Gloria Jean’s Coffees ส่ง EXPRESSO สู้ศึกตลาดร้านกาแฟในปั๊ม (วิเคราะห์)

“กาแฟ” เครื่องดื่มอันหอมกรุ่น ที่ปัจจุบันผู้บริโภคอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเลือกเป็น 1 ในชอยส์ที่ต้องดื่มทุกวัน

ข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์เมื่อปี 2560 เคยระบุไว้ว่า ตลาดร้านกาแฟในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 21,220 ล้านบาท

และเราเชื่อว่ามูลค่าของตลาดโตขึ้นเรื่อยๆ ที่ปีนี้คาดว่าน่าจะแตะหรือเกิน 30,000  ล้านบาท เพราะเห็นได้จากเชนร้านกาแฟทั้งเจ้าเล็ก เจ้าใหญ่ หรือแบรนด์อินดี้ กระโดดลงมาร่วมชิงแชร์ในตลาดธุรกิจกาแฟด้วยกลยุทธ์ทั้งเรื่องของโลเคชั่น รสชาติ และความครีเอตของร้านเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค

“Gloria Jean’s Coffees” เชนกาแฟพรีเมียมที่มีต้นกำเนิดจากออสเตรเลีย เข้ามาบุกตลาดไทยตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2550 หรือเมื่อ 12 ปีก่อน แต่ชื่อชั้นอาจจะไม่คุ้นหูในหมู่ผู้บริโภคมากนัก เพราะมีสาขาในปัจจุบันเพียง 12 สาขาเท่านั้น

มาในวันนี้ กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ ที่เคลมว่าตัวเองอยู่ในชั้นพรีเมียมระดับเดียวกับสตาร์บัคส์ ขอลงสู้ศึกร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน ด้วยการส่งแบรนด์ลูกอย่าง “EXPRESSO BY Gloria Jean’s” ลงสนามในปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์

“และต่อจากนี้ไปผู้บริโภคจะต้องรู้จักกลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ มากขึ้น” คำพูดของ รจนา หอมสิ้น ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ ประเทศไทย บอกกับ Marketeer ในการสัมภาษณ์กลุ่มในวันนี้

ผลัดเปลี่ยนเจ้าของสู่กลุ่มธุรกิจโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง

“Gloria Jean’s Coffees” เข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยบริษัทที่ผลิตซอสปรุงรสอย่าง “ง่วนเชียง” โดยตั้ง บริษัท พรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ในไทย ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ส่งต่อมายังลูก แต่รุ่นลูกไม่ได้อยากที่จะทำต่อจึงขายธุรกิจให้เจ้าของคนปัจจุบัน “สิโรตม์ ตันนาภัย” ที่เป็นกลุ่มเจ้าของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง และเป็นคอกาแฟพอดี

และได้ดึงตัว “รจนา หอมสิ้น” ผู้ที่มีประสบการณ์ในในเชนร้านกาแฟดังอย่าง ‘สตาร์บัคส์’ กว่า 8-9 ปี ที่ตำแหน่งสุดท้ายคือ marketing star team มานั่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการพรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ

ยอดรายได้เติบโต แต่แค่พรีเมียมยังไม่พอ

รจนากล่าวว่า 3 ปีหลังจากที่กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ เปลี่ยนมาอยู่ในมือผู้บริหารคนใหม่ สาขาจากเดิมที่มีเพียง 2 สาขา ก็เพิ่มมาเป็น 12 สาขาในปัจจุบัน แบ่งออกเป็นเจ้าของเอง 4 สาขา และแฟรนไชส์อีก 8 สาขา (ซื้อไปแล้วดำเนินการเอง 2 สาขา คือที่ show dc และท่าเตียน กับซื้อไปแล้วให้บริหารให้ 6 สาขา)

เพอร์ฟอร์แมนซ์ของบริษัทเริ่มเห็นผลตอบแทนที่ดีขึ้น หากเทียบยอดขายจากปีที่ผ่านมากับปีก่อนหน้า บริษัทฯ มียอดขายเติบโตขึ้น 30%

โดยเฉพาะสาขาในสนามบินทั้งที่ดอนเมือง 2 สาขา สุวรรณภูมิ 2 สาขา และภูเก็ต 1 สาขา

“ยกตัวอย่างยอดขายสาขาเล็กในสนามบินสุวรรณภูมิจาก 1.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์”

แต่ดูเหมือนว่าแค่ทำกาแฟพรีเมียมแบรนด์เดียวคงไม่พอ เพราะแม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อลองดูข้อมูลงบการเงินที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็ยังเป็นตัวแดงที่ขาดทุนอยู่ดี เพียงแต่ขาดทุนน้อยลงเท่านั้น

Gloria Jean’s Coffees ส่งแบรนด์ลูกลุยปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ และต่อจากนี้คนต้องรู้จักมากขึ้น

เพราะต้องการให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากกว่าเดิมหลังจากอยู่ในวงการธุรกิจกาแฟมานาน กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ จึงต้องหาโมเดลธุรกิจเพิ่มเติมที่จะมาช่วยเติมรายได้เข้าพอร์ต

หนึ่งในโมเดลที่ไปได้เร็วและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น คือ การไปจับมือกับสถานีบริการน้ำมัน เพราะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ

กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ จึงส่งแบรนด์ลูก “EXPRESSO by Gloria Jean’s” เปิดให้บริการเฉพาะใน “ปั๊มนํ้ามันคาลเท็กซ์” ที่มีสาขามากกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ โดยได้เซ็นสัญญาแบบเอ็กคลูซีฟแบบเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเจาะกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น คล่องตัว และทันสมัย

ตอนนี้เปิดให้บริการแล้ว 5 สาขา สิ้นปีจะเปิดเพิ่มเป็น 10 สาขา ขณะที่ปี’62 ตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มขั้นต่ำอีก 50 สาขา (โดยมี 10 สาขาเป็นโมเดลของแบรนด์บริหารเอง นอกนั้นจะเป็นแฟรนไชส์)

ตั้งราคาขายอยู่ที่แก้วละ 45-65 บาท ขณะที่แบรนด์แม่ราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 บาทขึ้นไป

ปีหน้าลุยเต็มสูบแบรนด์แม่มาในคอนเซ็ปต์ใหม่-มองกลุ่มใหม่ลุยตามสถานีขนส่ง

ขาหนึ่งข้างเป็นของแบรนด์ลูกที่เจาะตลาดเดียวกับอเมซอน-อินทนิล ขณะที่อีกข้างเป็นแบรนด์แม่ ที่รจนาระบุว่าทั้งสองแบรนด์จะเดินไปด้วยกัน

ปีนี้กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ แบรนด์แม่จะยังไม่มีการขยายสาขาเพิ่ม แต่ในปีหน้าจะเป็นการมาในคอนเซ็ปต์ใหม่ “Good Cup” ตามนโยบายบริษัทแม่ที่ออสเตรเลียที่เริ่มมีการปรับใช้ในบางประเทศแล้ว ซึ่งคอนเซ็ปต์ใหม่นี้จะเป็นการรีโนเวตร้านให้ทันสมัยมากขึ้น

โดยตั้งเป้าเปิดร้านกลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ ไตรมาสละ 1 สาขา ที่อาจมองว่าเปิดสาขาน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับคู่แข่งแบรนด์อื่น และตั้งเป้ารายได้โตไม่น้อยกว่า 20%

นอกจากนี้ ยังเตรียมพาแบรนด์กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ เข้าศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่เชื่อว่าน่าจะมีช่องให้แบรนด์ได้ลงไปทำตลาดได้บ้าง

และเตรียมแตกแบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์โดยมีนามสกุล by Gloria Jean’s ห้อยท้าย เจาะตลาดสถานีขนส่ง สถานีรถไฟฟ้าต่างๆ

ทำให้ในอนาคต พรีโม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จะมีแบรนด์ธุรกิจกาแฟในมือ 3 แบรนด์ที่เจาะตลาดผู้บริโภคที่แตกต่างกันไป

ตลาดรวมของธุรกิจร้านกาแฟจะโตเยอะ แต่กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ ขอมาร์เก็ตแชร์แค่ 1-2%

ส่วนจะทำได้หรือไม่คงต้องวัดฝีมือของแม่ทัพ และผู้บริหารทีมใหม่รายนี้ ที่น่าจับตาไม่น้อยทีเดียว

รจนายังระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคกาแฟเปลี่ยนไป คนที่ดื่มกาแฟมีอายุน้อยลงโดยเริ่มดื่มกาแฟที่อายุ 18 ปี และปัจจุบันกลุ่มลูกค้าไม่ได้มองเรื่องราคาเป็นปัจจัยหลักแล้วแต่จะมองเรื่องของ

1. ความสะดวก

2. ความสม่ำเสมอของรสชาติ

3. การบริการ

—-

กลอเรีย จีนส์ คอฟฟี่ แบรนด์กาแฟระดับพรีเมียม ที่มีต้นกำเนิดจากออสเตรเลีย ปัจจุบันมีมากกว่า 800 สาขา ใน 50 ประเทศทั่วโลก

—-

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer