“Dancing with Disruption” คือความสวยงามของการขยับปรับตัวของเหล่าบรรดาองค์กรและภาคธุรกิจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกเทคโนโลยีที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งคงมีแต่องค์กรที่ปรับตัวและสนุกไปกับการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะอยู่รอด…

แนวคิดที่ว่านี้ตรงกับหนึ่งในกรณีศึกษาล่าสุดของวงการ “ประกันภัย” ที่ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำเอาเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) อัพเกรด “ประกันรถยนต์ เปิด-ปิด” สู่ประกันอัจฉริยะ ซึ่งช่วยลดค่าเบี้ยประกันให้กับลูกค้า “จ่ายตามจริง ไม่ขับไม่ต้องจ่าย” ช่วยเซฟค่าเบี้ยสูงสุดได้ถึง 40%

ความร่วมมือในครั้งนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ร่วมจับมือ Partners ชั้นนำด้านเทคโนโลยี อย่าง AIS เพื่อใช้งานโครงข่าย NB-IoT ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และ AWS ในส่วนของงานระบบคราวด์เพื่อเป็นฐานข้อมูลและประมวลผล

InsurTech นิยามใหม่ของวงการประกันภัย
“ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ ด้วยเทคโนโลยี”

เทพพันธ์ อัศวะธนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมชี้ให้เห็นแนวทางในการพัฒนาธุรกิจประกันภัยของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสิทธิภาพ ตอบโจทย์และเข้าถึงผู้ใช้งานยุคใหม่มากขึ้น อีกทั้งยังมองว่า ตลาดประกันยังเต็มไปด้วยโอกาส

ยกตัวย่างเช่น ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ไต้หวัน ฮ่องกง เมื่อนำสัดส่วนเบี้ยประกันเทียบกับ GDP รวมมีสัดส่วนอยู่ที่ 20% ในขณะที่ประเทศไทยมีเบี้ยประกันคิดเป็นเพียง 5% เท่านั้น

“ตลาดยังอีกกว้าง อยู่ที่เราจะจูงใจลูกค้าอย่างไรมากกว่า”

โดยเฉพาะในส่วนของประกันรถยนต์ ปัจจุบันมีรถยนต์ในไทยที่จดทะเบียนมากกว่า 15 ล้านคัน แต่มีเพียงแค่ 7.5 ล้านคันเท่านั้นที่เลือกทำประกันภาคสมัครใจ

ตัวเลขเปอร์เซ็นการทำประกัน บอกอะไรเรา?

เทพพันธ์ ชี้ให้เห็นถึงทฤษฎี ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์ เรื่องของความปลอดภัย (Safety) ถือเป็นความต้องการลำดับ 2 ต่อจากความต้องการทางกายภาพที่มนุษย์พึงมี ซึ่งเป็นบันไดสู่ ความสมบูรณ์ของชีวิต (self-actualization) ตามขั้นของพีระมิด ของมาสโลว์

เมื่อเรารู้สึกปลอดภัยมั่นคงด้วยการมีหลักประกันในทุกๆ ด้านเพียงพอแล้ว ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาชีวิต รวมถึงในระดับภาคเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นกลุ่มประเทศชั้นนำของโลก มีตัวเลขผู้ทำประกันเกินกว่าค่าเฉลี่ย

‘InsurTech’ จะเกิดขึ้นได้ ต้องคิดอย่างมีกระบวนการ

สำหรับแนวทางด้านนวัตกรรมของไทยวิวัฒน์เพื่อมุ่งสร้าง InsurTech ให้เกิดขึ้นจริง ต้องยึด ลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลางในการพัฒนา (Consumer centric) มองหาสิ่งที่ลูกค้าต้องการซึ่งมีลักษณะพฤติกรรมที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

• Fit My Lifestyle: ต้องการสิ่งที่เหมาะสมกับตนเอง และสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างลงตัว
• I Can Trust: สิ่งที่ลูกค้าเลือกใช้ต้องได้รับการพิสูจน์ ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ไว้ใจได้และใช้งานได้จริง
• Complete in One: ลูกค้าต้องการความสะดวก สินค้านั้นต้องตอบโจทย์ในหลายมิติ ครบวงจรในหนึ่งเดียว

และพัฒนาเป็น Thaivivat Innovation Model แนวทางการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีที่สุด ซึ่งจะต้องประกอบไปด้วย 3 ลักษณะ

• Personalized: ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ทำขึ้นมาเพื่อลูกค้ารายบุคคล ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่ต่างกัน
• Reliable: มีการทดลองและทดสอบว่ารองรับทุกสถานการณ์ที่ลูกค้าอาจประสบได้
• End-to-End: ต้องตอบโจทย์ทุกกระบวนการใช้งานของผู้บริโภคเพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น

ALL NEW ON-OFF INSURANCE 2019”
ประกันรถยนต์ รายแรกของโลกที่นำนวัตกรรม
NB-IoT มาใช้

หลังจากไทยวิวัฒน์ เปิดตัว ประกันรถเปิดปิด เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2016 สามารถสร้างเสียงฮือฮาให้กับวงการประกันภัยเป็นอย่างมาก ด้วยฟีเจอร์การเปิดประกันเมื่อใช้รถและปิดเมื่อไม่ใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น และคิดเงินตามการใช้งานจริง

ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมการใช้จ่าย ได้รับการคุ้มครองเท่าเดิม รวมถึงเป็นการฉีกกฎการซื้อประกันรถแบบรายปีที่คนใช้รถน้อยรู้สึกไม่คุ้มค่าทิ้งทั้งหมด ด้วยแนวคิด “ไม่ขับ ไม่ต้องจ่าย”

และในแต่ละปียังได้ออกเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การนำเอาระบบ TBeacon และ USB TBeacon มาใช้เพื่อให้ระบบการเปิดปิดประกันทำได้แบบอัตโนมัติสะดวกยิ่งขึ้น แต่ยังมีจุดบอดทางเทคโนโลยีอยู่บ้าง เช่น ความยุ่งยากที่ต้องเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟนตลอดเวลา ใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ต รวมถึงปัญหาการลืมเปิดลืมปิดของผู้ใช้งานเอง

ทำให้ในปีนี้ ไทยวิวัฒน์ จึงเลือกพัฒนา TVI Connectขึ้นมา โดยใช้เทคโนโลยีจากอุปกรณ์ NB-IoT ไม่พึ่ง Bluetooth หรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตจากมือถืออีกต่อไป เพียงต่อเข้ากับช่องเสียบ USB ในรถ

 “อธิบายง่ายๆ TVI Connect คืออุปกรณ์ NB-IoT ไซส์เท่ากับรีโมตคอนโทรล เชื่อมต่อด้วย USB ในรถเท่านั้น และเมื่อเราสตาร์ทรถระบบประกันก็เปิดอัตโนมัติ ด้วยการยิงสัญญาณผ่านคลื่นความถี่ 900 ของ AIS ไปยังคราวด์ของ AWS และเมื่อดับเครื่องรถ ระบบก็สั่งปิดประกันให้อัตโนมัติเช่นกัน”

โดยผู้ใช้งาน TVI Connect ไม่จำเป็นต้องเปิดเบอร์กับ AIS ไม่ต้องจ่ายรายเดือนเพิ่ม เพียงแค่ซื้อแพ็กเกจประกันรถเปิดปิดกับทางไทยวิวัฒน์ มากกว่า 4 เดือนขึ้นไปก็จะได้รับ TVI Connect

ที่สำคัญโดยลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการใช้งานจาก แอปพลิเคชั่น Thaivivat Motor รวมถึงมีการส่ง Notification เพื่อแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการเปิดและปิดประกัน ออกแบบมาเพื่อแก้ไข pain point เรื่องลืมเปิดปิดประกันได้เป็นอย่างดี

และยังมาพร้อมกับแพ็กเกจประกันรถที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น มีให้เลือกทั้งประกันชั้น 3+ ชั้น 2+ และชั้น 1 พร้อมทั้งสามารถเลือกระยะเวลาการประกันภัยได้ตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน 4 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน  ได้ตามต้องการ หากมีการใช้รถที่ทำประกันเฉลี่ยไม่เกินวันละ 4 ชม. สามารถลดภาระค่าเบี้ยประกันไปได้ถึง 40% เพื่อเทียบกับค่าประกันแบบเหมาจ่ายรายปีแบบปกติ

Thaivivat Motor “ซูเปอร์แอปประกันภัย”

นอกจากความฮือฮาจากการเปิดตัว TVI Connect ไปกันแล้ว ไทยวิวัฒน์ยังได้พัฒนาตัวแอปพลิเคชั่น Thaivivat Motor ใหม่เพื่อให้เกิด End-to-End Solution จบทุกเรื่องประกันในแอปเดียว เริ่มตั้งแต่การปรับ UX/UI ใหม่เพื่อให้ใช้งานง่ายและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ลูกค้ายังสามารถตรวจสอบสถานะประกันเปิดปิดได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน โดยนอกจากนี้บนหน้าแอปยังแสดงข้อมูลการใช้งานแพ็กเกจ รวมถึงแจ้งเตือนผู้ใช้งานเมื่อมีการเปิดเปิดประกันอย่างอัตโนมัติ

พร้อมกับมีฟังก์ชันการแจ้งอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยจะส่งพิกัดไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุของไทยวิวัฒน์ในทันที เพื่อส่งทีมปฏิบัติการให้เดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุได้ไวที่สุด และเช็กพนักงานประกันได้อีกว่าเดินทางถึงจุดไหนแล้ว เพิ่มความอุ่นใจและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

โดยในแอปยังมีฟังก์ชันการค้นหาศูนย์ซ่อม โรงพยาบาล สถานีตำรวจ พร้อมยังนำทางได้ทันที นอกจากนั้น ยังมีฟังก์ชันสำคัญอย่างการเลือกต่ออายุ แผนประกันที่เราต้องการ และชำระค่าเบี้ยผ่านแอปพลิเคชั่นแบบออนไลน์ได้ทันที จบทุกอย่างได้ในที่เดียว

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ประกันรถเปิดปิด ไทยวิวัฒน์

ติดต่อได้ที่ Call Center โทร. 02-200-7000 หรือ เว็บไซต์ www.thaivivat.co.th
เช็กเบี้ยอัตโนมัติผ่าน LINE Thaivivat Insurance ได้ที่ @thaivivat

 

 

• ในปีนี้ ไทยวิวัฒน์ยังได้เปิดตัว LINE Chatbot ที่ LINE Official @Thaivivat สามารถตรวจสอบค่าเบี้ยและซื้อประกันรถเปิดปิด ได้เพียงแอดไลน์

• ประกันรถเปิดปิด ปัจจุบันมียอดขายกว่า 100,000 กรมธรรม์จากที่ตั้งเป้าไว้เพียง 10,000 กรมธรรม์ และมีอัตราการต่ออายุกรมธรรม์สูงถึง 80%

InsurTech ของ ไทยวิวัฒน์ ไม่หยุดแค่ประกันรถ แต่ยังรวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีไปปรับใช้กับประกันประเภทอื่นที่ทางบริษัทมี

เช่น ประกันสุขภาพ Active Health ที่สามารถใช้งานร่วมกับ Wearable Technology อย่าง Garmin และ Fitbit ส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกาย ยิ่งออกกำลังกาย เบี้ยยิ่งลดทันทีทุกเดือน

ประกันเดินทางเปิดปิด ที่ให้อิสระในการเดินทาง ไม่จำกัดประเทศ อายุผู้เดินทาง รวมถึงยังสามารถเพิ่มลดวันเดินทางได้แม้อยู่ต่างประเทศ และมีระบบผู้ช่วยฉุกเฉินทางการเดินทางและการแพทย์ทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานผ่านแอปพลิเคชั่นทั้งหมด

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer