อาหารสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดสินค้าอีกประเภทที่ขยับปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค โดยตามข้อมูลของ Euromonitor บริษัทสำรวจและคาดการณ์แนวโน้มตลาดชื่อดังอายุกว่า 40 ปี ระบุว่าเมื่อปี 2018 ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกสูงถึง 91,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.82 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 73% ของยอดขายในตลาดธุรกิจดูแลสัตว์เลี้ยง (Pet Care) ทั้งหมด และมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปีมาตั้งแต่ปี 2013

แยกย่อยลงไปในเรื่องสัตว์เลี้ยง ระหว่างปี 2013-2018 ยอดขายอาหารแมวโตกว่าอาหารสุนัขเล็กน้อยที่ 2% และ 1.5% ตามลำดับ เพราะด้วยการขยายตัวของเมือง การอาศัยอยู่ในที่พักขนาดกะทัดรัด เช่น คอนโดมิเนียม กันมากขึ้น และเวลาว่างที่มีอยู่จำกัด ทำให้คนยุคนี้ทั่วโลกนิยมเลี้ยงแมวมากกว่าหมา

5 ปีที่ผ่านมาคนทั่วโลกเลี้ยงแมวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6% ปี โดยมีแถบเอเชีย-แปซิฟิก เพิ่มขึ้นมากสุดถึง 30% ส่วนหมาก็เปลี่ยนไปเลี้ยงพันธ์ุเล็กกันมากขึ้น ซึ่งกลุ่มที่หันมาเลี้ยงแมว และหมาขนาดเล็กกันมากสุดในกรอบเวลานี้คือกลุ่มคู่สามีภรรยาที่ต่างก็มีรายได้แต่ไม่มีลูก DINK (Dual-Income ,No-Kids)
คาเฟ่แมว
กลุ่ม DINK ยังผลักดันให้ยอดขายธุรกิจที่เกี่ยวกับการดูแลแมวทั้งหมดทั่วโลกในปี 2018 เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 62,000 ล้านบาท) โดยเอเชีย-แปซิฟิกมีอัตราเติบโตสูงสุด ซึ่งยังเป็นสาเหตุให้ธุรกิจคาเฟ่แมวในแถบนี้โตขึ้นอย่างมากด้วย

ในส่วนของบริษัทที่ทำเงินได้สูงสุดในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ยังคงเป็น Mars Petcare Inc. ซึ่งเป็นบริษัทกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงในเครือ Mars ที่มีแบรนด์ดังคือ Pedigree และ Whiskas ยืนยันได้จากผลประกอบการปีละ 17,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 533,200 ล้านบาท)
มี Nestle Purina Petcare และ Hill’s Petnutrition เป็นที่ 2 และ 3 ด้วยตัวเลขผลประกอบการต่อปี 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 387,500 ล้านบาท) และ 2,292 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 71,052 ล้านบาท) ตามลำดับ/petfoodindustry, businessinsider
–
