้งความสามารถในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธุรกิจอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เอเชียยังนำโด่งในด้าน Digitization ทำให้เกิดความชัดเจนและประสิทธิภาพในการจัดการซัปพลายเชนที่มากกว่า

ศูนย์รวมซัปพลายเชนระดับภูมิภาคได้เกิดขึ้นมากมายทั่วเอเชีย จากกวางโจวไปยังเซี่ยงไฮ้ โอซากา และสิงคโปร์ ทำให้ประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีบทบาทมากขึ้นในเครือข่ายใหม่ที่เกิดขึ้น

ซัปพลายเชนโซลูชั่นที่ ‘ดีที่สุด’

ไม่เพียงแค่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากจุด A ไปยังจุด B เท่านั้น แต่นวัตกรรมดิจิทัลจำต้องยกระดับความชัดเจน ความโปร่งใส ความสอดคล้อง และความเชื่อถือได้ของซัปพลายเชนได้ ประการแรก นวัตกรรมด้านซัปพลายเชนต้องสามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยต้องเริ่มจากการถามคำถามว่า ปัญหาคืออะไร ทำไมถึงไม่สามารถแก้ไขด้วยโซลูชั่นที่มีอยู่ได้ แล้วเราจะสามารถปรับเปลี่ยนการจัดการซัปพลายเชนเพื่อทำให้เกิดคุณค่าที่แท้จริงได้อย่างไร ประการที่สอง ระบบซัปพลายเชนจำเป็นต้องปรับตัวได้มากขึ้น ยืดหยุ่นได้มากขึ้น และพร้อมที่จะรับมือกับความไม่แน่นอนและความเสี่ยง ประการที่สาม นวัตกรรมด้านซัปพลายเชนต้องมีการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ ที่สามารถติดตามได้ตั้งแต่ออร์เดอร์รับและแพ็กพัสดุ จัดส่งและติดตามสินค้า ซึ่งทำให้ระบบมีความปลอดภัย ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ประการที่สี่ การมอบการบริการให้ผู้บริโภคตามความพอใจส่วนบุคคล ซึ่งเป็นซัปพลายเชนรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในลักษณะ “on demand” และประการสุดท้าย นวัตกรรมด้านซัปพลายเชนต้องสามารถลดความซับซ้อนและต้นทุนในการดำเนินการ รวมทั้งทำให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“สิ่งเหล่านี้เป็นความท้าทายเหนือดิจิทัลซัปพลายเชน เราจึงจำเป็นต้องคอยนำเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการสร้างโซลูชั่นเพื่อผู้บริโภคในส่วนของเฟดเอ็กซ์ เราเริ่มต้นจากการขนส่งสินค้าทางอากาศ แต่ด้วยความต้องการรูปแบบใหม่และความท้าทายที่เกิดขึ้น เราจึงต้องนำเสนอบริการที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และปรับตัวเพื่อให้เป็นซัปพลายเชนโซลูชั่นที่ ‘ดีที่สุด’

ซึ่งครอบคลุมถึงการผสมผสานระหว่างโซลูชั่นด้านการขนส่งทางบก น้ำ และอากาศ การจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้า

อี-ฟูลฟิลล์เมนต์ (E-commerce fulfilment) บริการพิธีการศุลกากร (Custom brokerage) การอำนวยความสะดวกทางการค้า เทคโนโลยีการชำระเงินที่ปลอดภัย และโลจิสติกส์แบบไปข้างหน้า (Forward logistics)” คาเรน กล่าวเสริม

ซัปพลายเชนโซลูชั่นในอนาคต

“บิ๊กดาต้า ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมซัปพลายเชนและการออกแบบโซลูชั่นในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น FedEx Same-Day Bot หรือหุ่นยนต์จัดส่งสินค้าภายในวันเดียว เป็นเครื่องมือจัดส่งอัตโนมัติออกแบบเพื่อช่วยให้เหล่าผู้ค้ารายย่อยทำการจัดส่งสินค้าไปยังผู้ใช้ปลายทาง (Last-mile) ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ภายในวันเดียว (Same-day) ซึ่งหุ่นยนต์ตัวนี้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกคนจะพร้อมสำหรับยุคดิจิทัล จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเฟดเอ็กซ์ เราได้เห็นหน่วยงานและบริษัทบางส่วนในเอเชียมีความล่าช้าในการยอมรับความเปลี่ยนแปลงและเลือกที่จะทำงานในรูปแบบเก่าๆ เช่น เอกสารค่าขนส่งทางอากาศในแบบฟอร์มกระดาษ โทรศัพท์ หรือการแฟกซ์เอกสารเพื่อจองการขนส่งสินค้า เป็นต้น ซึ่งผิดกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ในเอเชียที่ได้นำอุปกรณ์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาปรับใช้กับระบบซัปพลายเชน”

“ดังนั้น การที่จะเป็นผู้นำการแข่งขันระดับโลก ธุรกิจนั้นๆ จำเป็นที่จะต้องมีการจัดการซัปพลายเชนที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจึงจะสามารถอยู่รอดได้ ซึ่งเอเชียได้เป็นผู้เริ่มนำวิวัฒนาการซัปพลายเชนมาก่อนคนอื่นแล้ว ดังนั้น เราไม่ควรสูญเสียโมเมนตัมนี้ไป” คาเรน กล่าวปิดท้าย

[1] https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3007334/trade-war-forcing-93-cent-chinese-companies-transform- supply

[2] https://www.ltdmgmt.com/impact-from-logistics-partner-actions.php



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer