“IMAX VR” แม็กเน็ตชิ้นใหม่ของเมเจอร์

เมเจอร์เปิดตัวแม็กเน็ตชิ้นใหม่ “IMAX VR” ให้เอไอเอสเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ เชื่อดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าคนใช้หนึ่งแสนในปีแรก ส่วน IMAX ปีนี้เตรียมขยายอีก 2 แห่ง ด้านเตรียมขยายอีก 100 จอเชื่อตลาดยังมีความต้องการที่สูงอยู่

วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการร่วมทุนกับ ไอแม็กซ์ คอร์ปอเรชั่น ในสัดส่วน 50:50 นำเทคโนโลยี Virtual reality (VR) มาต่อยอดในโรงภาพยนตร์ ภายใต้ชื่อ “IMAX VR” ที่โรงภาพยนตร์สยามพารากอน โดยให้เอไอเอสเป็นเนมมิ่งสปอนเซอร์ ภายใต้ชื่อว่า “AIS IMAX VR”

สำหรับ IMAX VR ที่นี่เปิดเป็นแห่ง 7 ต่อจาก ลอสแองเจลิส, นิวยอร์ก 2 สาขา, โตรอนโต, อังกฤษและเซียงไฮ้ โดยไอแม็กซ์ คอร์ปอเรชั่น ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 10 แห่งภายในอีก 18 เดือน

จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีความแปลกหม่เช่นวัยรุ่น, First Jobber และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีให้เล่น 8 ห้อง 7 เกมส์ 2 ราคา คือ 250 และ 650 บาท

การเปิด IMAX VR ถือเป็นแม็กเน็ตชิ้นใหม่ของเมเจอร์ จะช่วยให้ยอดทราฟฟิกของ IMAX เพิ่มขึ้น อีกทั้งเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ และสร้างอานิสงค์ให้กับสินค้าอื่นๆด้วย โดยตั้งเป้ามีลูกค้า 100,000 รายในปีแรก

โรง IMAX เปิดมาแล้ว 20 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 แห่ง รวม 2,500 – 3,000 ที่นั่ง ในปีนี้เตรียมเปิดอีก 2 สาขา โดยในเดือนพฤษภาคมจะเปิดที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และในเดือนตุลาคม ที่ไอคอนสยาม แต่ละโรงจะมีประมาณ 400-500 ที่นั่ง ใช้งบลงทุนมากกว่าโรงปรกติ 8 เท่าที่ใช้ประมาณ 15-20 ล้านบาทต่อโรง โดยรายได้ของ IMAX คิดเป็นสัดรายได้ประมาณ 5-10% ของเมเจอร์

ส่วนโรงปรกติเตรียมเปิดอีก 100 จอ จากปีก่อนที่มีประมาณ 800 จอ โดยมีรายได้โต 6% แบ่งสัดส่วนเป็นค่าตั่วที่ขายไปประมาณ 3 ล้านใบกับค่าป๊อบคอน 75% อีก 10% กว่าๆมาจากค่าโฆษณา และที่เหลือมาจากค่ารีเทล โดยปีนี้ตั้งเป้าโต 10%

ที่ปีแล้วในเมืองจีนมีการเปิดโรงภาพยนตร์ใหม่กว่า 8,000 จอ ทำให้วันนี้เมืองจีนมีรวมกันทั้งหมด 52,000 จอ มากกว่าอเมริกาที่มีเพียง 32,000 จอ เมื่อเทียบกับเมืองไทยที่มีรวมกันทุกแบรนด์ประมาณ 1,200 จอ นี่แสดงให้เห็นว่าตลาดเมืองไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ส่วนคำถามที่ว่าออนไลน์สตรีมมิ่งเข้ามาแล้วโรงภาพยนต์จะตายไหมวิชาตอบว่าไม่ตายแน่นอนเพราะผู้บริโภคยังต้องการมาดูจอใหญ่และเร็วกว่าเนื่องจากกว่าจะเข้าไปในออนไลน์ สตรีมมิ่งก็ต้องใช้เวลาสักพัก จึงถือเป็นจุดได้เปรียบของโรงภาพยนยนต์

แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการปรับตัวอยู่เฉยๆไม่ได้ ในช่วงนี้เมเจอร์กำลังทดลองตลาดกับโปรโมชั่นรูปแบบใหม่ ที่จ่ายเพียง 200 บาทต่อเดือนก็ดูหนังได้ทุกเรื่องที่สาขารัชโยธิน จับกลุ่มนักศึกษาโดยเฉพาะ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของเมเจอร์เป็นกลุ่มวัยนรุ่นกว่า 50% ที่เหลือ 35% เป็น First Jobber สุดท้ายเป็นกลุ่มครอบครัว

โดยเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยดึงคนจากออนไลน์มาออฟไลน์ เพราะจะมีการโปรโมทในออนไลน์แล้วตึงคนให้มาที่ออฟไลน์ คาดว่าจะใช้เวลาทดสอบอีก 2 เดือนถึงจะได้ข้อสรุป รวมถึงภายในอีก 2 เดือนจะเปิดตัวบริการใหม่อีกด้วย


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer