เมืองทองธานี ของ บริษัทบางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) บนถนนแจ้งวัฒนะ คือตัวอย่างการสร้าง “เมือง” โดยภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย

รู้ไหมว่า โครงการนี้แม้ยังไม่สมบูรณ์แบบ 100%  แต่ใช้เวลาสร้างมานานมาก บอกได้เลยว่าตั้งแต่หลายคนยังไม่เกิด

จาก “เมืองทอง” สู่ “เมืองร้าง”  

ปี 2531 เป็นยุคแห่งความเฟื่องฟูของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองไทย ดึงดูดให้ตระกูล “กาญจนพาสน์” ลอดลายมังกรกลับจากการทำธุรกิจในฮ่องกงมาเมืองไทย และปักหลักยึดหัวหาดพัฒนาโครงการยักษ์กันคนละมุมเมือง โดยอนันต์ กาญจนพาสน์ พี่ชายทำโครงการเมืองทองธานีบนที่ดินกว่า 4 พันไร่ บนถนนแจ้งวัฒนะ

ส่วนน้องชาย  คีรี กาญจนพาสน์ พัฒนาโครงการธนาซิตี้ ในพื้นที่ 1.5 พันไร่ ริมถนนบางนา-ตราด กม. 14 และเข้ามาบริหารโครงการรถไฟฟ้า BTS 

อนันต์วาดฝันให้เมืองทองธานีเป็นโครงการเมืองใหม่สมบูรณ์แบบเพื่อรองรับประชาชนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน

ปี 2533 เขาเริ่มปูพรมตอกเสาเข็ม สร้างตึกสูงเป็นแท่งๆ มีตั้งแต่คอนโดมิเนียมอุตสาหกรรม คอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยราคาแพงริมทะเลสาบ คอนโดมิเนียมผู้มีรายได้น้อย และคอนโดมิเนียมผู้มีรายได้ปานกลาง โครงการบ้านเดี่ยวกว่า 1,000 หลัง อาคารสำนักงานอีก 90 ตึก

ในช่วงเวลานั้นเรียกได้ว่ามีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการใหม่ในเมืองทองธานีเกือบทุกเดือน

ถัดมาเพียง 2-3 ปี อาคารสูงก็ผุดโผล่เรียงรายขึ้นมาอย่างรวดเร็วประมาณ 150 ตึก แต่น่าใจหายที่หลายตึกยอดขาย ยอดโอน ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้เลย

ตั้งแต่ปี 2539 บางกอกแลนด์หยุดเปิดตัวโครงการใหม่ และชะลอการก่อสร้างลงเกือบทุกโครงการในเมืองทองธานี  

ปิดฉากยุคฟองสบู่ลอยฟูฟ่อง อนันต์ยังถูกกระหน่ำด้วยวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2541 หนี้สินของบางกอกแลนด์พร้อมดอกเบี้ยเบ่งบานอย่างรวดเร็วกว่า 40,000 ล้านบาท

บทเรียนสำคัญที่สุดของอนันต์ในครั้งนั้นคือความผิดพลาดของการทำข้อมูล  คนที่แห่เข้ามาซื้อ ไม่ใช่พวกที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริง แต่เป็นพวกเก็งกำไร ที่ซื้อไว้ขายต่อไม่ได้เลยยอมทิ้งดาวน์  

“เมืองทอง” แทบกลายเป็น “เมืองร้าง” พร้อมๆ กับข่าวลือที่กระหน่ำซ้ำตลอดเวลาว่าคงไปไม่รอด และสักวันหนึ่งอาจจะถึงจุดจบที่น่าหวาดเสียว

ต่อลมหายใจด้วยอิมแพ็ค-ชาเลนเจอร์ 

เชื่อว่าคนกรุงเทพและคนต่างจังหวัดจำนวนมากต้องเคยไปอิมแพ็คในเมืองทองธานี เพราะมี หลากหลายงานเกิดขึ้นที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต งานโอท็อป งานสถาปนิก งานบ้านและสวน งานมหกรรมเฟอร์นิเจอร์ งานเพื่อนรักสัตว์เลี้ยง รวมไปถึงเปลี่ยนเป็นสนามกีฬาเทนนิส หรือต่อยมวยฯลฯ

อิมแพ็ค เดิมคือศูนย์กีฬาขนาดยักษ์ในพื้นที่ 70,000 ตารางเมตร ที่อนันต์สร้างขึ้นเพื่อรองรับกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2541 เพื่อหวังที่จะดึงคนเข้ามาเห็นโครงการที่อยู่อาศัยในเมืองทองธานีให้มากขึ้น หลังเอเชียนเกมส์จบศูนย์กีฬาถูกพัฒนาเป็นศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่  กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบางกอกแลนด์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (เช่นเดียวกับ  The Challenger ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2547)   

พร้อมๆ กับการทยอยขายทรัพย์สินและที่ดินในโครงการเมืองทอง และนอกโครงการอีกหลายโครงการเพื่อใช้หนี้และเอามาทำโครงการต่อ รวมทั้งพลิกแนวคิดในการทำธุรกิจจากการสร้างเพื่อ “ขาย” กลายเป็นสร้างเพื่อ “เช่า” เร่งสร้างกระแสเงินสด ไม่ว่าจะเป็นอิมแพ็ค โรงแรม ธุรกิจค้าปลีก พร้อมๆ กับการปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่มีแบงก์กรุงเทพเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่

อนันต์หายหน้าจากสังคมไปพักใหญ่เกือบ 12 ปี ก่อนจะหวนกลับมาประกาศลุยวงการอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งในปี 2553 เขาพูดในงานแถลงข่าวครั้งนั้นว่า ตอนนี้เขาเป็นอิสระจากหนี้สินทั้งหมดแล้วและพร้อมกลับคืนสู่วงการอีกครั้งหนึ่ง

10 ปี หลังจากนั้น โครงการต่างๆ ในเมืองทองธานีในส่วนที่ดินที่ยังเหลืออยู่ของอนันต์ ทยอยเปิดโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่คราวนี้ไม่ได้หวือหวาเหมือนที่ผ่านมา

 เขาเคยบอกว่า ในยุคก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 เกมธุรกิจของเขาเหมือนคนเล่นเทนนิส ที่ต้องอาศัยการโต้ตอบที่รวดเร็ว ฉับไว แต่มา 10 ปีหลังนี้เขาเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟ คือสุขุม รอบคอบมากขึ้น เล็งให้มั่นใจก่อนตีลูกออกไป

ตะวันขึ้นที่เมืองทองธานี

วันนี้ อนันต์ในวัย 78 ปี ยังอยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทบางกอกแลนด์ และยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท

หลายปีมานี้เมืองทองธานีมีรายได้และเม็ดเงินกำไรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า เมื่อปี 61 (31/3/61) มี รายได้ 10,136 ล้านบาท กำไร 1,230 ล้านบาท  ส่วนปี 2562  (31/3/62)  8,967 ล้านบาท กำไร 1,815 ล้านบาท

รายได้หลักจะมาจาก 4 กลุ่มหลัก คือ 1. อสังหาริมทรัพย์  2. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์การประชุม

และโรงแรม 3. ค้าปลีก 4. บริหารอาคารอื่นๆ โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจาก 2 กลุ่มแรกเกือบ 90%

เป็นเมืองใหญ่ที่ผังเมืองอาจจะไม่ได้สวยงามสมบูรณ์แบบนัก แต่วันนี้เมืองทองธานีมีคนอาศัยแล้วประมาณ 3-4 หมื่นครอบครัว มีคนอาศัยประจำไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่ สนามกีฬา โรงแรม 3-4 โรงแรม กรมที่ดิน และศูนย์บริการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

อีกประมาณ 2 ปีจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายเข้ามาในโครงการนี้ด้วยอีก 2 สถานี  ได้แก่ สถานี MT-01 ตั้งอยู่บริเวณอิมแพ็คชาเลนเจอร์ (Impact Challenger) และสถานี MT-02 ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทะเลสาบเมืองทองธานี

เมืองทองธานี เพิ่งได้ฤกษ์เปิดตัวศูนย์การค้าแห่งแรก

นอกจากร้านค้าจำนวนมาก คอมมูนิตี้มอลล์ขนาดเล็กและตลาดนัดแล้ว ในเมืองทองยังไม่เคยมีศูนย์การค้า ไม่เคยมีโรงภาพยนตร์ 

จนกระทั่งวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา บางกอกแลนด์เปิดตัวโครงการ “คอสโม บาซาร์” ช้อปปิ้งมอลล์ ในพื้นกว่า 1 แสนตารางเมตรในเมืองทองธานี

 “คอสโม บาซาร์”  คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญตัวหนึ่งในบางกอกแลนด์ และเป็นสิ่งที่อนันต์เคยประกาศอย่างมุ่งมั่นตั้งแต่เริ่มสร้างโครงการว่า ในโครงการต้องมีศูนย์การค้า หรือช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่  เพื่อทำให้ความเป็นเมืองสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ผ่านไป 30 ปี โครงการนี้ก็ได้เกิดขึ้น โดยมีภิญโญ ทองเจือ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บางกอกแลนด์ เอเจนซี่ จำกัด (บริษัทในเครือ บมจ.บางกอกแลนด์) เป็นผู้บริหาร บนพื้นที่ทั้งหมด 102,460 ตร.ม. แบ่งเป็น 2 อาคารสูง 10 ชั้น ประกอบด้วยร้านค้าชั้นนำกว่า 300 ร้าน

แม่เหล็กสำคัญคือ โรงหนังเอสเอฟ ซีเนม่า จำนวน 5 โรง รวมทั้งร้านแม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. Jetts 24 Hour Fitness สถานออกกำลังกายแนวใหม่เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ใช้งบลงทุนทั้งหมดประมาณเกือบ 3,000 ล้านบาท

ภิญโญเล่าว่าอนันต์ในวัย 78 ปี ยังเป็นคนดูรายละเอียดโครงการนี้ด้วยตัวเอง และคอยเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำต่างๆ ตลอดเวลา

เมืองทองยังพัฒนาต่อไม่ยอมจบง่ายๆ

วันนี้ภาพการก่อสร้างในเมืองทองยังไม่หมดลงง่ายๆ บางโครงการเจ้าของเป็นนักลงทุนรายอื่นที่ซื้อที่ดินไปพัฒนาในยุควิกฤต บางโครงการเป็นของบางกอกแลนด์เอง

โครงการที่กำลังก่อสร้างและอยู่ในแผนก่อสร้างในเมืองทอง เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร หรือ City Campus เฟสที่ 2, โครงการธีมปาร์ค ซึ่งเป็นโครงการสวนน้ำและพลาซ่าริมทะเลสาบเมืองทองธานี, โรงแรมเก่าอีสตินเลคไซด์ ที่กำลังรอทุบทิ้งเพื่อสร้างอาคารใหม่ขยายเป็น 386 ห้องพัก

นอกจากนั้น บริษัทแสนสิริได้ร่วมทุนกับ BTS ซื้อที่ดินตลาดนัดมะลิในเมืองทองธานี ประมาณ 20 ไร่ เพื่อเตรียมสร้างโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่อีกด้วย

 การดูแลรักษาเมือง สร้างสิ่งแวดล้อม ให้น่าอยู่ ทำอย่างไรให้รถไม่ติด สะอาด และปลอดภัย เป็นเรื่องที่อนันต์ต้องให้ความสำคัญไปพร้อมกับการ “สร้างวัตถุ”  

กว่า 3 ทศวรรษที่อนันต์ทุ่มเวลาให้กับโครงการเมืองทองธานี  วันนี้ดูเหมือนว่าเมืองทอง “รอดแล้ว”  แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ “วิกฤต” การเงิน ช่วง 20 ปีก่อนยังอยู่ในความทรงจำของเขา 

ส่วนในอนาคตทำอย่างไรให้เมืองทองธานี เป็น “เมือง” ที่สมบูรณ์แบบ เป็นการพิสูจน์ฝีมือของเขาในการบริหารจัดการที่สำคัญอีกครั้งเหมือนกัน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer