สุขสยาม ในเมือง ไอคอน สยาม มีดีตรงไหน และสำเร็จเพราะอะไร ? (วิเคราะห์)

หลังจาก “ไอคอนสยาม” ได้เปิดประตูเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา มานานเกือบครึ่งปี 

ต้องยอมรับว่าจุดที่มีคนเข้าไปเยือนอย่างคึกคัก และถ่ายรูป“ เช็กอิน”ลงโซเชียลกันอย่างสนุกสนานคือ “สุขสยาม”  บริเวณชั้นล่างสุด หรือชั้น G ของ ‘ไอคอนสยาม’

คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ “โอ๊ต” ชยะพงส์  นะวิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการสุขสยาม ลูกชายของลักขณา นะวิโรจน์ อดีตรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นมากว่า 30 ปี

ชยะพงส์เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัยแห่งเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยไปเป็นนักวิเคราะห์ของบริษัท บอสตัน คอลซัลติ้ง กรุ๊ป ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันนี้กลับมารับผิดชอบ“สุขสยาม” ซึ่งกลุ่มคนที่เขาจะต้องติดต่อด้วยส่วนใหญ่คือ ชาวบ้าน, เอสเอ็มอีรายเล็กๆ และกลุ่มเกษตรกรจากจังหวัดต่างๆ

เขาเล่าให้ Marketeer ฟังว่า เพราะคุณแม่ชอบลงไปคลุกคลีกับชาวไร่ ชาวสวน มานานตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก การไปสวนเดินตลาดและสัมผัสกับกลุ่มคนเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาคุ้นเคยมาก่อนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ

กลับจากอเมริกาก็ได้เข้าไปรับผิดชอบบริษัทของครอบครัวคือ บริษัท เอ-เบสท์ จำกัด ที่ตั้งอยู่ในตลาดไท เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการนำผลิตผลทางการเกษตรประเภทผักผลไม้ที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตผลที่ดี

ลักษณะงานอาจจะเหมือนอยู่ปลายน้ำ ไม่จำเป็นต้องเจอแหล่งผลิตต้นน้ำเลยก็ได้ แต่เขากลับขอเจอเบอร์ 1 ของทุกพืชผลในตลาดไท เพราะอยากรู้ว่าฟักทอง กะหล่ำปลี คะน้า ที่ดีที่สุดมาจากไหน แล้วก็เดินทางไปดูถึงแหล่งผลิตเลย

เป็นช่วงอายุ 25-26 ปี ที่เดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อเจอกับชาวบ้านเยอะมากๆ หลังจากนั้น เอ-เบสท์ ก็มีทั้งเกษตรกรของตัวเองและฟาร์มลูกข่าย (Contact Farming) โดยนำเอาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้กับภาคเกษตร กลายเป็นอาวุธสำคัญในการลดต้นทุน และสามารถผลิตสินค้าที่ใช่ให้มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ จนทำให้เอ-เบสท์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สุขสยาม งานขาย ความสุข 

ชยะพงส์กล่าวว่าโจทย์ที่ได้รับมาจากคุณแป๋ม (ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด) ก็คือ ต้องการให้ดีไซน์พื้นที่รีเทล 15,000 ตารางเมตร หรือจำนวน 10 ไร่ บริเวณชั้น G ให้สะท้อนถึงความเป็นไทยและต้องสร้างให้แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่เคยมีอยู่

คือความท้าทายที่ทำให้เขาลาออกจาก เอ-เบสท์เพื่อมารับผิดชอบโครงการนี้อย่างเต็มตัว

แล้วอะไรคือความเป็นไทย ธรรมชาติของคนไทยส่วนใหญ่ยังยิ้มได้ ยังมีความสุข แม้จะต้องเจอกับปัญหาต่างๆ มากมาย แล้วความสุขนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งก็ค้นพบว่าความสุขของคนไทยเกี่ยวข้องกับหลายๆ มิติ เช่น

“สุขแซ่บ”มีความหลากหลายของอาหารไม่เหมือนใคร  “สุขเสน่ห์” เสน่ห์ของคนไทยที่ยากจะลอกเลียน รวมไปถึงความสวยงามของของสถาปัตยกรรมต่างๆ “สุขสร้างสรรค์” ในความเป็นไทยเราก็พยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น “สุขสืบสาน” การสืบสานให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยภาคต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร

“สุขสัมพันธ์” คือความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของวัฒนธรรมต่างๆ ระหว่างชุมชน  และ ”สุขสนุก” คนไทยมีความสนุกสนานร่าเริง

ทุกอย่างเลยลงตัวกับคำว่า “สุขสยาม” สถานที่ที่ต้องการให้ความสุขในทุกมิติมารวมกัน ด้วยการรวบรวมร้านค้าท้องถิ่นที่มีอยู่จริงในหมู่บ้านหรือในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเปิด และรวบรวมงานศิลปะ หัตถกรรม เวชศาสตร์ การแสดงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ มาไว้ด้วย

ทุกอย่างต้องเป็นของแท้และเป็นต้นตำรับดั้งเดิมที่แท้จริง ที่สุขสยามต้องการให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและระดับโลก

“ในพื้นที่”บริเวณชั้น G  ปกติแล้วจะเป็นทำเลทองของการปล่อยเช่า แต่เราเอามาทำเลย์เอาต์ดีไซน์เป็น 4 ภาค เพื่อสร้างความเป็นเมืองที่ต่างจากการดีไซน์พื้นที่ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป การบริหารจัดการในเรื่องของการคัดเลือกร้านค้าต่างๆ เข้ามา เอาใครเข้า ใครออก  ต้องมุนเวียนสับเปลี่ยนตลอดเวลา กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ”

แต่ละวันมีประมาณ 300 กว่าร้านค้าที่เป็นชาวบ้านจริงๆ เข้ามาขาย โดยแบ่งเป็นร้านที่เช่าประมาณ 2 อาทิตย์ ประมาณ 50%  ส่วนที่เช่าเป็นรายเดือนประมาณ 30% ส่วน ที่เช่าระยะยาว 1-3 ปี มีประมาณ  20%

เราต้องการให้ร้านค้าในนี้ได้โชว์สินค้าของเขาให้คนจากทั่วโลกได้เห็น เพราะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาเยอะมากในแต่ละวัน เราหวังจะให้เขาเป็นสินค้าจาก Local สู่ Global ได้จริงๆ โดยเราพร้อมเป็นเวทีให้”

ซึ่งตอนนี้หลังจากร้านกาแฟหม้อดิน ลุงเงิน เปิดขายที่สุขสยามไม่กี่เดือน ตอนนี้ สู่ Global ไปแล้ว เพราะมีเศรษฐีนีชาวอินโดนีเซียคนหนึ่ง ชวนไปเปิดร้านที่โน่น 

เขายอมรับว่าบางครั้งก็อยากให้ร้านค้าบางรายอยู่นานๆ แต่บางครั้งก็อยากให้เขาได้หมุนเวียนออกไปเปิดโอกาสให้สินค้าใหม่ๆ ของชาวบ้านรายอื่นๆ เข้ามาบ้าง ซึ่งตรงนี้ต้องหาจุดที่ต้องสมดุลกัน  โดยสุขสยามได้ทำงานร่วมกับกรมพัฒนาชุมชนด้วยเพื่อช่วยในการคัดเลือก”ตัวจริง” เข้ามาในโครงการ 

ส่วนราคาค่าเช่า ในช่วงตอนนี้ยังไม่กล้าตั้งสูงมาก เพราะกลัวชาวบ้านไม่กล้าเข้ามา  ราคาค่าเช่าบูทที่มีพื้นที่ขนาด 2 คูณ 2 เมตร ค่าเช่าประมาณ 1-2.5 พันบาทต่อวัน

 แบ่งสัดส่วนผู้ประกอบการประเภท Food  65% เช่น ร้านค้าอาหารเครื่องดื่ม ทั้งคาวและหวาน และประเภท Non Food 35% เช่น สินค้าประเภทงานศิลปะ หัตถกรรม และบริการ

ชยะพงส์บอกว่าตัวเลขคนที่เข้ามาเดินในสุขสยามเฉลี่ยแล้วประมาณ 5 หมื่นคนต่อวัน  ช่วงกลางวันส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาตกเย็นคนไทยจะมากขึ้น ช่วงสุดสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะเท่าเดิม แต่คนไทยจะเข้ามามากขึ้น และในช่วงงานเทศกาลใหญ่ต่างๆจะมีคนเข้ามาเกิน 1 แสนคนแน่นอนต่อวัน

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เป็นคนจีนฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์  เป็นกลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างสูงและเดินทางมาท่องเที่ยวกันเอง ไม่ได้มากับกลุ่มทัวร์

ถามว่าพึงพอใจแค่ไหนกับการตอบรับของลูกค้าในสุขสยาม ชยะพงส์บอกว่า ยังให้แค่เกรดบี เพราะอยากพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในเรื่องต่างๆ เช่น

1. ต้องการให้มีร้านค้าจากโลคอลไปโกลบอลเกิดขึ้นเรื่อยๆ

2. ต้องการสืบทอด story telling ของร้านค้าต่างๆ ให้มากกว่านี้

3. มีการดูแลลูกค้าในภาษาต่างๆ ได้มากขึ้น

4. มีการจัดร้านค้ายอดนิยม เช่น จัด Top 50 แล้วมาดูกันใหม่ว่าร้านไหนควรจะอยู่นานขึ้นเพราะลูกค้าต้องการให้อยู่

“คือเราไม่ได้ทำรีเทลอย่างเดียว มีตัวอย่างแบรนด์หนึ่งที่ผมชื่นชอบมาก คือดิสนีย์ ถามว่าเขาเป็นรีเทลเลอร์ไหม ใช่ เขาเป็น แต่ขณะเดียวกันเขาก็เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ให้คนมีความสุขไปด้วย ซึ่งพอคนมีความสุขก็พร้อมที่จะจ่าย เลยอยากย้ำว่า สุขสยามคือเมือง คือวิถีชีวิต เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์ ที่เราให้ความสำคัญมากกว่าแค่ปล่อยพื้นที่เช่าให้หมดอย่างเดียว”

เขาคาดว่าอีกประมาณ 1-2 ปี สุขสยามต้องเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นกว่านี้แน่นอน โดยทุกอย่างถูกบริหารภายใต้กรอบของ “ความสุข” ซึ่งนอกจากการอัดงบทางด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ ผ่านกิจกรรมต่างๆเข้าไปแล้ว

สิ่งที่น่าจะยั่งยืนกว่าคือ “ออแกนิกส์เอนเตอร์เทนเมนต์” หมายถึงวิถีชีวิตในสุขสยามที่เกิดขึ้นเองในแต่ละวัน และจาก story telling ของร้านค้าต่างๆ ที่ทำให้คนที่เข้ามามีความสุข   

“Rome wasn’t built in a day. เหมือนกันครับ สุขสยามไม่ได้สร้างภายในวันเดียว เรามีอะไรต้องทำอีกมากครับ”

ชยะพงส์ ยืนยันอย่างมั่นใจ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer